MAJOR ร่วงหนัก! หวั่นขาย SF ทำส่วนแบ่งกำไรวูบ 700 ล้านบาท

MAJOR ร่วงหนัก! หวั่นขาย SF ทำส่วนแบ่งกำไรวูบ 700 ล้านบาท

“บล.เอเซีย พลัส” ประเมิน MAJOR ราคาร่วง 12.87% คาดส่วนแบ่งกำไรหายไปปีละ 700 ล้าน หลังขายหุ้น SF ให้ CPN แต่ช่วยดอกเบี้ยจ่ายลดลงปีละ 140 ล้าน-บุ๊กกำไรไตรมาส 3/64 หนุนนักวิเคราะห์เพิ่มเป้ากำไรปีนี้ “บล.ทิสโก้” แนะนำซื้อรับการฟื้นตัวปี 65

ความเคลื่อนไหวของราคาหุ้น บมจ.เมเจอร์ ซีนีเพล็กซ์ กรุ้ป (MAJOR) วานนี้ (6 ก.ค.) ปรับตัวลงต่อเนื่องตลอดทั้งวัน ระหว่างวันปรับตัวลงต่ำสุด 21.50 บาทต่อหุ้น ลดลง 3.75 บาท หรือ 14.85% ก่อนจะปรับขึ้นมาปิดที่ 22.00 บาทต่อหุ้น ลดลง 3.25 บาท หรือ 12.87%

นายประสิทธิ์ รัตนกิจกมล ผู้อำนวยการอาวุโส สายงานวิจัย บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) เอเซีย พลัส จำกัด เปิดเผยว่า ภายหลัง MAJOR ขายหุ้น บมจ.สยามฟิวเจอร์ดีเวลอปเมนท์ (SF) ให้แก่ บมจ.เซ็นทรัลพัฒนา (CPN) คาดว่าจะส่งผลให้ส่วนแบ่งกำไรที่บริษัทรับรู้จาก SF หายไปปีละ 700 ล้านบาท หรือราว 40-50% ของกำไรทั้งหมด อย่างไรก็ดี บริษัทจะได้รับผลบวกจากกระแสเงินสดก้อนใหม่จากที่ CPN จ่ายชำระหนี้มูลค่า 7,765.90 ล้านบาท โดยจะนำไปทยอยชำระคืนหนี้ 5,300 ล้านบาท ซึ่งจะส่งผลให้ภาระดอกเบี้ยจ่ายลดลงปีละ 140 ล้านบาท นอกจากนี้ บริษัทคาดว่าจะรับรู้กำไรหลังหักภาษีมูลค่า 2,824 ล้านบาท ในไตรมาส 3 ปี 2564 นี้ ส่งผลให้คาดการณ์กำไรปีนี้เพิ่มขึ้นจากเดิมคาดมีกำไร 885 ล้านบาท

สำหรับราคาหุ้นของบริษัทวานนี้ คาดว่านักลงทุนขายทำกำไรตามข่าว (Sell on Fact) เนื่องจากราคาหุ้นในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมาปรับขึ้นตอบรับข่าวลืมดีลการซื้อขาย SF ไปแล้ว อย่างไรก็ตาม ยังแนะนำซื้อลงทุน เพราะแนวโน้มธุรกิจมีโอกาสกลับมาฟื้นตัวหลังโควิด-19 รวมถึงคาดหวังการประกาศจ่ายปันผลพิเศษเดือน ส.ค. โดยให้ราคาเหมาะสม 24.00 บาทต่อหุ้น

นายอภิชาติ ผู้บรรเจิดกุล ผู้อำนวยการอาวุโส สายงานวิเคราะห์เชิงกลยุทธ์ บล.ทิสโก้ กล่าวว่า ราคาหุ้น MAJOR ปรับตัวลงจากแรงขาย Sell on Fact ของนักลงทุน รวมถึงกังวลส่วนแบ่งกำไร SF ที่จะหายไปปีละประมาณ 600-700 ล้านบาท อย่างไรก็ดี ฝ่ายวิจัยยังแนะนำซื้อ เพราะคาดหวังการฟื้นตัวของธุรกิจในปี 2565 หลังสถานการณ์โควิด-19 คลี่คลายลง รวมถึงปัจจัยบวกที่บริษัทได้กระแสเงินสดเข้ามาพยุงกิจการ โดยให้ราคาเหมาะสม 31.00 บาทต่อหุ้น ซึ่งเป็นราคาที่สะท้อนข่าวซื้อขายกิจการ SF ไปแล้ว