วันอังคาร ที่ 22 กันยายน 2569

Login
Login

พักตัว (10 ส.ค.64)

วันจันทร์ที่ผ่านมา ดัชนีปรับตัวขึ้นต่อเนื่อง โดยมีแรงซื้อเข้ามามากในหุ้นกลุ่ม Domestic ที่ได้รับผลกระทบโดยตรงจากการระบาดของโควิด-19

เช่น หุ้นกลุ่มขนส่ง กลุ่มธนาคาร ซึ่งเป็นหุ้นที่ปรับตัวลงมามากในช่วงที่ผ่านมา จากการที่ตัวเลขผู้ติดเชื้อโควิด-19 รายวันปรับตัวลงเล็กน้อย ส่งผลให้ดัชนี SET Index ปิดตลาดที่ 1,540.19 จุด +18.47 จุด +1.21% มูลค่าการซื้อขาย 69,893 ลบ. ต่างชาติ -436.05 ลบ. TFEX +30,978 สัญญา ตราสารหนี้ +752.93 ลบ.

ปัจจัยบวก

+ สหรัฐเผยตัวเลขการเปิดรับสมัครงานซึ่งเป็นมาตรวัดอุปสงค์ในตลาดแรงงานในเดือนมิ.ย. พุ่งขึ้น 590,000 ตำแหน่ง สู่ระดับ 10.1 ล้านตำแหน่ง สูงสุดเป็นประวัติการณ์ และสูงกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ที่ 9.27 ล้านตำแหน่ง จากระดับ 9.50 ล้านตำแหน่งในเดือนพ.ค
+ สหรัฐเผยดัชนี CPI พุ่งขึ้น 5.4% ในเดือนมิ.ย. สูงสุดนับตั้งแต่เดือนส.ค.2551 และสูงกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ที่ระดับ 5.0% หลังจากเพิ่มขึ้น 5.0% ในเดือนพ.ค.
+ เมืองอู่ฮั่นตรวจหาเชื้อโควิด-19 ให้กับประชาชนครบทั้งเมืองแล้วใช้เวลาเพียง 5 วัน หลังจากที่ได้เริ่มปูพรมตรวจโควิดเมื่อวันอังคารที่ผ่านมา เพื่อควบคุมการแพร่ระบาดรอบใหม่ของโรคโควิด-19
+ องค์การเภสัชฯ ปรับแผนเพิ่มสำรองยาฟาวิพิราเวียร์ในช่วง ส.ค.-ธ.ค.64 รวมจำนวน 300 ล้านเม็ด
+ สวทช.พัฒนาวัคซีนโควิดแบบพ่นจมูกสู้เชื้อกลายพันธุ์เตรียมทดสอบเฟสแรกปลายปีนี้
+ เงินบาทอ่อนค่าต่อเนื่องวานนี้แตะ 33.43 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐฯ อ่อนสุดในรอบ 3 ปีหนุนส่งออก
+ BOI เปิดเผยว่าภาวะการส่งเสริมการลงทุน 1H64 จำนวน 801 โครงการ +14%YoY มูลค่าเงินลงทุน 386,200 ล้านบาท +158%YoY จากโครงการขนาดใหญ่ในกิจการพลังงานไฟฟ้า

