น้ำมันหนุนตลาด (25 พ.ค.64)

น้ำมันหนุนตลาด (25 พ.ค.64)

วันจันทร์ที่ผ่านมาดัชนีเคลื่อนไหว Sideway จากการพบผู้ติดเชื้อโควิด-19 สายพันธุ์อินเดียและแอฟริกา ซึ่งเชื้อสามารถแพร่กระจายได้เร็วกว่าปกติ

ประกอบกับ MSCI จะมีการปรับลดน้ำหนักตลาดหุ้นไทย เป็นปัจจัยกดดันตลาด โดยดัชนี SET Index ปิดตลาดที่ 1,551.85 จุด -0.59 จุด -0.04% มูลค่าการซื้อขาย 78,741 ลบ. ต่างชาติ -2,013.09 ลบ. TFEX -4,154 สัญญา ตราสารหนี้ +483.43 ลบ.

ปัจจัยบวก

+ ดัชนีดาวโจนส์ เพิ่มขึ้น 186.14 จุด +0.54% ขณะที่ดัชนี Nasdaq พุ่งขึ้นกว่า 1.4% เนื่องจากการชะลอตัวของอัตราผลตอบแทนพันธบัตรสหรัฐเป็นปัจจัยหนุน growth stocks เช่น หุ้นกลุ่มเทคโนโลยี นลท.จับตาการเปิดเผยดัชนี PCE ของสหรัฐในวันศุกร์นี้ โดยดัชนี PCE เป็นมาตรวัดอัตราเงินเฟ้อที่เฟด ให้ความสำคัญ
+ ราคาน้ำมันดิบ WTI เพิ่มขึ้น 2.47 ดอลลาร์ + 3.9% ปิดที่ 66.05 ดอลลาร์/บาร์เรล ได้แรงหนุนจากโกลด์แมน แซคส์คาดการณ์ว่าราคาน้ำมันจะยังคงดีดตัวขึ้นต่อไป แม้ว่าอิหร่านกลับมาส่งออกน้ำมันในตลาด และมีรายงานว่าการยกเลิกมาตรการคว่ำบาตรต่ออิหร่านอาจเผชิญอุปสรรคครั้งใหม่
+ แผนการยกเลิกมาตรการล็อกดาวน์เพื่อปลดล็อกเศรษฐกิจของนายบอริส จอห์นสัน นายกรัฐมนตรีอังกฤษมีแนวโน้มคืบหน้า หลังมีข้อมูลระบุว่า วัคซีนป้องกันโควิด-19 มีประสิทธิภาพ
+WHO เรียกร้องให้ประเทศสมาชิก ฉีดวัคซีนโควิด-19 ให้แก่ประชากรจำนวนอย่างน้อย 10% ในทุกประเทศภายในเดือนก.ย. และอย่างน้อย 30% ภายในสิ้นปีนี้
+ ธปท.เปิดเผยว่าปัจจุบันสภาพคล่องในระบบสถาบันการเงินไทยมีเหลือเฟือ สูงถึง 2.3 ล้านล้านบาท จึงมีช่องให้ภาครัฐกู้เงินในประเทศเพื่อฟื้นเศรษฐกิจได้ ถ้าภาครัฐต้องการ

ปัจจัยลบ

- สภาพัฒน์ เปิดเผย สถานการณ์แรงงาน 1Q64 ว่า การว่างงานเพิ่มขึ้นสูง มีผู้ว่างงาน 0.76 ล้านคน คิดเป็นอัตราการว่างงาน 1.96% สูงขึ้นอีกครั้งหลังจากชะลอตัวลงในช่วง 2H63 สะท้อนถึงผลกระทบจากโควิด-19 ที่ยังมีอยู่อย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้หนี้ครัวเรือนเพิ่มขึ้น แนะนำเฝ้าระวังคุณภาพสินเชื่อใกล้ชิด
- รัฐบาลจีนจะใช้บทลงโทษขั้นรุนแรงต่อผู้ที่ละเมิดกฎข้อบังคับด้านการซื้อขายในตลาดสินค้าโภคภัณฑ์ เพื่อสะกัดความร้อนแรงของราคาสินค้าโภคภัณฑ์
- อดีต รมว.คลัง ยื่นศาลปกครองวินิจฉัย พ.ร.ก.กู้ 7 แสนลบ.ตั้งอำนาจเบ็ดเสร็จ-ใช้จ่ายหละหลวม
- ธปท. เผย NPL 1Q64 แตะ 5.37 แสนล้านบาท คิดเป็น 3.1% ของสินเชื่อรวม แนวโน้มหนี้เสียเป็นสิ่งที่ ธปท. และธนาคารพาณิชย์กังวล ซึ่งเริ่มเห็นสัญญาณการยึดรถ-ยึดบ้านเพิ่มขึ้น

