ประมาณการ 2Q64F: กำไรจะลดลง YoY แต่เพิ่มขึ้น QoQ
Event
เราคาดว่ากำไรจากธุรกิจหลักของ DELTA ใน 2Q64 จะอยู่ที่ 1.7 พันล้านบาท (-15% YoY, +14% QoQ) ซึ่งจะทำให้กำไรจากธุรกิจหลักใน 1H64 อยู่ที่ 3.2 พันล้านบาท (+22% YoY) โดยกำไรที่เพิ่มขึ้น QoQ จะมาจากยอดขายที่เพิ่มขึ้นเพราะอุปสงค์ที่แข็งแกร่ง และอัตรากำไรขั้นต้นที่เพิ่มขึ้นเล็กน้อย ในขณะที่กำไรที่ลดลง YoY จะเป็นเพราะอัตรากำไรขั้นต้นลดลงเนื่องจากโครงสร้างยอดขายไม่ดีเท่าใน 2Q63
Impact
ประมาณการ 2Q64: ยอดขายทำสถิติสูงสุดใหม่
เราคาดว่ายอดขายของ DELTA ใน 2Q64 จะอยู่ที่ 2.05 หมื่นล้านบาท (+44% YoY, +9% QoQ) แต่หากไม่รวมผลกระทบจากอัตราแลกเปลี่ยน เราคาดว่ายอดขายจะอยู่ที่ 656 ล้านดอลลาร์ฯ (+46% YoY, +5%QoQ) ซึ่งจะทำให้ยอดขายใน 1H64 อยู่ที่ 1,281 ล้านดอลลาร์ฯ (+50% YoY) เพิ่มขึ้นจากอุปสงค์ที่เพิ่มขึ้นจากกลุ่ม data center และยานยนต์ อย่างไรก็ตาม ต้นทุน logistics ยังคงสูง และฉุดให้อัตรากำไรขั้นต้นลดลงเหลือ 22.0% (-4.6ppts YoY, +0.3ppts QoQ) ซึ่งจะทำให้อัตรากำไรขั้นต้นใน 1H64 อยู่ที่ 21.8% (-1.9ppts YoY) เราคาดว่าสัดส่วน SG&A ต่อยอดขายจะยังทรงตัวอยู่ที่ 14.6% ใน 2Q64 ใกล้เคียงกับใน 2Q63 และ 1Q64 เนื่องจากต้นทุน logistic และค่าใช้จ่ายด้าน R&D ยังอยู่ในระดับสูง แนวโน้มยังดูสดใสใน 2H64 โดยคาดว่ายอดขายจะเพิ่มขึ้นเป็ น 3 พันล้านดอลลาร์ฯ ในปี 2565 เราคาดว่ายอดขายของ DELTA จะแข็งแกร่งใน 2H64 จากคำสั่งซื้อจำนวนมากท่ามกลางการเปลี่ยนมาใช้เทคโนโลยีใหม่ นอกจากนี้ ค่าใช้จ่าย R&D ที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องในปีนี้ยังเป็นสิ่งที่บ่งบอกว่าจะมีคำสั่งซื้อใหม่ ๆ เพิ่มเข้ามาในระยะต่อไปด้วย อย่างไรก็ตาม บริษัทอาจจะไม่ได้อานิสงส์เต็มที่จากการอ่อนค่าของเงินบาท เนื่องจากต้นทุน logistics สูง เราได้ปรับสมมติฐานยอดขาย อัตรากำไรขั้นต้น และอัตราแลกเปลี่ยน (Figure 2) ส่งผลให้ประมาณการกำไรจากธุรกิจหลักในปี 2564 เพิ่มขึ้นจากเดิม 2% และปี 2565 เพิ่มขึ้น 24%
Valuation & action
เราคาดว่ากำไรของ DELTA จะเพิ่มขึ้น 16% ในปี 2564 และ 49% ในปี 2565 และได้ re-rate PER จากเดิม 28.0x (+2.0 S.D.) ซึ่งเท่ากับของ Delta Taiwan เป็น 33.0x (PEG ที่ 1.0x จากอัตราการเติบโตของกำไรเฉลี่ยสองปี) เพื่อสะท้อนถึงแนวโน้มของเติบโตของบริษัท ดังนั้น เราจึงปรับเพิ่มราคาเป้าหมายสิ้นปี 2565 เป็น 320 บาท จากเดิม 215 บาท ซึ่งยังต่ำกว่าราคาปิดล่าสุดอยู่ถึง 45% ดังนั้น เราจึงยังคงคำแนะนำ “ขาย”
Risks
ภัยธรรมชาติ, มีการปิดโรงงานนอกแผน, ลูกค้าเปลี่ยนไปสั่งสินค้าจาก supplier รายอื่น, ขาดแคลนวัตถุดิบ, เงินบาทแข็งค่าขึ้น (เราใช้สมมติฐานอัตราแลกเปลี่ยนปี 2564-65 ที่ 31.50 บาท/ดอลลาร์ฯ)