ปัจจัยลบ

- ดัชนีดาวโจนส์ปิดลดลง 106.66 จุด -0.30% จากการร่วงลงของหุ้นกลุ่มพลังงาน หลังราคาน้ำมันดิบ WTI ดิ่งลงกว่า 2% และกังวลว่าการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 สายพันธุ์เดลตา
- ราคาน้ำมันดิบ WTI ร่วงลง 1.80 ดอลลาร์ -2.6% ปิด $66.48 บาร์เรล กังวลว่าการที่รัฐบาลหลายประเทศในเอเชียโดยเฉพาะจีนประกาศใช้มาตรการที่เข้มงวดเพื่อควบคุมการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 จะส่งผลกระทบต่อความต้องการใช้น้ำมัน และการแข็งค่าของสกุลเงินดอลลาร์ รวมทั้งการที่ UN เรียกร้องให้นานาชาติยุติการใช้เชื้อเพลิงฟอสซิลและถ่านหิน เนื่องจากภาวะโลกร้อนกำลังใกล้เข้าสู่ระดับวิกฤต
- โกลด์แมนแซคส์ปรับลดคาดการณ์ศก.จีนปีนี้เหลือ 8.3% เหตุไวรัสเดลตาระบาดหนัก
- อังกฤษเปิดเผยข้อมูลเบื้องต้นระบุว่าผู้ที่ได้รับวัคซีนต้านโควิด-19 ครบ 2 โดสแล้ว อาจยังสามารถแพร่เชื้อโควิด-19 สายพันธุ์เดลตาได้มากเท่ากับผู้ที่ยังไม่ได้รับวัคซีน
- จำนวนติดเชื้อโควิด-19 เฉลี่ยในรอบ 7 วันในสหรัฐ เพิ่มสูงกว่า 100,000 รายต่อวันเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่วันที่ 11 ก.พ.ที่ผ่านมา
- ส.อ.ท. เปิดเผยผลการสำรวจดัชนีความเชื่อมั่นภาคอุตสาหกรรมในเดือน ก.ค.64 อยู่ที่ระดับ 78.9 ลดลงจากระดับ 80.7 ในเดือน มิ.ย.64 ต่ำสุดในรอบ 14 เดือนจากสถานการณ์การระบาดของโควิด-19
- ศบค.รายงานสถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ในประเทศวันนี้ พบผู้ติดเชื้อรายใหม่รวม 19,843 ราย มีผู้เสียชีวิต 235 รายทำสถิติสูงสุด รักษาหาย 22,806 ราย

แนวโน้มตลาดวันนี้

คาดดัชนีหุ้นไทยวันนี้มีโอกาสพักตัวหลังปรับตัวขึ้นแรงวันก่อน โดยมีแรงกดดันจากหุ้นกลุ่มพลังงาน ตามราคาน้ำมันดิบ WTI ที่ปรับตัวลงแรง จากการที่ UN เรียกร้องให้นานาชาติยุติการใช้เชื้อเพลิงฟอสซิลและถ่านหิน ขณะทีปัจจัยในประเทศยังต้องติดตามสถานการณ์ทางการเมืองและจำนวนผู้ติดเชื้อโควิดในประเทศอย่างใกล้ชิด คาดดัชนีเคลื่อนไหวในกรอบ 1,530-1,550 จุด

กลยุทธ์การลงทุน

• หุ้นที่ได้ประโยชน์จากเงินบาทอ่อนค่า AH SAT NER STA KCE HANA SMT ASIAN
• Defensive Stock ADVANC TTW EASTW BGRIM
• หุ้นกลุ่มโรงพยาบาลและเครื่องมือแพทย์ CHG EKH BCH VIBHA SMD WINMED
• หุ้นที่ได้ประโยชน์จากWFH ADVANC DTAC TRUE JAS DIF JASIF ITEL NETBAY YGG AS INSET
• หุ้นที่คาดว่าผลประกอบการ 2Q21 ออกมาดี WICE AS BCH LANNA SPALI XO CKP

หุ้นรายงานพิเศษ

                               NER - “มองบวกต่อแนวโน้มช่วง 2H64 และปี 65”

                                      (Bloomberg Consensus 9.00 บาท)

•บริษัทรายงานกำไรงวด 2Q64 เท่ากับ 439 ลบ. +95%YoY +20%QoQ โดยมีรายได้เท่ากับ 6,290 ลบ. +134%YoY +27%QoQ ตามปริมาณขายที่เพิ่มขึ้นสู่ 1.16 แสนตัน +84%YoY +29%QoQ ซึ่งเป็นผลจากการขยายโรงงานยางแห่งใหม่ที่เริ่มดำเนินการเมื่อปลาย 3Q63 ประกอบกับราคาขายยางเฉลี่ยเพิ่มขึ้นสู่ 54.6 บาท/กก. +27%YoY -2%QoQ ส่วน %GPM ทรงตัวที่ระดับ 12.5% อย่างไรก็ดี %SG สูงขึ้นมาที่ 3.4% จากปีก่อนที่ 3% และไตรมาสก่อนที่ 2.1% เป็นผลจากสัดส่วนการส่งออกที่เพิ่มขึ้น ทำให้บริษัทต้องจ่ายค่า Cess และค่า Freight เพิ่มเติม

