ศบค.ประกาศมาตรการควบคุม 10 จังหวัด 14 วัน เริ่ม 12 ก.ค.
ภาพรวมมีลักษณะคล้ายการล็อคดาวน์ที่เกิดขึ้นช่วงปีก่อน แต่จำกัดเฉพาะพื้นที่ระบาดเข้มข้น โดยเน้นการลดกิจกรรมต่างๆผ่านการ ทำงานที่บ้าน, จำกัดเวลาออกนอกเคหะสถาน, และขอความร่วมมือไม่เดินทางระหว่างจังหวัด, ปิดสถานบริการ, ห้ามการจับกลุ่มรวมเกิน 5 คน (ยกเว้นกิจกรรมทางศาสนา), รวมถึงการปิดห้างสรรพสินค้า ยกเว้นแผนกซุปเปอร์มาร์เก็ต, ยาและเวชภัณฑ์, สถาบันการเงิน และอุปกรณ์เครื่องมือสื่อสาร
กลุ่มที่คาดว่าจะได้รับผลกระทบเชิงลบ กลุ่มค้าปลีก คาดกระทบต่อยอดขายสาขาเดิม (same store sales growth) ไตรมาส 3/64 จะติดลบ 17-20% YoY คล้ายที่เกิดในช่วงล็อคดาวน์ ไตรมาส 2/63 ภาพรวมประมาณการกำไรมีความเสี่ยงต่อคาดการณ์กำไรปี 2564 ในระดับ 10-20% ขึ้นกับความยาวนานของมาตรการ โดยหุ้นที่กระทบหนักสุดคือ CRC และ BJC ที่จะกระทบหนักกว่า HMPRO, CPALL, COM7/ กลุ่มอสังหาริมทรัพย์ หุ้นที่ได้รับผลกระทบคือกลุ่มพื้นที่ให้เช่า เนื่องจากอาจต้องปรับลดหรือยกเว้นค่าเช่าให้ผู้เช่า ซึ่งได้แก่ CPN, SF / หุ้นอื่นๆ รวมถึงหุ้นที่อยู่นอก coverage ของ UOBKH ได้แก่ MAJOR, SPA, DOHOME, M, ZEN เป็นต้น
กลุ่มการแพทย์อาจได้ผลบวกจากนโยบายกักตัวอยู่บ้าน กระทรวงสาธารณสุขเห็นชอบหลักการกักตัวอยู่บ้าน (home isolation) สำหรับผู้ป่วยที่มีอาการน้อยหรือไม่แสดงอาการ โดยผู้ป่วยที่ได้รับความเห็นชอบจากแพทย์และยินยอมกักตัวอยู่บ้าน จะได้รับการติดตามดูแลที่จำเป็น ไม่ว่าจะเป็นในเรื่องของยาและเวชภัณฑ์ รวมถึงการให้คำปรึกษาผ่านระบบ Telemedicine โดยอยู่ระหว่างเตรียมนำเสนอครม. ซึ่งเบื้องต้นเราประเมินเป็นปัจจัยบวกต่อผลประกอบการของกลุ่มการแพทย์ จากการขยายกำลังให้บริการที่จะเพิ่มสูงขึ้น โดยกลุ่มร.พ.ที่เน้นนักลงทุนในประเทศ ในระยะสั้นยังมีแนวโน้มโดดเด่น ไม่ว่าจะเป็น BCH, CHG มากกว่าร.พ.ขนาดใหญ่อย่าง BDMS (ซื้อ) และ BH (ถือ)
ธีมลงทุนที่น่าสนใจ เรามองนักลงทุนควรมีหุ้นปลอดภัยหรือหุ้นที่ยังมีการถือครองโดยนักลงทุนต่ำ (under-owned) ผลตอบแทนพันธบัตรที่ปรับลดลง จะเป็นอีกปัจจัยที่ทำให้หุ้นในกลุ่มปลอดภัยและปันผลสูง มีโอกาสฟื้นตัว และเป็นแหล่งพักเงินที่ดี เน้นทยอยสะสสมเมื่ออ่อนตัวใน หุ้นปันผลและกองรีทส์ ADVANC, AIMIRT, WHART, FTREIT, EASTW, WHAUP, TTW ขณะที่ค่าเงินบาทอ่อน เป็นบวกต่อกลุ่มอาหารและเกษตร TVO, TU, CPF // เก็งกำไร กลุ่มเดินเรือ PSL, TTA, RCL