แนวโน้มตลาดวันนี้

คาดดัชนีตลาดหุ้นไทยมีโอกาสปรับตัวขึ้นตามทิศทางตลาดต่างประเทศ โดยมีแรงหนุนจากอัตราผลตอบแทนพันธบัตรสหรัฐชะลอตัวลง ประกอบกับได้แรงหนุนจากหุ้นกลุ่มพลังงาน หลังราคาน้ำมันดิบ WTI ปรับตัวขึ้นแรง คาดดัชนีเคลื่อนไหวในกรอบ 1,540-1,560 จุด

กลยุทธ์การลงทุน

• ยอดส่งออกสินค้าเกษตรและอุตสาหกรรมเกษตรเติบโต STA NER TWPC ASIAN

• ยุโรปเตรียมเปิดประเทศ MINT SHR CRC

• หุ้นที่เข้าคำนวณ FTSE มีผลบังคับใช้ราคาปิดวันที่ 18 มิ.ย. Large Cap : เข้า OR SCGP ไม่มีออก ,Mid Cap :ไม่มีเข้าและออก , Small Cap : เข้า KEX ออก THAI ,Micro Cap : เข้า JR, NEX, NRF, RT, SA, SO ไม่มีออก

หุ้นรายงานพิเศษ

                           STARK ราคาเหมาะสม Bloomberg Consensus 6.50 บาท)

162191798980

•งวด 1Q64 มีกำไรเท่ากับ 441 ลบ. +63.7%YoY มาจากรายได้ ที่ 4,655 ลบ. +11.5%YoY จากการเน้นขายสินค้าสายไฟแรงสูง (High voltage) ที่มี Margin สูง ทำให้มี %EBITDA เพิ่มขึ้นเป็น 16.6% จาก 12.7% ใน 1Q63 เนื่องจากต้นทุนวัตถุดิบโดยเฉพาะทองแดงปรับตัวเพิ่มขึ้น แต่มีผลกระทบเพียงเล็กน้อย เพราะเป็นการขายแบบ Cost-plus

•เป้ายอดขายใน ปี 64 ราว 19,000 - 20,000 ลบ. เติบโต 17.5% จากการเพิ่ม Utilization rate ที่เวียดนามในปัจจุบันที่ 40-50% เป็น 80% ในอีก 3 ปีข้างหน้า โดยการพัฒนาช่องทางการขายแบบ B2C ในประเทศเวียดนาม และเพิ่มการผลิตสายไฟ PV ที่มีความต้องการมากขึ้น ประกอบกับเน้นผลิตสินค้าที่มีมาร์จิ้นสูงตามทิศทางการขยายโครงสร้างพื้นฐานของประเทศในเวียดนาม สนับสนุนให้ EBITDA margin มีแนวโน้มเร่งขึ้นสู่18-20% เดิมอยู่ที่ระดับ 16.6% ทั้งนี้ปัจจุบันบริษัทมี Backlog ราว1.3 หมื่นลบ. ทยอยรับรู้ในช่วงปี 64-65

•ความเห็น เรามีมุมมองบวกต่อศักยภาพการเติบโตของยอดขายปี 64 ประกอบกับการปรับ Product Mix ช่วยหนุน %EBITDA ให้ปรับตัวดีขึ้น ส่วนการเร่งขึ้นของต้นทุนทองแดงมีผลกระทบจำกัด ขณะที่ราคาหุ้น Underperform เทียบกับ SET ตลอดช่วง 1 เดือนที่ผ่านมา ประกอบกับราคาเหมาะสม Bloomberg Consensus ราว 6.50 บาท มี Upside เกือบ 60% จึงเป็นโอกาสซื้อสะสม

