เต็งหนึ่ง
Event
อัพเดตแนวโน้มของบริษัท
Impact
ปรับเพิ่มประมาณการยอดผลิตรถยนต์ของประเทศไทยปีนี้เป็น 1.65 ล้านคัน
เราปรับเพิ่มประมาณการยอดผลิตรถยนต์ในประเทศไทยปี 2564F ขึ้น 5% จากเดิม 1.57 ล้านคัน เป็น 1.65 ล้านคัน (Figure 2) จากการปรับเพิ่มยอดผลิตรถยนต์เพิ่มการส่งออกขึ้นอีก 9.8% (Figure 1) ทั้งนี้ ยอดผลิตรถยนต์ในประเทศใน 4M64 เพิ่มขึ้น 19% YoY เป็น 570,188 คัน และโมเมนตั้มของการผลิตรถยนต์น่าจะยังเติบโตอย่างแข็งแกร่ง YoY ใน 2Q64F จากผลของฐานที่ต่ำ (Figure 6)
ปรับเพิ่มประมาณการกำสุทธิปี 2564-65F ขึ้นอีก 28%/18%
จากผลประกอบการที่ออกมาดีกว่าคาดอย่างมากใน 1Q64 ประกอบกับสมมติฐานยอดผลิตรถยนต์ใหม่ของเรา ทำให้เราปรับเพิ่มประมาณการกำไรสุทธิปี 2564/65F ขึ้นอีก 28%/18% ตามลำดับ สำหรับแนวโน้มในระยะสั้น เราคาดว่าโมเมนตั้มของกำไรใน 2Q64F จะเร่งขึ้นอย่างแข็งแกร่ง YoY แต่แผ่วลง
QoQ เนื่องจากเป็นช่วง low season ของผลประกอบการ
ได้รับผลกระทบจำกัดจากราคาเหล็กที่ปรับตัวขึ้น
เราคาดราคาเหล็กที่เพิ่มขึ้นจะส่งผลกระทบจำกัดต่ออัตรากำไรขั้นต้นของ SAT เนื่องจาก i) SAT ตุนสต็อกเหล็กที่ต้องใช้ไว้ 3 เดือนล่วงหน้า ซึ่งจะช่วยบรรเทาผลกระทบจากความผันผวนในระยะสั้นของราคาเหล็กไปได้ และ ii) บริษัทสามารถจะส่งผ่านต้นทุนที่แพงขึ้นไปให้กับผู้ผลิตรถยนต์ (จากนโยบาย
การกำหนดราคาขายแบบ cost-plus) โดยจะมีช่วง lag time ประมาณ 3-6 เดือน
ยังคงมองบวกกับแนวโน้มผลประกอบการ
เรายังคงมองบวกกับแนวโน้มผลประกอบการของ SAT ในปีนี้ โดยคาดว่ากำไรสุทธิจะโตถึง 149% YoY เป็น 924 ล้านบาท เราคาดว่ายอดขายของ SAT จะโตแรงกว่าค่าเฉลี่ยของกลุ่ม เนื่องจากบริษัทได้รับคำสั่งซื้อเพลาข้าง (axle shaft) ใหม่เพิ่มเข้ามาอีกปีละ 300 ล้านบาท ในขณะที่เราคาดธุรกิจเครื่องจักร
การเกษตรจะฟื้นตัวได้ดี โดยกลับมาสูงกว่าระดับก่อนที่ COVID-19 จะระบาดแล้วได้ปี 2564F ในขณะเดียวกัน เราคาดว่าอัตรากำไรขั้นต้นในปี 2564F จะเพิ่มขึ้น 4.7ppts YoY เป็น 19.8% จากการประหยัดต่อขนาด และประสิทธิภาพการผลิตที่เพิ่มขึ้น
Valuation & Action
SAT จะยังคงได้อานิสงส์จากวัฏจักรการฟื้นตัวของอุตสาหกรรมยานยนต์ไทย เรายังคงคำแนะนำ ซื้อ โดยประเมินราคาเป้าหมายที่ 28.00 บาท อิงจาก P/E ปี 2565F ที่ 11.5x เท่ากับค่าเฉลี่ยระระยาว +0.5 S.D.
Risks
ความเสี่ยงด้านเทคโนโลยี และปัญหาขาดแคลนแรงงาน









