รายงานการประชุมเฟดส่งสัญญาณลด QE แต่ยังเห็นต่างเรื่องเวลา
การเปิดเผยรายงานการประชุมรอบ 27-28 ก.ค.เมื่อคืนนี้ ให้รายละเอียดว่ากรรมการส่วนใหญ่เห็นพ้องที่จะเริ่มปรับลดวงเงินในครงการซื้อพันธบัตรตามมาตรการผ่อนคลายเชิงปริมาณ (QE) ในปีนี้หลังบรรลุเป้าหมายเงินเฟ้อและการจ้างงานกลับมาอยู่ในระดับที่น่าพอใจ อย่างไรก็ตามยังมีความเห็นต่างในเรื่องกรอบเวลาดำเนินการ (ต.ค. vs. ธ.ค.) ทำให้ยักลงทุนควรติดตามการส่งสัญญาณผ่านการประชุมที่สำคัญในช่วง 2 เดือนนี้ ได้แก่ การประชุมประจำปีที่แจ็กสัน โฮล (26-28 ส.ค.) และการประชุมคณะกรรมการนโยบายการเงิน (21-22 ก.ย.)
ความกังวลผลกระทบเศรษฐกิจชะลอกดดันราคาน้ำมันดิบ เป็นลบต่อการเคลื่อนไหวของหุ้นกลุ่มพลังงานต้นน้ำ แต่เป็นบวกกับกลุ่มผู้บริโภคน้ำมันดิบและใช้น้ำมันดิบเป็นต้นทุน ได้แก่ ปิโตรเคมี SCC (ส่วน PTTGC อาจกระทบจาก stock lost ก่อนได้) / บรรจุภัณฑ์ขวดแก้ว BGC, BJC / กลุ่มขนส่งและโลจิสติกส์ TTA, PSL, KEX / ต้นทุนอิงน้ำมันดิบ TASCO (ในระยะสั้นอาจได้รับผลกระทบจากข่าวมีความเกี่ยวข้องกับธุรกรรมในเวเนซูเอลา)
ยังไม่มองขึ้น (Bull) แต่การเคลื่อนไหวช่วงสั้นลดความเสี่ยงทางลง (Bear) การปรับฐานของ SET Index ช่วงที่ผ่านมาเกิดจากแรงทำกำไรในกลุ่มหุ้นขนาดเล็ก ที่ปรับขึ้นมามาก แต่ประมาณการกำไรมีสัญญาณของการปรับลง ขณะที่หุ้นขนาดใหญ่ แม้ราคาหุ้นหลายตัวจะลงมา 20-30% แต่ประมาณการกำไรไม่ยังทรงตัว ทำให้การฟื้นของหุ้นขนาดใหญ่รายตัว อาจทำให้ SET Index แกว่งตัวขึ้นทดสอบ 1,565-1,590 จุด ได้ ซึ่งจะเป็นปัจจัยสนับสนุนการเก็งกำไรในกลุ่มที่ยังขึ้นน้อย หรือปรับฐานลงมามาก ไม่ว่าจะเป็น กลุ่มหุ้นปลอดภัย (สื่อสารและ REITs), กลุ่มเปิดเมือง (ห้าง, โรงแรม, สายการบิน), การเงิน (ธนาคารและกลุ่มการเงิน) อย่างไรก็ตามยังมองเป็น technical rebound ในระดับ 5-15% ที่ควรวางกลยุทธ์ในการขายกำไรไรและกำหนดจุดตัดขาดทุน
ธีมการลงทุนระยะสั้น กลุ่มสื่อสารและ REITs ยังเป็นแหล่งพักเงินที่ดี ในช่วงที่ตลาดกังวลเกี่ยวกับความเสี่ยงการปรับประมาณการผลประกอบการที่อาจจะเกิดขึ้นในช่วงครึ่งปีหลัง เรามองทยอยสะสม ADVANC, DTAC, FTREIT, WHART / เก็งกำไรแบบกำหนดจุดตัดขาดทุน JAS, ALT / ทยอยสะสมสาธารณูปโภค RATCH, EASTW, WHAUP, TTW / กลุ่มอาหารและเกษตร TVO, TU, CPF, GFPT, TWPC / เก็งกำไร กลุ่มเดินเรือ PSL, TTA, RCL / เก็งกำไรกลุ่มบรรจุภัณฑ์ SCGP, BGC / เก็งกำไรแบบกำหนดจุดตัดขาดทุนกลุ่มเปิดเมือง BBL, SCB, KBANK, CPN, CRC, MINT (มีร.ร.ในตปท.), SHR (มีร.ร.ในตปท.)
