ครม.อนุมัติมาตรการเยียวยาวงเงิน 3 หมื่นล้านบาท
ให้แก่ลูกจ้างและสถานประกอบการที่ได้รับผลกระทบจากประกาศหยุดกิจการ เป็นเวลา 1 เดือน ซึ่งประกอบไปด้วย 1) เงินช่วยเหลือนายจ้าง 3,000 บาท/ลูกจ้าง 1 ราย ไม่เกิน 200 ราย 2) เงินช่วยเหลือลูกจ้าง ม.33 เพิ่มเติม 2,500 บาท (รวมกับชดเชย 50% ของรายได้ เป็น 10,000 บาท) 3) เงินช่วยเหลือ ลูกจ้าง ม.39 และ ม.40 5,000 บาท 4) มาตรการช่วยลดค่าใช้จ่ายน้ำ-ไฟ 2 เดือน (ก.ค.-ส.ค.) 5) ให้กระทรวงศึกษาและอุดมศึกษาฯ หารือสถานศึกษาในสังกัดพิจารณาเกี่ยวกับการลดค่าธรรมเนียมการศึกษา 6) ให้กระทรวงการคลังและธนาคารแห่งประเทศไทย หารือกับธนาคารพาณิชย์ เพื่อ ดำเนินมาตรการผ่อนปรนการชำระคืนเงินต้นและดอกเบี้ย หรือเลื่อนงวดการชำระเงินต้นและดอกเบี้ย ให้แก่ทั้งประชาชนและผู้ประกอบการอย่างจริงจัง และกำหนดมาตรการทางการเงินเพื่อช่วยเหลือประชาชนสำหรับผู้ให้บริการนอกระบบการกำกับของ ธปท. // แม้มาตรการดังกล่าวจะเป็นปัจจัยบวกต่อกำลังซื้อในประเทศ แต่สถานการณ์ระบาดที่ยืดเยื้อจะกดดันต่อผลประกอบการทำให้ในระยะสั้นกลุ่มได้ประโยชน์จากการฟื้นตัวของเศรษฐกิจโลก ยังมีแนวโน้มเคลื่อนไหวได้ดีกว่า ขณะที่กลุ่มธนาคารจะมีปัจจัยกดดันทั้งจากแนวโน้มการตั้งสำรองที่อาจกลับมาเพิ่มขึ้น รวมถึงจากการดำเนินมาตรการผ่อนปรนให้ลูกหนี้
เงินเฟ้อสหรัฐฯ มิ.ย.สูงกว่าคาด ดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) มิ.ย. เพิ่มขึ้น 0.9% MoM และ 5.4% YoY (สูงกว่าตลาดคาดที่ 0.5% MoM และ 5.0% YoY) และสูงสุดนับจากมิ.ย.51 โดย FedWatch Tool ของ CME Group ซึ่งวิเคราะห์การซื้อขายสัญญาล่วงหน้าอัตราดอกเบี้ยระยะสั้นของสหรัฐ พบว่า นักลงทุนคาดการณ์ว่า เฟดมีแนวโน้ม 100% ที่จะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในเดือนม.ค.66 ขณะที่มีแนวโน้ม 90% ที่จะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในเดือนธ.ค.65 เงินเฟ้อที่สูงของสหรัฐ ยังมีปัจจัยหลักมาจาก 2 ส่วนได้แก่ ราคาพลังงาน และราคาจำหน่ายรถยนต์มือสอง ซึ่งสะท้อนถึงพฤติกรรมการเดินทางผ่านรถยนต์ส่วนตัวมากขึ้น และทำให้การใช้น้ำมันเบนซินเร่งตัวขึ้นอย่างต่อเนื่อง // ทิศทางเงินเฟ้อยืนยันเศรษฐกิจฟื้นตัว ขณะเดียวกันคาดเป็นปัจจัยกดดันระยะสั้นต่อจิตวิทยาการลงทุนในหุ้น
