การประชุมโอเปคและพันธมิตรยังไม่ได้ข้อสรุป โดยจะประชุมกันต่อในวันนี้ (5 ก.ค.)
ภาพรวมซาอุดิอาระเบียและรัสเซียเห็นพ้องในการปรับเพิ่มกำลังการผลิตแบบค่อยเป็นค่อยไปเดือนละ 400,000 บาร์เรล/วัน ในช่วง 5 เดือนที่เหลือ หรือ เพิ่มขึ้นอีก 2 ล้านบาร์เรล/วัน ณ สิ้นปี อย่างไรก็ตามสหรัฐอาหรับเอมิเรต (UAE) ยังไม่เห็นพ้องและเรียกร้องให้มีการปรับเพิ่มโควต้าส่วนของตนเองขึ้นเป็น 3.8 ล้านบาร์เรล/วัน (จาก 3.2 ล้านบาร์เรล/วัน) ทำให้การเจรจายังไร้ข้อสรุป เรามองอัพไซด์ราคาน้ำมันระยะสั้นจำกัดที่ระดับ 75-80 เหรียญฯ ทำให้โอกาสที่ความขัดแย้งจะส่งผลบวกต่อราคาน้ำมันจะเริ่มจำกัด ขณะที่หากมีการประนีประนอมในการขยายการเพิ่มกำลังการผลิต อาจส่งผลให้ราคาน้ำมันปรับลดลงได้
การฟื้นตัวในอัตราที่แตกต่างเป็นความเสี่ยงของเงินทุนเคลื่อนย้าย สหรัฐฯ รายงานตัวเลขจ้างงานนอกภาคเกษตร (non-farm payroll) มิ.ย.แข็งแกร่งที่ 850,000 ตำแหน่ง (สูงกว่าตลาดคาดที่ 706,000 ตำแหน่ง) โดยนายจาเร็ด เบิร์นสไตน์ ที่ปรึกษาเศรษฐกิจประจำทำเนียบขาว ประเมินการจ้างงานกลับสู่ระดับก่อนเกิดโควิด-19 เร็วกว่าที่คาดไว้ ทั้งนี้โดยอัตราการว่างงานปัจจุบันที่ 5.9% ต่ำกว่าเมื่อครั้งสหรัฐฯเริ่มชะลอการซื้อพันธบัตร (Tapering) ในเดือน ธ.ค.56 แม้ตัวเลขจ้างงานดังกล่าวในระยะสั้นน่าจะไม่ทำให้เฟดเร่งการลดการผ่อนคลายเร็วขึ้นจากที่คาดว่าจะเกิดขึ้น ธ.ค.64 แต่โมเมนตัมของเศรษฐกิจสหรัฐฯ และผลประกอบการบจ.ที่เติบโตดีกว่าเอเชียและตลาดเกิดใหม่ ที่ยังเผชิญสถานการณ์ระบาดในระดับสูง ทำให้ความเสี่ยงจากการจัดสรรน้ำหนักลงทุนและเงินทุนเคลื่อนย้าย มีโอกาสกดดันหุ้นไทยในช่วงครึ่งปีหลัง
ประเด็นจับตาสัปดาห์นี้ ได้แก่การระบาดของสถานการณ์โควิดในประเทศ ซึ่งอาจเป็นการเริ่มต้นระลอกที่ 4, รายงานการประชุมคณะกรรมการนโยบายการเงินสหรัฐฯ (7 ก.ค.), การประชุม G-20 (9 ก.ค.) ที่คาดจะมีการหารือเรื่องการจัดเก็บภาษีขั้นต่ำของการประกอบธุรกิจระดับโลก (global minimum tax) ซึ่งอาจเป็นปัจจัยกดดันต่อหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีขนาดใหญ่ที่มีการดำเนินธุรกิจข้ามชาติ