ภาพรวมกลยุทธ์: เน้นซื้อตั้งรับ ถอยไม่หลุด 1,535 ยังมีโอกาสฟื้นไป 1,565 จุด หุ้นใหญ่รายตัวมีโอกาสคาดหวัง การฟื้นตัวในระดับ 5-15% ซึ่งจะยังช่วยรักษาจิตวิทยา ในการ เก็งกำไรระยะสั้น //หุ้นแนะนำ: SCC*, KEX*, DTAC*, EASTW*
แนวรับ: 1,535/ แนวต้าน : 1,565 จุด สัดส่วน : เงินสด 60% : พอร์ตหุ้น 40%
ประเด็นการลงทุน
ศาลปกครองปลดล็อกสายสีส้ม รฟท.เร่งประมูลปีนี้. ศาลปกครองสูงสุด เปิดทางประมูลรถไฟฟ้าสายสีส้มใหม่ ด้านผู้ว่า รฟม. เดินหน้านัดประชุมคณะกรรมการมาตรา 36 ร่างหลักเกณฑ์ คาดประกาศเชิญชวนเอกชนลงทุนปลาย Q3 ต้น Q4/2564 ได้ผู้ชนะปลายปีนี้ถึงต้นปีหน้า ใกล้เคียงกับโครงการสายสีม่วงใต้
MTC. ชี้เหตุขึ้นดอกเบี้ยสินเชื่อจำนำทะเบียนรถ 1% ไม่ห่วงสถานการณ์การแข่งขัน เหตุตลาดใหญ่คนไทยต้องการสินเชื่อมากจากโควิด สะท้อนพอร์ตสินเชื่อเร่งตัวสูงเกินคาด ตั้งเป้าการเติบโตใหม่เป็น 30-35%
หุ้นธนาคาร – เสี่ยงต่อการถูกปรับลดน้ำหนัก รวมถึงหุ้นสำหรับผู้ลงทุนต่างประเทศ (อาทิ BBL-F หรือ KBANK-F) อาจหลุดจากการคำนวณของดัชนีสำคัญ (หลัง BBL-F หลุด MSCI มีผล 31 ส.ค.) โดยผู้ลงทุนควรติดตามการทบทวนดัชนี FTSE วันที่ 20 ส.ค. มีผล 17 ก.ย.
THCOM – กสทช.ยกเลิกการประมูลดาวเทียม 28 ส.ค.และทบทวนหลักเกณฑ์ประมูลหลังมีผู้ยื่นประมูลเพียงรายเดียว ราคาหุ้นตอบรับเชิงลบ แต่เรามองไทยคมยังเป็นผู้มีศักยภาพที่ดีที่สุด ขณะที่การได้ใบอนุญาตจะช่วยลดความเสี่ยงเกี่ยวกับการทำธุรกิจในอนาคต
Opportunity day: 19 ส.ค. - PSH, IRPC, JWD, RBF, APP, CPN+GLAND, CPNREIT+CPNCG, NER, CPALL, SMD, ILM, HMPRO / 20 ส.ค. – PTTGC, JUBILE, NVD, TU, IIG, UAC, TOP, SNP. AMR, ALLY, NSL, FORTH / 23 ส.ค. – GPSC, PTT, WHAUP, WHA, BPP, BANPU, BA / 24 ส.ค. – SIS, ITEL, ILINK, CNT, TOA, SEAFCO, SICT
ประเด็นติดตาม: - 25 ส.ค.: Thailand Focus
(* หมายถึง หุ้นทางกลยุทธ์ ซึ่งอาจมีคำแนะนำต่างกับพื้นฐาน หรือที่ไม่ ได้อยู่ในการวิเคราะห์ของ UOBKH ซึ่งนักลงทุนควรพิจารณาตั้งจุดตัดขาดทุน 3-5% ของราคาที่เข้าซื้อ)