หุ้นมีข่าว

(+) EA (Bloomberg Consensus 62.00 บาท) ลุ้นรายได้ปี 64 ดีกว่าเป้าที่ตั้งไว้โต 20-30% บุ๊กรายได้ธุรกิจใหม่ ทั้งรถบัสไฟฟ้า เตรียมส่งมอบ 120 คัน ในไตรมาส 2/64 คาดทั้งปีนี้ส่งมอบ 500 คัน และโรงงานผลิตแบตเตอรี่ เดินเครื่องไตรมาส 3/64 มองโอกาส M&A ที่ IRR ขั้นต่ำ 12-15%(ที่มา ข่าวหุ้น)

(+) CK ( ฺBloomberg Consensus 20.70 บาท) เซ็นสัญญาอุโมงค์ส่งน้ำประปา มูลค่า 5,000 ล้านบาท เตรียมคว้า 2 สัญญารถไฟทางคู่เด่นชัย-เชียงรายอย่างเป็นทางการ มูลค่า 47,000 ล้านบาท ด้านผลงานปี 64 คาดดีกว่าปีก่อน ลุ้นคว้างานเพิ่ม หนุนแบ็กล็อกเกินกว่า 100,000 ล้านบาทฯ (ที่มา ข่าวหุ้น)

(+) GPSC (Bloomberg Consensus 84.13 บาท) เจาะพลังงานต่างแดน เดินหน้าดีล M&A ในไต้หวัน เวียดนาม อินเดีย และเมียนมา ดันกำลังการผลิตแตะ 8000 เมกะวัตต์ ในระยะเวลา 10 ปี เล็งปิดดีลโซลาร์ฟาร์มไต้หวัน ขนาด 25 เมกะวัตต์ ไตรมาส 2 นี้ ด้านโรงงานแบตเตอรี จ่อเดินเครื่องผลิตไตรมาส 2 นี้เช่นกัน (ที่มา ทันหุ้น)

(+) HFT (Bloomberg Consensus - บาท) ยอดขายพุ่ง ชี้คนแห่ใช้มอเตอร์ไซค์ขนส่งอาหาร-ช็อปออนไลน์ ดันยอด ผุดยางไม่กลัวรั่ว "Runflat" เจาะกลุ่มผู้สร้างรายได้จาก 2 ล้อ ด้านยุโรปเปิดเมืองออเดอร์วิ่งอีก จ่อเพิ่มกำลังผลิตอีก 15% แย้ม Q2 ที่ปกติแย่สุด จะโดดเด่นกว่า Q1 บริหารดีอัตรากำไรขั้นต้นขยับแตะ 24% เล็งออกเครื่องดื่มเมล็ดกัญชง ด้านนักวิเคราะห์ชี้สุดถูก พี/อีแค่ 9 เท่า สวนกำไรเด่น (ที่มา ทันหุ้น)

ปัจจัยจับตา

ในประเทศ

25 พ.ค. กระทรวงพาณิชย์ แถลงตัวเลขการส่งออก-นำเข้า

สัปดาห์ที่ 4 สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง(สศค.) รายงานภาวะเศรษฐกิจการคลัง ภาวะเศรษฐกิจภูมิภาค ดัชนีความเชื่อมั่นอนาคตเศรษฐกิจภูมิภาค

สัปดาห์ที่ 5 สำนักงานเศรษฐกิจอุตสาหกรรม (สศอ.) แถลงดัชนีอุตสาหกรรม

28 พ.ค. ธปท.รายงานภาวะเศรษฐกิจไทย

ต่างประเทศ

25 พ.ค. สหรัฐเปิดเผยดัชนีราคาบ้าน ยอดขายบ้านใหม่ และดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภค

26 พ.ค. สหรัฐเปิดเผยสต็อกน้ำมัน

27 พ.ค. จีนเปิดเผยกำไรภาคอุตสาหกรรมสหรัฐ เปิดเผยจำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์ ยอดสั่งซื้อสินค้าคงทนเดือนเม.ย. GDP 1Q64 (ประมาณการครั้งที่ 2) และยอดทำสัญญาขายบ้านที่รอปิดการขายเดือนเม.ย.