•แนวโน้ม 2H64 คาดปริมาณขายเติบโตต่อเนื่องสู่ 2.4 แสนตัน +20%HoH จากคำสั่งซื้อที่ยังคงแข็งแกร่ง โดยปัจจุบันมีคำสั่งซื้อล่วงหน้าจนถึงเดือนธันวาคม ซึ่งส่วนหนึ่งมาจากออเดอร์ที่ถูกเลื่อนจากช่วงไตรมาส 1-2 เนื่องจากปัญหาตู้คอนเทนเนอร์ขาดแคลน นอกจากนี้ บริษัทอยู่ในระหว่างการเจรจากับลูกค้ารายใหม่อีก 2-3 ราย ส่วนปัญหาค่าใช้จ่ายในการขายที่สูงขึ้น บริษัทปรับเงื่อนไขการส่งสินค้าเป็นแบบ FOB ทำให้ภาระค่า Freight ผู้ซื้อจะเป็นผู้รับผิดชอบ ทั้งนี้ ผบห.คงเป้ารายได้ทั้งปี 64 ราว 2.45 หมื่นลบ. +50%YoY ส่วนปี 65 วางเป้าปริมาณขายที่ 5 แสนตัน +14%YoY จากแผนเพิ่มกำลังการผลิตอีก 5 หมื่นตันสู่กำลังการผลิตรวมที่ 5.1 แสนตันในช่วงปลายปีนี้

•สินค้าปลายน้ำ “แผ่นปูนอนปศุสัตว์” เริ่มทดลองใช้ในฟาร์มวัวแล้ว 2-3 แห่ง ซึ่งได้กระแสตอบรับค่อนข้างดี อย่างไรก็ดี เครื่องจักรผลิตจะเริ่มติดตั้งช่วงปลายปีนี้ และเริ่มผลิตเชิงพาณิชย์ต้นปี 65 โดยแบ่งการลงทุนเป็น 2 เฟส มูลค่าลงทุนรวม 210 ลบ. กำลังผลิตเฟสละ 4.2 แสนแผ่นต่อปี กำลังผลิตรวม 8.4 แสนแผ่นต่อปี เบื้องต้นบริษัทคาดรายได้สำหรับผลิตภัณฑ์ดังกล่าวในช่วงปี 65-67 ราว 400-1,600 ลบ. ตามลำดับ

•ความเห็น เรามีมุมมองบวกต่อแนวโน้มผลประกอบการช่วง 2H64 และปี 65 ที่คาดว่าจะเติบโตต่อเนื่อง ตามแผนการขยายกำลังการผลิตเพื่อตอบสนองความต้องการซื้อที่ยังแข็งแกร่ง รวมทั้งยังมีอัพไซต์จากธุรกิจใหม่ในการขายสินค้าปลายน้ำ ทั้งนี้ Bloomberg Consensus คาดกาไรปี 64 ราว 1,825 ลบ. +113%

หุ้นมีข่าว

(+) IVL ( ฺBloomberg Consensus 53.50 บาท) มั่นใจเศรษฐกิจในทวีปยุโรป-อเมริกา ฟื้น หนุนความต้องการบรรจุภัณฑ์โตแรง พร้อมรับอานิสงส์จากสเปรดมีแนวโน้มแข็งแกร่งต่อเนื่อง รวมทั้งค่าเงินบาทอ่อนหนุน EBITDA เติบโตขึ้นตั้งแต่ช่วงครึ่งหลังของปี 2564 ต่อเนื่องถึงปี 2565 ย้ำทุนแกร่ง เผยดีลซื้อกิจการในบราซิลอาจปิดดีลได้มูลค่าต่ำกว่า 1.5 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ ไม่จำเป็นต้องเพิ่มทุน (ที่มา ทันหุ้น)