GPSC ประกาศโครงการลงทุนไฟฟ้าแสงอาทิตย์ขนาดใหญ่ในอินเดีย โดยจะลงทุน 14,825 ลบ.ใน Avaada Energy Private Limited (Avaada) กำลังการผลิต ณ ปัจจุบัน 1,392MW และอยู่ระหว่างการก่อสร้างอีก 2,352MW ซึ่งจะ COD ในปี 64-65 แม้ค่าไฟในอินเดียจะต่ำ เราเชื่อว่าโครงการนี้จะสร้างมูลค่าให้ GPSC อย่างมีนัยสำคัญ จากต้นทุนค่าก่อสร้างที่ถูก และมีโอกาสต่อยอดโครงการอื่นๆ ในอนาคต เรามีมุมมองเชิงบวกต่อการลงทุนดังกล่าวของ GPSC (ซื้อ, ราคาเหมาะสม 100 บาท)
ธีมลงทุนที่น่าสนใจ เรามองนักลงทุนควรมีหุ้นปลอดภัยหรือหุ้นที่ยังมีการถือครองโดยนักลงทุนต่ำ (under-owned) ผลตอบแทนพันธบัตรที่ปรับลดลง จะเป็นอีกปัจจัยที่ทำให้หุ้นในกลุ่มปลอดภัยและปันผลสูง มีโอกาสฟื้นตัว และเป็นแหล่งพักเงินที่ดี เน้นทยอยสะสสมเมื่ออ่อนตัวใน หุ้นปันผลและกองรีทส์ ADVANC, AIMIRT, WHART, FTREIT, EASTW, WHAUP, TTW ขณะที่ค่าเงินบาทอ่อน เป็นบวกต่อกลุ่มอาหารและเกษตร TVO, TU, CPF // เก็งกำไร กลุ่มเดินเรือ PSL, TTA, RCL
ภาพรวมกลยุทธ์: เน้นเลือกเก็งกำไรรายตัวในช่วงที่สถานการณ์ระบาดในประเทศ ยังอยู่ในระดับสูง ก่อให้เกิดความเสี่ยงของการปรับประมาณการ และตัวเลขทางเศรษฐกิจ ภาพรวมยังเน้นบริหารความเสี่ยง และปรับสมดุลให้ในพอร์ตมีเงินสดมากพอหากโอกาสซื้อเกิดขึ้น // หุ้นแนะนำ: GPSC*, WINMED*, CKP*, PM*
แนวรับ: 1,550/ แนวต้าน : 1,580 จุด สัดส่วน : เงินสด 60% : พอร์ตหุ้น 40%
ประเด็นการลงทุน
TISCO ออกโครงการคืนรถจบหนี้ - โดยเร่งเข้าช่วยเหลือในกลุ่มที่ไม่สามารถผ่อนชำระค่างวดต่อไปได้มีทางเลือกในการคืนรถ โดยธนาคารจะเป็นผู้รับผิดชอบหรือยกหนี้ให้ ภายใต้เงื่อนไขที่กำหนด เช่น กรณีหากมีส่วนต่างผลขาดทุนจากการขายรถ และธนาคารจะไม่ดำเนินการฟ้องร้องเรียกค่าเสียหายเพิ่มเติม
BCPG. เซ็นต์สัญญาขายไฟฟ้า (PPA) โรงไฟฟ้าพลังงานลม "มอนสูน" ขนาด 600 เมกะวัตต์ในสปป.ลาว ให้การไฟฟ้าเวียดนาม กำหนดจ่ายไฟฟ้าเข้าระบบปลายปี 68 หนุนกำลังการผลิตตามสัดส่วนการถือหุ้นเพิ่มขึ้น 50%
RBF. คว้าใบอนุญาตเพาะปลูก-สกัดน้ำมันจากเมล็ดกัญชงจาก อย.เพิ่ม หลังก่อนหน้านี้ได้ใบอนุญาตโรงงานสกัดสาร CBD-THC รายแรกในไทยและเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ คาดเริ่มมีรายได้ไตรมาส 4/64
ประเด็นติดตาม: - 15 ก.ค.: FED Beige Book, Chinses GDP 2Q21, OPEC Monthly Report, US Initial Jobless Claims
(* หมายถึง หุ้นทางกลยุทธ์ ซึ่งอาจมีคำแนะนำต่างกับพื้นฐาน หรือที่ไม่ ได้อยู่ในการวิเคราะห์ของ UOBKH ซึ่งนักลงทุนควรพิจารณาตั้งจุดตัดขาดทุน 3-5% ของราคาที่เข้าซื้อ)






