วัฏจักรรอบใหม่ของธุรกิจขนส่งสินค้าทางอากาศเริ่มขึ้นแล้ว
Event
ประชุมกับผู้บริหารบริษัท
lmpact
ผู้นำด้านบริการขนส่งครบวงจรในเอเซีย
III ให้บริการขนส่งครบวงจร โดยบริหารจัดการด้าน logistics และ supply chain ทั้งในประเทศไทย และในต่างประเทศ โดยเฉพาะในภูมิภาคเอเชีย ทั้งนี้ บริษัทแบ่งธุรกิจออกเป็น 4 กลุ่ม ได้แก่ i) การขนส่งทางอากาศ (60% ของรายได้ใน 1Q64) ซึ่งรวมถึงการเป็นตัวแทนขายพื้นที่ขนส่งสินค้า, บริการจัดการขนส่งทางอากาศแบบขายส่ง และ บริการคลังสินค้าและบริการเกี่ยวเนื่องในภาคพื้นอากาศยาน ii) การขนส่งทางทะเล และทางบก (2%) iii) การบริหารจัดการด้าน logistics (9%) และ iv) บริการ logistics สำหรับเคมีภัณฑ์ และสินค้าพิเศษ (29%)
เสริมความแข็งแกร่งทางธุรกิจผ่าน JV
บริษัทเน้นกลยุทธ์สร้างความสัมพันธ์อย่างแนบแน่นกับพันธมิตรทางธุรกิจ โดยเฉพาะในรูปแบบของการตั้ง JV ยกตัวอย่างเช่น การที่ III ตั้ง JV (Teleport Thailand, TLP) ร่วมกับ Air Asia Group และกลายมาเป็นตัวแทนขายแบบ exclusive ให้กับ 8 สายการบินในเครือ นอกจากนี้ บริษัทยังเข้าลงทุนใน Around Logistics Management (AROUND) ตัวแทนขายพื้นที่ขนส่งสินค้าในฮ่องกง ซึ่งมีเครือข่ายครอบคลุม 24 ประเทศ ทั้งนี้ จากเครือข่ายทางธุรกิจของ Teleport และ AROUND ทำให้ III มีสถานะที่แข็งแกร่งในเส้นทางการขนส่งในภูมิภาคเอเซีย และเป็นตัวแทนขายแบบ exclusive ให้กับ 25 สายการบิน ทั้งนี้ III ได้ตั้ง JV ขึ้นมาหลายแห่งในทั้ง 4 กลุ่มธุรกิจ ซึ่งทำกำไรให้บริษัทรวม 53.4 ล้านบาทใน 1Q64 คิดเป็น 68.9% ของกำไรสุทธิของบริษัท โดยส่วนแบ่งกำไรจาก JV มาจากธุรกิจขนส่งทางอากาศมากที่สุดที่ 41.3 ล้านบาท
มีแนวโน้มเติบโตสูงจากการฟื้นตัวของการค้าโลก
เรามองว่าวัฏจักรเศรษฐกิจในปัจจุบันเป็นจุดที่ดีสำหรับผู้ให้บริการขนส่งระหว่างประเทศอย่าง III เพราะการที่เศรษฐกิจโลกอยู่ในช่วงเริ่มฟื้นตัว ทำให้มีกิจกรรมการค้าเพิ่มขึ้น ในขณะที่สต้อกสินค้าคงคลังอยู่ในระดับที่ต่ำมากเป็นพิเศษ ดังนั้น อัตราการเติบโตของปริมาณการค้า และวัฏจักรการสะสมสต็อคสินค้าจะช่วยหนุนอุปสงค์การขนส่งสินค้าทางอากาศไปอีกอย่างน้อย 12 เดือน ในขณะเดียวกัน เราคาดว่าธุรกิจการขนส่งทางทะเลจะยังคงได้อานิสงส์จากต้นทุนค่าขนส่งที่เพิ่มขึ้น โดย III มีแผนจะเพิ่ม capacity ทั้งในส่วนของบริการขนส่งทางอากาศ และทางทะเลเพื่อตอบสนองต่ออุปสงค์ที่เพิ่มขึ้น
ใช้จุดแข็งของบริษัทในการขยายธุรกิจใหม่
นอกจากธุรกิจของบริษัทจะมีแนวโน้มสดใสแล้ว III ยังมีแผนที่จะรุกเข้าไปในธุรกิจใหม่ ๆ เพื่อใช้ประโยชน์จากจุดแข็งของบริษัท โดยเฉพาะในแง่ของเครือขายการขนส่งทางอากาศ และความเชี่ยวชาญในการให้บริการขนส่งเคมีภัณฑ์ ซึ่งจะทำให้ III มีความได้เปรียบในการแข่งขันในบางธุรกิจ อย่างเช่น การขนส่งยา และวัคซีนซึ่งต้องมีการควบคุมอุณหภูมิ และการให้บริการจัดส่งสินค้าทั่วประเทศภายในวันเดียวกัน นอกจากนี้ บริษัทยังเข้าไปซื้อบริษัทที่ให้บริการ portal แบบ franchise (Shipsmile) เพื่อให้สามารถเจาะตลาดบริการด้านขนส่งในประเทศได้ดีขึ้น โดยเฉพาะในส่วนของธุรกิจ E-commerce โดย Shipsmile จะทำหน้าที่เป็นช่องทางการตลาดสำหรับบริการอื่น ๆ ในอนาคตของ III
คาดว่าผลประกอบการใน 2Q64F จะเติบโตอย่างแข็งแกร่ง
เราคาดว่ากำไรสุทธิของ III จะเติบโตอย่างแข็งแกร่ง YoY ใน 2Q64 เนื่องจาก i) โมเมนตั้มการเติบโตของรายได้ ii) ส่วนแบ่งกำไรจาก JVs เพิ่มขึ้น และจะเริ่มรับรู้ส่วนแบ่งกำไรจาก Shipsmile ใน 2Q64 และ iii) คาดว่าจะมีกำไรพิเศษจากการขายหุ้นซื้อคืนของบริษัท 58.50 ล้านบาท ส่วนในปี 2564F บริษัท
ตั้งเป้าอัตราการเติบโตของกำไรเอาไว้ที่ไม่ต่ำกว่า 30% ในขณะที่ consensus คาดว่ากำไรปกติจะอยู่ที่ 258 ล้านบาท (+58.8% YoY) เรามองว่าผลประกอบการปีนี้ยังมี upside จาก consensus อีก เนื่องจากจะมี capacity ของบริการขนส่งทางอากาศ และทางทะเลเพิ่มเข้ามาใน 2H64 เพื่อตอบสนองอุปสงค์การส่งออกที่เพิ่มขึ้นตามฤดูกาลใน 3Q-4Q ทั้งนี้ กำไรของ III ใน 1Q64 โตถึง 224.4% ทำสถิติสูงสุดรายไตรมาสที่ 77.5 ล้านบาท
Risk
เศรษฐกิจไทย และเศรษฐกิจโลกถดถอย, สถานการณ์โรคระบาด, สภาวะการแข่งขันในตลาด









