Healthcare Sector (22 มิ.ย.64)

Healthcare Sector (22 มิ.ย.64)

แนวโน้มฟื้นตัวต่อเนื่องอยู่ข้างหน้า

Event

แนวโน้มกลุ่มโรงพยาบาล

lmpact

ผลประกอบการ 2Q64 ของโรงพยาบาลที่มีธุรกิจเกี่ยวกับ COVID-19 จะแข็งแกร่ง

COVID-19 ที่กลับมาระบาดระลอกสามตั้งแต่เดือนเมษายน 25654 อยู่เหนือความคาดหมาย และรุนแรงยิ่งกว่าสองระลอกแรกในปีที่แล้ว (ปลายเดือนมีนาคม และปลายเดือนธันวาคม 2563) เมื่อพิจารณาจากยอดผู้ติดเชื้อ (>2,000 รายต่อวัน) อย่างไรก็ตาม เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นส่งผลดีกับโรงพยาบาลบางแห่งที่จะ
ได้อานิสงส์จากจำนวนผู้ติดเชื้อ COVID-19 ที่เพิ่มขึ้น ซึ่งแน่นอนว่าโรงพยาบาลที่ให้บริการคัดกรองผู้ป่วย COVID-19 (หรือทดสอบการติดเชื้อ) และให้บริการรักษาพยาบาลจะเป็นกลุ่มหลักที่ได้ประโยชน์ในขณะที่โรงพยาบาลของรัฐไม่สามารถรองรับจำนวนผู้ป่ วยที่เพิ่มขึ้นในรอบนี้ได้ เราชอบ BCH*, BDMS*, CHG* และ EKH จากการที่สามารถทำรายได้จากสถานการณ์ที่เกิดขึ้น นอกจากนี้ เรายังคาดว่าการที่ COVID-19 กลับมาระบาดระลอกสามในประเทศไทยจะช่วยหนุนให้ผลประกอบการของหุ้นกลุ่มโรงพยาบาล (ที่มีธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับ COVID-19) ใน 2Q64 โตได้อย่างมีนัยสำคัญ (มากกว่า 20% YoY)

วัคซีนทางเลือกจะช่วยหนุนกำไร FY64 แต่จะไม่ได้มากอย่างมีนัยสำคัญ

แม้ว่าเราจะมอง upside จากการนำเข้าวัคซีนหลายยี่ห้อใน 4Q64 และปี 2565 แต่เราไม่คิดว่ารายได้ที่เพิ่มขึ้นจากปัจจัยนี้จะหนุนให้รายได้และกำไรของหุ้นในกลุ่มเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญในปี FY64F ซึ่งเมื่ออิงจากประมาณการของเราเกี่ยวกับวัคซีนของ Moderna (Figure 7) เราประเมินว่าวัคซีนทางเลือกจะทำให้กำไรสุทธิของโรงพยาบาลในปี FY64F เพิ่มขึ้นเพียงแค่ 1.2-1.9% เท่านั้น โดยใช้สมมติฐาน netmargin ที่ 20% และราคาขายต่อโดสที่ 1,900 บาท เราคิดว่าวัคซีนทางเลือกจะถูกใช้เป็น booster เนื่องจากรัฐบาลได้จัดสรรวัคซีนฟรีให้ประชาชนไทยทั่วไปแล้ว (Sinovac และ AstraZeneca) ทั้งนี้ เรามองว่า upside ต่อประมาณการปี FY65 จะมากขึ้น หากประชาชนเลือกใช้วัคซีนได้ด้วยตัวเอง

การเปิดประเทศคือขั้นตอนถัดไปที่จะทำให้จำนวนผู้ป่วยต่างชาติที่บินเข้ามารับการรักษาฟื้นตัวขึ้น

เรายังคงคาดว่า จะเห็นสัญญาณบวกต่อการฟื้นตัวในปี 2565 จากการที่ประเทศไทย และประเทศอื่น ๆกลับมาเปิดประเทศอีกครั้ง โดยปัจจัยสำคัญที่จะทำให้ผู้ป่ วยต่างชาติกลับมาใช้บริการในประเทศไทยอีกครั้ง เนื่องจากประชากรโลกได้รับวัคซีนอย่างกว้างขวาง และมีการใช้หนังสือเดินทางสำหรับผู้ที่ได้รับวัคซีนครบแล้ว ซึ่งจะช่วยลดความกลัว COVID-19 และทำให้มีการคลายข้อกำหนดในการคุมโรคระบาดลงได้ เราคาดว่าจำนวนผู้ป่วยต่างชาติที่บินเข้ามารับการรักษาในประเทศไทยจะฟื้นตัวอย่างแข็งแกร่งมากขึ้นตั้งแต่ 4Q64F เป็นต้นไป โดยเราชอบ BDMS และ BCH มากที่สุดในกลุ่มจากแนวโน้มการฟื้นตัวและความสามารถในการให้บริการผู้ป่วยต่างชาติ

โรงพยาบาลที่เน้นบริการผู้ป่วยในประเทศดูไม่ค่อยน่าตื่นเต้น

สำหรับแนวโน้มใน 2H64 และปี 2565 เราคิดว่ากำไรของโรงพยาบาลขนาดเล็กจะโตน้อยกว่าโรงพยาบาลใหญ่ เนื่องจาก i) ฐานรายได้มาจากการรักษาผู้ป่ วยประกันสังคม ii) จำนวนผู้ป่วยที่ชำระเงินสดมีแนวโน้มฟื้นตัวตามการฟื้นตัวของเศรษฐกิจใน 2H64 iii) margin เพิ่มขึ้นตามจำนวน และ intensity
ของผู้ป่วย และ iv) มีการคุมต้นทุนและค่าใช้จ่ายอย่างมีประสิทธิภาพ ดังนั้น จาก platform ธุรกิจในปัจจุบัน เราจึงคิดว่า CHG และ LPH จะไม่ได้อานิสงส์จากธีมการเปิดประเทศในอีกสองสามปีข้างหน้า

Valuation & Action

เรายังคงคาดว่าผลประกอบการของหุ้นในกลุ่มโรงพยาบาลจะฟื้นตัวได้อย่างต่อเนื่องทั้ง YoY และ QoQ จาก i) กระแสรายได้ที่แข็งแกร่งจากธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับ COVID-19  ii) ผู้ป่วยต่างชาติที่กลับมาใช้บริการในประเทศไทยเร่งตัวขึ้นใน 4Q64 และ  iii) มีการบริหารจัดการต้นทุน และค่าใช้จ่ายอย่างมีประสิทธิภาพ ดังนั้น เราจึงยังคงให้น้ำหนักหุ้นกลุ่มโรงพยาบาลที่ Overweight และเมื่ออิงจากธีมนี้ เราชอบหุ้นที่มีรายได้จากธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับ COVID-19 และมีศักยภาพในการฟื้นตัวจากประเด็นการกลับมาเปิดประเทศอีกครั้ง ดังนั้น เราจึงเลือก BDMS และ BCH เป็นหุ้นเด่นของเราในกลุ่มนี้ เนื่องจาก i) แนวโน้ม
ผลประกอบการดีขึ้นในปี 2565F และ ii) platform ธุรกิจแข็งแกร่งทั้งในส่วนของผู้ป่วยไทยและต่างชาติ

Risks

COVID-19 ระบาด, เกิดเหตุก่อการร้ายครั้งใหญ่, เศรษฐกิจฟื้นตัวช้ากว่าที่คาดไว้