ในช่วงที่ตลาดปรับฐานเป็นโอกาสที่ดีในการเข้าลงทุนในหุ้นกลุ่มที่คาดว่ากำไรจะยังสามารถเติบโตได้แข็งแกร่งและดีกว่าที่คาด
ปัจจุบันบริษัทจดทะเบียนต่างๆ เริ่มเข้าสู่ช่วงเวลาสำคัญ ได้แก่ การประกาศผลการดำเนินงานไตรมาส 2 โดยล่าสุดข้อมูลจาก FactSet ณ วันที่ 30 ก.ค. 2021 บริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์สหรัฐฯ ดัชนี S&P 500 ได้มีการประกาศผลการดำเนินงานไตรมาส 2 ไปแล้วทั้งหมด 59%
บริษัทประกาศกำไรไตรมาส 2 ดีกว่านักวิเคราะห์คาดถึง 88%
จากในสัดส่วน 59% ของบริษัทที่ประกาศผลการดำเนินงานไตรมาส 2 มีบริษัทที่ประกาศผลกำไรออกมามากกว่าที่นักวิเคราะห์คาดสูงถึง 88% ซึ่งมากกว่าค่าเฉลี่ย 5 ปี ที่ 75% และเป็นตัวเลขที่สูงที่สุดตั้งแต่ปี 2008 ที่ทาง FactSet ได้มีการจัดทำข้อมูล ขณะที่มีบริษัทที่รายงานกำไรเท่ากับและแย่กว่านักวิเคราะห์คาดที่ 2% และ 9% ตามลำดับ
อีกทั้ง ในช่วงก่อนและหลังประกาศกำไร 2 วันบริษัทที่ประกาศกำไรไตรมาส 2 ดีกว่าคาด ราคาหุ้นมีการปรับตัวเพิ่มขึ้นเฉลี่ยที่ 1.0% ขณะที่บริษัทที่ประกาศกำไรแย่กว่าคาด ราคาหุ้นปรับตัวลดลง 0.9%
3 กลุ่ม กำไรดีกว่านักวิเคราะห์คาด คือ Information Technology, Health Care และ Consumer Discretionary
ที่มา: FactSet
หากมาดูรายอุตสาหกรรมจะพบว่า กลุ่มอุตสาหกรรมที่ประกาศกำไรดีกว่าที่ตลาดคาดมากที่สุด 3 อุตสาหกรรมแรก ได้แก่
1. กลุ่ม Information Technology - มีบริษัทประกาศกำไรดีกว่าที่นักวิเคราะห์คาดสูงถึง 98% ซึ่งรวมถึงบริษัท Apple, Microsoft และ Intel ขณะที่มีบริษัทเพียง 3% ที่ประกาศกำไรออกมาแย่กว่าที่นักวิเคราะห์คาด
2. กลุ่ม Health Care - มีบริษัทประกาศกำไรดีกว่าที่นักวิเคราะห์คาดสูงถึง 97% ซึ่งรวมถึง 3 บริษัทยักษ์ใหญ่ในกลุ่ม Health Care อย่าง บริษัท Johnson & Johnson และ Phizer ที่ได้รับประโยชน์จากวัคซีน COVID-19 และบริษัท UnitedHealth Group และไม่มีบริษัทที่ประกาศกำไรออกมาแย่กว่าที่นักวิเคราะห์คาด
3. กลุ่ม Consumer Discretionary - มีบริษัทประกาศกำไรดีกว่าที่นักวิเคราะห์คาด 93% อาทิบริษัทที่เรารู้จักกันดีอย่าง Tesla ที่ล่าสุดประกาศงบไตรมาส 2 ออกมาแข็งแกร่ง โดยเติบโตกว่าปีก่อนหน้าถึง 10 เท่า และบริษัท Amazon ขณะที่มีบริษัท 7% ที่ประกาศกำไรออกมาแย่กว่าที่นักวิเคราะห์คาด
คาดกำไรบริษัททั้งหมดใน S&P 500 ไตรมาส 2 เติบโตโดดเด่นถึง 85.1% YoY
ที่มา: FactSet
นักวิเคราะห์คาดว่ากำไรของบริษัทจะทะเบียนในดัชนี S&P 500 ไตรมาส 2 จะเติบโตที่ 85.1% YoY ซึ่งมากกว่าสัปดาห์ก่อนที่ 74.1% YoY จากการปรับประมาณการกำไรขึ้นของกลุ่ม Information Technology จากบริษัท Apple และ Microsoft ที่รายงานกำไรดีกว่าคาด และกลุ่ม Communication Services ที่หนุนโดยบริษัท Alphabet, Facebook และ Comcast