ภาพรวมกลยุทธ์: ฟื้นตัวโดยมีกรอบแนวต้านสำคัญ 1565 จุด และแนวรับสำคัญที่ 1510-1530 จุด โดยภาพรวมยังเป็นการฟื้นตัวในกรอบทางลง ภาพรวมยังเน้นบริหารความเสี่ยง และปรับสมดุลให้ในพอร์ตมีเงินสดมากพอหากโอกาสซื้อเกิดขึ้น // หุ้นแนะนำ: IVL, EASTW*, BDMS*, TTA*
แนวรับ: 1,510-1,530/ แนวต้าน : 1,565 จุด สัดส่วน : เงินสด 60% : พอร์ตหุ้น 40%
ประเด็นการลงทุน
แบงก์ชาติจีนหั่น RRR หนุนเศรษฐกิจสู้โควิด-19. ธนาคารกลางจีน (PBOC) ประกาศลดสั่นส่วนการกันสำรองของธนาคารพาณิชย์ หรือ RRR ในอัตรา 0.50% สำหรับสถาบันการเงินทุกแห่งเพื่อสนับสนุนเศรษฐกิจ คาดหนุนเม็ดเงินไหลเข้าสู่ระบบ 1 ล้านล้านหยวน โดยจะมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 15 ก.ค.
ตลาดคาดเฟดอาจส่งสัญญาณขึ้นดอกเบี้ย ลด QE ในการแถลงต่อสภาคองเกรสสัปดาห์นี้. นักลงทุนจับตานายเจอโรม พาวเวล ประธานเฟดในการแถลงการณ์รอบครึ่งปีต่อสภาคองเกรสสัปดาห์นี้ (14-15 ก.ค.) ซึ่งอาจส่งสัญญาณเกี่ยวกับแนวโน้มการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยและการปรับลดวงเงินในโครงการซื้อพันธบัตรตามมาตรการผ่อนคลายเชิงปริมาณ (QE)
ความเชื่อมั่นอสังหาฯดิ่งเหว. ดัชนีความเชื่อมั่นผู้ประกอบการอสังหาฯ กรุงเทพ-ปริมณฑล ใน 6 เดือนข้างหน้า อยู่ที่ 50.5 ลดลงจากไตรมาสก่อนหน้าซึ่งอยู่ที่ 58.8 โดยเป็นการลงลงอย่างรุนแรงในทุกปัจจัยท่ามกลางความเสี่ยงของสถานการณ์โควิด-19 ที่ยังไม่สามารถควบคุมได้
RCI. ตลท.เพิกถอน RCI ออกจากตฃาดฯ ซึ่งเป็นการเพิกถอนโดยสมัครใจ 15 ก.ค. จะเป็นวันซื้อขายสุดท้าย
กลุ่ม G20 มองโควิดเป็นความเสี่ยงต่อการฟื้นตัว - แถลงการณ์ของกลุ่มประเทศ G20 ยอมรับว่า แนวโน้มเศรษฐกิจโลกนั้นดีขึ้นในขณะที่มีการฉีดวัคซีนและมีการสนับสนุนด้านนโยบายอย่างต่อเนื่อง แต่ก็เตือนด้วยว่า การแพร่ระบาดของไวรัสกลายพันธุ์และการเข้าถึงวัคซีนที่ไม่เท่าเทียมกันนั้น ถือเป็น "ความเสี่ยงทางลง"
ไฟฟ้าชุมชน – การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค ประกาศรายชื่อผู้ผ่านคุณสมบัติด้านเทคนิคจำนวน 95 ราย
ประเด็นติดตาม: - 9 ก.ค.: ECB President Lagards Speaks
(* หมายถึง หุ้นทางกลยุทธ์ ซึ่งอาจมีคำแนะนำต่างกับพื้นฐาน หรือที่ไม่ ได้อยู่ในการวิเคราะห์ของ UOBKH ซึ่งนักลงทุนควรพิจารณาตั้งจุดตัดขาดทุน 3-5% ของราคาที่เข้าซื้อ)









