วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

กลยุทธ์การลงทุนรายสัปดาห์ (24 พ.ค.64)

24-28 พฤษภาคม: ฟื้นตัว แต่ตลาดยังคงเปราะบางอยู่

ตลาดน่าจะขยับขึ้นจากสัปดาห์ก่อน แต่จิตวิทยายังคงเปราะบาง

ในสัปดาห์ที่แล้ว (17-21 พฤษภาคม) ดัชนี SET อยู่ในช่วงพักฐาน และปรับตัวอ่อนแอกว่าที่เราคาดไว้เล็กน้อย โดยปัจจัยสำคัญที่กดตลาดหุ้นเอเชียและตลาดหุ้นไทยเอาไว้ได้แก่ i) สถานการณ์ COVID-19 ที่ดูน่าเป็นห่วงมากขึ้นในบางประเทศ ซึ่งรวมถึงประเทศไทยด้วย ii) สภาวะการลงทุนทั่วโลกถูกกดดัน
จากการแกว่งตัวอย่างรุนแรงของ cryptocurrencies และ iii) ราคาน้ำมันดิบเกิด correction อย่างแรงจากกระแสข่าวว่าสหรัฐ และอิหร่านอาจจะบรรลุข้อตกลงในการเจรจาเรื่องอาวุธนิวเคลียร์กันได้ ซึ่งจะเปิดทางให้อิหร่านสามารถส่งออกน้ำมัน 1.3mbpd เข้ามาในตลาดโลกได้ ดังนั้น จึงไม่น่าแปลกใจที่กระแสเงินทุนจากต่างชาติยังคงไหลออกต่อไปอีก แม้ว่าค่าเงินดอลลาร์ฯ สหรัฐจะยังอ่อนค่าต่อ

สำหรับในสัปดาห์นี้ (24-28 พฤษภาคม) เราคาดว่าตลาดหุ้นน่าจะขยับขึ้นได้ แต่จะยังผันผวนอยู่ โดยเรามองว่าธีมการลงทุนเรื่องการฟื้นตัวของเศรษฐกิจโลกน่าจะกลับมามีน้ำหนักมากขึ้น หลังจากทีตัวเลข Markit flash composite PMI ของสหรัฐขยับขึ้นไปทำสถิติสูงสุดใหม่ในเดือนพฤษภาคม ในขณะที่ตัวเลข Markit flash composite PMI ของยุโรปก็ทำสถิติสูงสุดในรอบกว่าสามปี นอกจากนี้ ราคาน้ำมันของสหรัฐยังดีดตัวสูงขึ้นถึงกว่า 3% เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา ซึ่งน่าจะช่วยหนุนให้หุ้นกลุ่มน้ำมันและปิโตรเคมีของไทยฟื้นตัวขึ้น อย่างไรก็ตาม การแกว่งตัวอย่างรุนแรงของ cryptocurrencies และหุ้นกลุ่มที่ขยับขึ้นมาแรงในช่วงหลังนี้อย่างเช่น หุ้นเทคโนโลยีของสหรัฐ น่าจะทำให้ตลาดยิ่งผันผวนหนักขึ้น สำหรับปัจจัยในประเทศไทยโดยรวม เรามองเป็นกลาง ๆ เพราะแม้ว่ายอดผู้ติดเชื้อ COVID-19 ใหม่รายวันจะยังสูง แต่ความคืบหน้าเรื่องการฉีดวัคซีน โดยเฉพาะแผนเปิดรับลงทะเบียน ประชาชนวันทำงานตั้งแต่วันที่ 31 พฤษภาคมน่าจะช่วยชดเชยปัจจัยลบจากยอดผู้ติดเชื้อรายวัน

ติดตามข้อมูลการค้าระหว่างประเทศของไทย และ MPI, PCE ของสหรัฐ และกระแสข่าว COVID-19

(+) ข้อมูลการค้าระหว่างประเทศที่ผ่านพิธีศุลกากร และผลผลิตอุตสาหกรรมเดือนเมษายน ในวันที่ 24 พฤษภาคม กระทรวงพาณิชย์จะเปิดเผยข้อมูลการค้าระหว่างประเทศของไทยเดือนเมษายน ทั้งนี้ จากฐานที่ต่ำมากในเดือนเมษายน 2563 ซึ่งเป็นช่วงที่ COVID-19 เริ่มส่งผลกระทบต่อทั้งเศรษฐกิจโลกและเศรษฐกิจไทย เราจึงคาดว่าทั้งการส่งออก และการนำเข้าจึงน่าจะเพิ่มขึ้นอย่างแข็งแกร่ง YoY นอกจากนี้ ในวันที่ 28 พฤษภาคม จะมีการประกาศตัวเลขผลผลิตอุสาหกรรม (MPI) เดือนเมษายนด้วย

(0/-) ดัชนีราคา core PCE เดือนเมษายนของสหรัฐ ในวันที่ 28 พฤษภาคม จะมีการประกาศดัชนีราคา core PCE ซึ่งเป็นหนึ่งในตัวเลขสำคัญที่ Fed ใช้วัดระดับเงินเฟ้อ โดย consensus คาดว่าจะเพิ่มขึ้น 2.5% YoY สูงกว่าขอบบนของเป้าระยะยาวของ Fed ที่ 2.0% YoY อย่างไรก็ตาม เป็นที่คาดกันอยู่แล้วว่า
อัตราเงินเฟ้อของสหรัฐใน 2Q64 จะพุ่งสูง ก่อนที่จะกลับลงมาใน 2H64 ในขณะเดียวกัน เราไม่คิดว่าตัวเลขเงินเฟ้อของสหรัฐรอบนี้จะทำให้ Fed ปรับนโยบายการเงิน

(0) สถานการณ์การระบาดของ COVID-19 ในประเทศไทย ในช่วงหลายวันที่ผ่านมา ยอดผู้ติดเชื้อใหม่รายวัน (ไม่รวมผู้ติดเชื้อในเรือนจำ) เร่งขึ้นจนถึงเกือบ 3,000 ราย และยังไม่มีแววจะลดลงมาได้ในเร็วๆ นี้ เนื่องจากเกิด cluster การติดเชื้อใหม่อีกสองสามที่ อย่างไรก็ตาม เรามองว่าแผนการเปิดให้ลงทะเบียนรับวัคซีนสำหรับคนวัยทำงานตั้งแต่วันที่ 31 พฤษภาคม น่าจะช่วยชดเชยปัจจัยลบจากยอดผู้ติดเชื้อรายวันที่พุ่งสูงขึ้นไปได้บ้าง

เรายังคงชอบหุ้น cyclical, กลุ่มโรงพยาบาล และ หุ้นบางตัวที่มีธีม turnaround

จาก PMIs ที่แข็งแกร่งทั่วโลก และราคาน้ำมันที่ดีดตัวขึ้นทำให้เรายังคงชอบหุ้น cyclical อย่างเช่น IRPC*, PTTEP*, TOP* และ EPG* นอกจากนี้ เรายังชอบหุ้นกลุ่มโรงพยาบาล โดยเฉพาะอย่างยิ่งโรงพยาบาลขนาดกลางที่กำไรมีแนวโน้มเร่งตัวขึ้นใน 2Q64 อย่างเช่น BCH* และ CHG* เรายังแนะนำ หุ้นที่ผลประกอบการมีแนวโน้มจะ turnaroud ได้อย่างเช่น หุ้นในกลุ่มสื่อ (BEC*) และยานยนต์ (SAT)