หากมาดูในส่วนของกลุ่มอุตสาหกรรมที่คาดว่ากำไรไตรมาส 2 จะเติบโตได้โดดเด่น ได้แก่ กลุ่ม Industrial (403.5%), Consumer Discretionary (261.1%) และ Financials (170.8%) ขณะที่กลุ่มที่ประกาศกำไรมากกว่าที่ตลาดคาดโดดเด่นอย่างกลุ่ม Information Technology และ Health Care คาดกำไรเติบโตได้ดีที่ 45.8% YoY และ 17.4% YoY ตามลำดับ
สำหรับภาพรวมทั้งปี 2021 นักวิเคราะห์คาดกำไร เติบโต 40.7% YoY
ที่มา: FactSet
สำหรับกำไรในไตรมาส 3 และ 4 นักวิเคราะห์คาดกำไรของบริษัทจดทะเบียนในดัชนี S&P 500 จะชะลอตัวลงจากไตรมาส 2 โดยขยายตัวที่ 27.7% YoY และ 21.2% YoY ตามลำดับ สะท้อนว่ากำไรเติบโตผ่านจุดสูงสุดไปแล้ว จากฐานที่ต่ำในปี 2020 เนื่องจากผลกระทบของการแพร่ระบาดของไวรัส COVID-19 รวมถึงปัจจุบันสถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัส COVID-19 เริ่มดีขึ้น จนมีการเปิดเมือง ทำให้ภาคธุรกิจต่างๆ กลับมาฟื้นตัวในช่วงไตรมาส 2 และหลังจากนี้กำไรจะเริ่มกลับมาสู่ปกติ อย่างไรก็ดี นักวิเคราะห์คาดการณ์กำไรในปี 2021 ยังสามารถเติบโตได้ดีถึง 40.7% YoY
ปัจจุบันตลาดเริ่มให้ความสนใจกับการเข้มงวดนโยบายทางการเงินในอนาคตของธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) โดยเฉพาะการส่งสัญญาณลดมาตรการผ่อนคลายเชิงปริมาณ (Quantitative Easing: QE) ที่คาดว่าจะเกิดขึ้นในช่วงเดือนส.ค.-ก.ย. นี้ ซึ่งมีโอกาสที่จะทำให้ตลาดมีความผันผวน อย่างไรก็ดี เรามองว่าตลาดรับรู้ข่าวไปบ้างแล้ว และในช่วงที่ตลาดปรับฐานเป็นโอกาสที่ดีในการเข้าลงทุนในหุ้นกลุ่มที่คาดว่ากำไรจะยังสามารถเติบโตได้แข็งแกร่งและดีกว่าที่คาด อาทิ กลุ่ม Information Technology, Health Care และ Consumer Discretionary
ติดต่อสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ บลจ.ทิสโก้ หรือ TISCO Contact Center โทร. 0 2633 6000 กด 4, 0 2080 6000 กด 4 และ www.tiscoasset.com หรือ แอปพลิเคชัน TISCO My Funds
ผู้ลงทุนควรทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทน และความเสี่ยงก่อนตัดสินใจลงทุน
ข้อมูล บทความ บทวิเคราะห์และการคาดหมาย รวมทั้งการแสดงความคิดเห็นทั้งหลายที่ปรากฏอยู่ในรายงานฉบับนี้ทำขึ้นบนพื้นฐานของแหล่งข้อมูลที่ดีที่สุดที่ได้รับมาและพิจารณาแล้วเห็นว่า น่าเชื่อถือ แต่ทั้งนี้ไม่อาจรับรองความถูกต้อง ความสมบูรณ์ แท้จริงของข้อมูลดังกล่าว ความเห็นที่แสดงไว้ในรายงานฉบับนี้ได้มาจากการพิจารณาโดยเหมาะสมและรอบคอบแล้ว และอาจเปลี่ยนแปลงได้โดยไม่จำเป็นต้องแจ้งล่วงหน้าแต่อย่างใด บทความ บทวิเคราะห์ และการคาดหมายทั้งหลายที่ปรากฏ อยู่ในรายงานฉบับนี้เป็นการนำไปใช้โดยผู้ใช้ยอมรับความเสี่ยงและเป็นดุลยพินิจของผู้ใช้แต่เพียงผู้เดียว






