ติดตามตัวเลขการส่งออก มิ.ย.64
ตลาดคาดตัวเลขส่งออกจะยังคงเติบโตต่อเนื่อง 38.05% (จาก พ.ค.ที่ 41.59%) ขณะที่นำเข้าคาดเติบโต 47.00% (จาก พ.ค.ที่ 63.54%) โดยมีคาดการณ์ยอดเกินดุลการค้า 1,127 ล้านเหรียญสหรัฐฯ (จาก พ.ค.ที่ 796 ล้านเหรียญสหรัฐฯ) เราคาดการณ์ว่าภาพรวมการส่งออกจะยังคงเติบโตดีในสินค้าอุตสาหกรรมทั้งอิเล็กทรอนิกส์ ยานยนต์ ปิโตรเคมี รวมถึงสินค้าเกษตร อาทิ ยาง มันสำปะหลัง และเนื้อสัตว์ โดยได้ปัจจัยบวกจากค่าเงินบาทที่อ่อนค่าเนื่องจากการขาดดุลบริการจากการหายไปของนักท่องเที่ยวต่างชาติ ทำให้ดุลบัญชีเดินสะพัดยังมีแนวโน้มเป็นลบ เรามองกลุ่มอาหารยังมี จิตวิทยาบวกจากการเก็งกำไร ทั้ง TU, CPF, GFPT, TFG, SUN, APURE, TWPC
สถานการณ์โควิดในประเทศนำไปสู่การปรับประมาณการ GDP ลง เช้านี้ศูนย์ข้อมูลโควิด 19 รายงานจำนวนผู้ติดเชื้อเพิ่มขึ้นเป็น 14,575 ราย และผู้เสียชีวิต 114 ราย สถานการณ์ระบาดที่กำลังวิ่งขึ้นหาจุดสูงสุดในช่วง 1-2 เดือนนี้ จะเป็นปัจจัยเสี่ยงต่อการยืดระยะเวลาของการใช้มาตรการควบคุมที่มีผลต่อการใช้จ่ายและการเติบโตทางเศรษฐกิจ ส่งผลให้เริ่มเห็นการปรับประมาณการเติบโตทางเศรษฐกิจ (GDP) ของหน่วยงานทางเศรษฐกิจและสำนักวิจัยต่างๆลง จาก 1.5-2.0% เหลือ 0.5-1.0% ซึ่งประเมินยังเป็นปัจจัยกดดดันหุ้นที่อิงภาพเศรษฐกิจในประเทศ และทำให้การเก็งกำไรยังคงต้องระวัง Valuation ที่แพง จะเป็นปัจจัยจำกัดอัพไซด์ของตลาดหุ้นไทย
กลุ่มสื่อสารและ REITs มีโอกาสเป็นแหล่งพักเงินที่ดี นับจากสถานการณ์โควิดปลายมิ.ย.63 กลุ่มที่เคลื่อนไหวแย่กว่าตลาดมากที่สุด 2 กลุ่ม คือ สื่อสารและกองรีทส์ ทำให้ทั้งสองกลุ่มนี้มีการถือครองโดยนักลงทุนสถาบันและทั่วไปในระดับต่ำ (under-owned) ส่งผลให้ความเสี่ยงจากแรงขายทำกำไรต่ำ และเริ่มประเมินมีโอกาสเป็นแหล่งพักเงินที่ปลอดภัยในช่วงที่ตลาดกังวลเกี่ยวกับความเสี่ยงการปรับประมาณการผลประกอบการที่อาจจะเกิดขึ้นในช่วงครึ่งปีหลัง เรามองทยอยสะสม ADVANC, DTAC, FTREIT, WHART / เก็งกำไรแบบกำหนดจุดตัดขาดทุน JAS, ALT / ทยอยสะสมสาธารณูปโภค RATCH, EASTW, WHAUP, TTW / กลุ่มอาหารและเกษตร TVO, TU, CPF, GFPT, TWPC / เก็งกำไร กลุ่มเดินเรือ PSL, TTA, RCL / เก็งกำไรกลุ่มอุปกรณ์การแพทย์ SMD, TM, WINMED, BIZ