ธีมลงทุนอื่นที่น่าสนใจ 1) กลุ่มพลังงาน ปิโตรฯ PTT, PTTGC, IVL, IRPC 2) อาหารและเกษตร TVO, CPI, TU, CPF 3) ได้ประโยชน์จากเราชนะ TNP และ KK เนื่องจากเป็นร้านค้าธงฟ้า 4) การขายประกันโควิด บวกต่อ THRE, TIP, TQM 5) ปันผลและกองรีทส์ ADVANC, BTSGIF, CPNREIT, AIMIRT, FTREIT, EASTW, WHAUP, TTW, TIP 6) เก็งกำไรกลุ่มดิจิตัลทีวี BEC, WORK, MONO 7) หุ้นกลุ่มเรือ TTA, PSL, RCL
ภาพรวมกลยุทธ์: เลือกเก็งกำไรรายตัวใน 1) กลุ่มหุ้นปลอดภัยที่มีการถือครองน้อย 2) หุ้นที่มีผลการดำเนินงานหรือมีปัจจัยผลักดันระยะสั้นโดดเด่น 3) หุ้นที่ได้ประโยชน์จากการเติบโตภายนอก โดยเฉพาะในช่วงที่สถานการณ์ระบาดในประเทศกดดันหุ้นเปิดเมือง โดยยังคงระวังความเสี่ยงทางลงในระดับ 1520 จุด หรือต่ำกว่า แต่มองการปรับลงเป็นโอกาสลงทุนที่ดี // หุ้นแนะนำ: PTTGC, FSMART, CPF, ADVANC
แนวรับ: 1,585/ แนวต้าน : 1,600-1,606 จุด สัดส่วน : เงินสด 60% : พอร์ตหุ้น 40%
ประเด็นการลงทุน
สถานการณ์ระบาด ศบค.พบผู้ติดเชื้อโควิดรายใหม่ 5,916 ราย /ในปท.4,071 ราย/ ตรวจเชิงรุก1,839 ราย/ตปท.6 ราย/ ขณะที่มีรายงานผู้เสียชีวิต 44 ราย
รับเหมาก่อสร้าง ศบค.เตรียมผ่อนคลายโครงการก่อสร้าง โดยเห็นชอบแนวทางการผ่อนคลายมาตรการสำหรับโครงการก่อสร้างที่มีความจำเป็นและการเคลื่อนย้ายแรงงานที่มีเหตุผลทางด้านสาธารณสุขสำหรับการก่อสร้างบางประเภท ได้แก่ การก่อสร้างที่อาจเสียหายเชิงวิศวกรรมถ้าปล่อยไว้นาน เช่น ก่อสร้างใต้ดินที่มีความลึก, การก่อสร้างโครงสร้างชั่วคราว เช่น นั่งร้าน แบบรอเทปูน, การก่อสร้างด้านจราจร เช่น ไฟสัญญาณ แผ่นเหล็กปิดงานบนผิวจราจร และ การก่อสร้างที่เกี่ยวข้องกับการควบคุมโรคโควิด-19 เช่น รพ.สนาม.
KBANK. ขายประกันให้ “เมืองไทยประกันชีวิต” (MTL) ผ่านธนาคารและบริษัทย่อย 5 แห่ง รับค่าตอบแทน 1.27 หมื่นล้านบาท ทยอยบันทึกเป็นเวลา 10 ปี หรือเฉลี่ยปีละ 1.27 พันล้านบาท
ประเด็นติดตาม: - 5 ก.ค.: Chinese PMI เดือน มิ.ย., Thailand Consumer Confidence เดือน มิ.ย. / 6 ก.ค.: Thailand CPI เดือน มิ.ย., EU Retail Sales เดือน มิ.ย., US PMI เดือน มิ.ย. / 8 ก.ค.: FOMC Meeting Minutes, US Initial Jobless Claims
(* หมายถึง หุ้นทางกลยุทธ์ ซึ่งอาจมีคำแนะนำต่างกับพื้นฐาน หรือที่ไม่ ได้อยู่ในการวิเคราะห์ของ UOBKH ซึ่งนักลงทุนควรพิจารณาตั้งจุดตัดขาดทุน 3-5% ของราคาที่เข้าซื้อ)









