เก็งกำไร ASIAN EPG UKEM
คาดการณ์ตลาดหุ้นไทยวันนี้:
คาดดัชนีฯ อ่อนตัว แนวรับ 1520 / 1515 จุด แนวต้าน 1540 / 1550 จุด แนะนำ เก็งกำไร ASIAN EPG UKEM อิงทางเทคนิค การปรับตัวลดลงวานนี้ หลังจากดัชนีฯ ไม่สามารถทะลุผ่านแนวต้านสำคัญ 1550 จุด จะส่งผลให้ดัชนีฯ 1-2 วันนี้ มีโอกาสอ่อนตัวลงไปทดสอบแนวรับ 1506 จุด แนะนำ ขึ้นขาย เพื่อรอซื้อที่แนวรับดังกล่าว โดยไฮไลท์วันนี้อยู่ที่รายงานการจ้างงานนอกภาคเกษตรของสหรัฐฯ เดือน ก.ค. โดยตลาดคาดว่าจ้างงานเพิ่มขึ้น 8.7 แสนราย (Vs เดือน มิ.ย. 8.5 แสนราย) อัตราว่างงาน 5.7% (เดือน มิ.ย. 5.9%) และค่าจ้างเฉลี่ยรายชั่วโมงเติบโต 0.3% MoM หากตัวเลขออกมาดีกว่าคาด จะเป็นปัจจัยบวกต่อหุ้นกลุ่ม Cyclical แต่เป็นลบต่อหุ้นกลุ่ม Technology เพราะมีโอกาสสูงขึ้นที่ เฟดอาจปรับขึ้นดอกเบี้ยเร็วกว่าคาดการณ์ของตลาด (Consensus คาดปรับขึ้นดอกเบี้ยครั้งแรกต้นปี 2023 ส่วนการทำ QE Tapering ครั้งแรก จะเกิดขึ้นในการสัมมนาประจำปีของเฟดในวันที่ 26-28 ส.ค. ที่เมืองแจ็คสันโฮล)
-ปัจจัยลบ: 1. ม.หอการค้าไทย เป็นสถาบันวิจัยรายล่าสุดที่ปรับลด 2021E GDP ไทยปีนี้ เป็น -2 ถึง 0% หากรัฐบาลไม่สามารถควบคุมการระบาดได้ภายในเดือน ก.ย. และรัฐบาลไม่เร่งออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจขนาดใหญ่ 2. ตลท. กำลังทบทวนเกณฑ์มาตรการกำกับการซื้อขายด้วย Cash Balance และ Net settlement เพื่อป้องกันไม่ให้มีการซื้อขายจนผิดปกติ อาจส่งผลต่อหุ้นขนาดเล็กที่ปรับตัวขึ้นมาแรง ถูกขายทำกำไร
+ปัจจัยบวก: 1. รายงานผลกำไรบจ.จำนวนมากทั้งในและตปท. เป็นปัจจัยสนับสนุนการเลือกเก็งกำไรหุ้นรายตัว 2. เงินเฟ้อ 7M21 ที่เติบโตเพียง +0.83% (Vs ทั้งปีคาด 1-1.2% YoY) เปิดโอกาสให้กนง. มีโอกาสสูงที่จะปรับลดอัตราดอกเบี้ยลง 25bps ได้ในปีนี้ หากเศรษฐกิจชะลอตัวกว่าคาด 3. BOE Meeting มีมติคงดอกเบี้ยและไม่คุมเข้มนโยบายการเงิน จนกว่าเงินเฟ้อจะถึงเป้าหมาย 2% และใช้กำลังการผลิตเต็มศักยภาพ
ประเด็นอื่นๆ ที่ต้องติดตาม
- จับตาสหรัฐฯ รายงานจ้างงานนอกภาคเกษตรและอัตราว่างงานเดือน ก.ค. หากออกมาดีกว่าคาดมาก อาจส่งผลต่อเฟดใช้พิจารณา QE Tapering เร็วขึ้น
- บจ. ไทยทยอยประกาศงบการเงินจำนวนมากวันนี้ จับตา GPSC SPRC PSL GGC
- Opportunity Day วันนี้ HFT GLOBAL ETC
Global Market Summary: วันทำการที่ผ่านมา
- ตลาดหุ้นไทยปิดร่วงวันแรก หลังขึ้น 3 วัน: ตลาดหุ้นไทยเคลื่อนไหวในทิศทางขาลงกรอบ 1547.38-1526.91 จุด ก่อนมาปิตตลาดที่ 1527.66 จุด -18.20 จุด -1.18% วอลุ่มซื้อขาย 8.13 หมื่นล้านบาท นำลงโดยกลุ่มชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ -3.15% ธนาคาร -1.34% พลังงานและสาธารณูปโภค -1.33% อาหารและเครื่องดื่ม -1.23% หุ้น ปรับขึ้น >4% ได้แก่ AS NCL ASIAN EFORL DCC UKEM EPG QTC DHOUSE TNPC ADD TKT ACAP SVOA หุ้นปรับลง >4% ได้ แก่ 7UP DELTA PLANET ARIN PJW WINNER NYT SINGER TH TEAM