ภาพรวมกลยุทธ์: ประเมินฟื้นตัวระยะสั้น แต่ยังมองไม่เกิน 1,565 จุด อาจใช้จังหวะดีดตัวในการขายเพิ่มการถือเงินสด และยังเน้นเพียงเลือกเก็งกำไรรายตัวระหว่างรอจุดซื้อที่ดี ภาพรวมยังเน้นบริหารความเสี่ยง และปรับสมดุลให้ในพอร์ตมีเงินสดมากพอหากโอกาสซื้อเกิดขึ้น // หุ้นแนะนำ: KEX*, SAPPE*, STARK*, BGC*
แนวรับ: 1,535-1,545/ แนวต้าน : 1,563 จุด สัดส่วน : เงินสด 60% : พอร์ตหุ้น 40%
ประเด็นการลงทุน
สหรัฐเผยตัวเลขผู้ยื่นขอสวัสดิการว่างงานสูงกว่าคาด. กระทรวงแรงงานสหรัฐเปิดเผยตัวเลขผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานครั้งแรกเพิ่มขึ้นสู่ระดับ 419,000 รายในสัปดาห์ที่แล้ว ทำจุดสูงสุดนับตั้งแต่วันที่ 15 พ.ค. จากระดับ 368,000 รายในสัปดาห์ก่อนหน้านี้
ธปท.ชี้ล็อกดาวน์ฉุดเศรษฐกิจร่วง 2%. ธปท.ประเมินมาตรการล็อกดาวน์รอบล่าสุดฉุดกิจกรรมทางเศรษฐกิจวูบ -0.8% ถึง -2% ต่อ GDP ชี้การกระจายวัคซีนเป็นตัวแปรสำคัญในการฟื้นตัวของเศรษฐกิจ
ส่งออกรถยนต์ มิ.ย. พุ่ง 65%. ส.อ.ท.เพิ่มเป้าผลิตรถยนต์ปีนี้แตะ 1.6 ล้านคัน รับตลาดส่งออกรถยนต์ฟื้น โชว์ยอดผลิตรถยนต์เดือน มิ.ย. อยู่ที่ 134,245 คัน เพิ่มขึ้น 87.22% จากปีก่อน ส่งออกพุ่งกว่า 65%
ทอท.พร้อมเติมสภาพคล่องแอร์ไลน์. ทอท.เผยพร้อมช่วยเหลือสายการบินจากผลกระทบโควิด-19 ช่วยเติมสภาพคล่อง
เคาะเอ็กโก้นำเข้าLNG ดีเดย์ล็อตแรกปลาย64 - เอ็กโก กรุ๊ป ลุยบทบาทใหม่ผู้จัดหาและนำเข้าแอลเอ็นจี แจง กกพ.ขอปรับแผนนำเข้าล็อตแรกปลายปี 2564 และวางแผนจะนำเข้าอย่างเต็มรูปแบบในไตรมาสที่ 3/65 เพื่อใช้เป็นเชื้อเพลิงสำหรับ 3 โรงไฟฟ้าในกลุ่มเอ็กโก หวังเอื้อประโยชน์ในการบริหารต้นทุนเชื้อเพลิง
PTT – ตั้งบริษัทย่อย EVME Plus โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อดำเนินธุรกิจยานยนต์ไฟฟ้า ผ่านการให้บริการแพลตฟอร์มเช่ายานยนต์ไฟฟ้าและสถานีประจุและซ่อมบำรุงรถไฟฟ้า
Cash balance – น่าจะติด SOLAR, UPA, TI, SST-W2 / หลุด cash TH, XPG, XPG-W4 / หลุด cash หลัง 23 ก.ค. BEAUTY, JCK, JCK-W6, NCL, PACO, PRAPAT, SLP, U, U-P, U-W4, WINMED
ประเด็นติดตาม: - 23 ก.ค.: EU Manufacturing PMI เดือน ก.ค., US Manufacturing PMI เดือน ก.ค.
(* หมายถึง หุ้นทางกลยุทธ์ ซึ่งอาจมีคำแนะนำต่างกับพื้นฐาน หรือที่ไม่ ได้อยู่ในการวิเคราะห์ของ UOBKH ซึ่งนักลงทุนควรพิจารณาตั้งจุดตัดขาดทุน 3-5% ของราคาที่เข้าซื้อ)