(+) INET ( ฺBloomberg Consensus - บาท) เดินเกมรุกงานไฮมาร์จิ้น บุกให้บริการคลาวด์เซอร์วิสเต็มพิกัด หวังดันรายได้ส่วนนี้แตะ 1.6 พันล้านบาท แถมปักธงปี 2564 ผลงานแจ่มกว่าปีก่อนที่มีกำไรราว 102 ล้านบาท จากอานิสงส์ผู้ใช้บริการคลาวด์โตเด่น อีกทั้งแผนคุมเข้มต้นทุนได้ดี ส่วนเงินที่ได้จากการขายสินทรัพย์เข้ากอง INETREIT หวังคืนหนี้ ลุยดาต้าเซ็นเตอร์ต่อเนื่อง (ที่มา ทันหุ้น)

(+) INSET ( ฺBloomberg Consensus 4.24 บาท) อินฟราเซท” ลั่นผลงานครึ่งหลังปี 64 โตกว่าครึ่งปีแรก หลังตุนแบ็กล็อก 1,879.98 ล้านบาท บุ๊กรายได้ครึ่งปีหลัง 500-600 ล้านบาท จ่อประมูลงานใหม่ต่อเนื่อง เดินหน้าเสนอโครงการร่วมทุนสร้าง BOT DATA CENTER ดันสัดส่วนรายได้ประจำเพิ่มขึ้นเป็น 20-30% หนุนรายได้ปี 64 โตตามนัด 20% (ที่มา ข่าวหุ้น)

(+) NCH ( ฺBloomberg Consensus - บาท) “NCH” กวาดยอดขายครึ่งปีแรก 2,181 ล้านบาท คิดเป็นกว่า 60% ของเป้าทั้งปี 64 ที่คาดไว้ 3,500 ล้านบาท ล่าสุดจับมือแบงก์ไทยพาณิชย์ (SCB) เปิดแคมเปญ “หยุดที่ NC อยู่ฟรี 24 เดือน” ใน 11 โครงการพร้อมอยู่ หวังเร่งส่งมอบบ้านให้ลูกค้าภายในไตรมาส 3/64 พร้อมวางเป้าแคมเปญนี้โกยยอดขาย 250 ล้านบาท (ที่มา ข่าวหุ้น)

ปัจจัยจับตา

ในประเทศ

สัปดาห์ที่ 3 ส.อ.ท. แถลงยอดการผลิตและส่งออกรถยนต์ รถจักรยานยนต์และชิ้นส่วนยานยนต์

16 ส.ค. กำหนดวันสุดท้ายส่งงบ 2Q64 สอบทาน

           สภาพัฒน์ แถลงตัวเลข GDP 2Q64

18 ส.ค. ศบค.ทบทวนมาตรการล็อคดาวน์ 29 จังหวัดสีแดงเข้ม

18-20 ส.ค. สภาผู้แทนราษฎรพิจารณาร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2565 วาระ2-3

สัปดาห์ที่ 4 กระทรวงพาณิชย์แถลงตัวเลขการส่งออก-นำเข้า สศค.รายงานภาวะเศรษฐกิจการคลัง ภาวะเศรษฐกิจภูมิภาค ดัชนีความเชื่อมั่นอนาคตเศรษฐกิจ

ภูมิภาค

สัปดาห์ที่ 5 สศอ.แถลงดัชนีอุตสาหกรรม

31 ส.ค. ธปท. รายงานภาวะเศรษฐกิจไทย

ต่างประเทศ

10 ส.ค. อียูรายงานดัชนีความเชื่อมั่นทางเศรษฐกิจขั้นต้นเดือนส.ค.

           สหรัฐรายงานดัชนีความเชื่อมั่นของธุรกิจขนาดย่อมเดือนก.ค.

11 ส.ค. สหรัฐรายงานอัตราเงินเฟ้อเดือนก.ค. สต็อกน้ำมันรายสัปดาห์

12 ส.ค. สหรัฐเปิดเผยจำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์ ดัชนีราคาผู้ผลิต (PPI) เดือนก.ค.

13 ส.ค. อียูรายงานดุลการค้าเดือนมิ.ย.

           สหรัฐ รายงานราคานำเข้าและส่งออกเดือนก.ค.

           ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคขั้นต้นเดือนส.ค.จากมหาวิทยาลัยมิชิแกน

26-28 ส.ค. ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) จัดการประชุมประจำปีที่เมืองแจ็กสัน โฮล รัฐไวโอมิง