+/- ตลาดหุ้นสหรัฐฯ ปิดบวก ส่วนตลาดหุ้นยุโรปปิดคละ : ตลาดหุ้น S&P 500 และNasdaq ปิดทำ all-time high โดย S&P500 +0.6% Nasdaq +0.78% และ DJIA +0.78% (+271.58 จุด) หลังตัวเลขผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานครั้งแรกรายสัปดาห์ลดลง 1.4 หมื่นราย เป็น 3.85 แสนราย นำขึ้นโดยกลุ่มพลังงาน ธนาคาร และการเดินทางท่องเที่ยว (รับข่าวสหรัฐฯ เตรียมเปิดรับนักท่องเที่ยว) ส่วนตลาดหุ้นยุโรปปิดผสมผสาน CAC40 +0.52% DAX +0.33% FTSE100 -0.05% หุ้นกลุ่มเหมืองแร่ปรับลดลง จากวิตกอุปสงค์จีนลดลง แต่หุ้นเทคโนโลยีปรับสูงขึ้น
+/- ราคาน้ำมันปิดบวก ส่วนทองคำปิดลบ: ราคาน้ำมันดิบโลกปิดบวก WTI +USD0.94 ปิดที่ USD69.09/บาร์เรล Brent +USD0.91 ปิด ที่ USD71.29/บาร์เรลกังวลความตึงเครียดในตะวันออกกลางระหว่างอิสราเอลกับเลบานอน อาจกระทบอุปทานน้ำมันดิบ ส่วนราคาทองคำปิดร่วง -USD5.60 ปิดที่ USD1,808.90/ออนซ์ จากแรงขายสินทรัพย์ปลอดภัย
ประเด็นสำคัญ
+/- India: คาดผลประชุมธนาคารกลางวันนี้จะคงอัตราดอกเบี้ยซื้อคืนพันธบัตรที่ 4% ต่อเนื่องเป็นครั้งที่ 7 พร้อมทั้งคงวงเงินในการอัดฉีดสภาพคล่องเข้าสู่ระบบธนาคารที่ระดับกว่า 6 ล้านล้านรูปี/วัน หรือประมาณ 8.078 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐฯ/วัน
- ไทย: เงินเฟ้อเดือน ก.ค. ขยายตัวเพียง 0.45% YoY (ต่ำกว่ามากเมื่อเทียบ Consensus ที่ 0.97% YoY และเดือน มิ.ย. +1.25% YoY) ส่งผลค่าเฉลี่ยเงินเฟ้อ7M21 เติบโต 0.83% YoY เปิดโอกาสให้กนง. สามารถปรับลดอัตราดอกเบี้ยลงอีก 25bps ได้ในปีนี้
- GDP ไทย: ม.หอการค้าไทย คาดเศรษฐกิจไทยปีนี้อาจะหดตัวเหลือ -2 ถึง 0% จาก ความเข้มข้นของมาตรการล็อกดาวน์ในระยะ 2 เดือน (เดือน ก.ค. - ส.ค.) จะกระทบต่อมูลค่าทางเศรษฐกิจราว 5 แสนล้านบาท แต่หากมาตรการล็อกดาวน์ไม่สามารถควบคุมการแพร่ระบาดของ COVID-19 ได้ และจำเป็นต้องใช้มาตรการล็อกดาวน์ไปต่อเนื่อง ก็อาจจะได้เห็นเศรษฐกิจไทยปีนี้หดตัว -2 ถึง -4%
+ GULF: แจ้งถือครองหุ้น INTUCH หลังสิ้นสุดทำ Tender Offer เพิ่มขึ้นเป็น 42.25% โดยซื้อเพิ่มได้ 23.32% และส่งผลบวกต่อการเปลี่ยนแปลงการรับรู้รายได้จากเงินปันผล เป็นรับรู้ส่วนแบ่งกำไรจากบริษัทร่วม ทำให้งบดุลแข็งแกร่งขึ้น
- SET: ตลาดหลักทรัพย์ฯ เตรียมทบทวนมาตรการกำกับการซื้อขายด้วย Cash Balance และ Net Settlement
แนะนำ Trading Buy (โดยมีจุดขายตัดขาดทุน 3%)
หุ้นแนะนำรายสัปดาห์: BEC JWD ASIAN
หุ้นแนะนำเก็งกำไร: ASIAN EPG UKEM
Derivatives: แนะเปิด Short S50U21 เก็งกำไร (ติดตามรายละเอียดเพิ่มใน KTZ-D Report)









