'เนเจอร์'ชิงเค้กเสริมอาหาร8หมื่นล้าน

'เนเจอร์'ชิงเค้กเสริมอาหาร8หมื่นล้าน

ดัน "เนเจอร์ แคล" หัวหอกโตก้าวกระโดด ชู ดิจิทัล มาร์เก็ต ทีม พร้อมดึง "ทูน หิรัญทรัพย์" แบรนด์แอมบาสเตอร์ บุกตลาดเต็มสูบ หวังโกยยอด 700 ล้านปีนี้

พ.ต.อ.ศตยุ ไชยสุวรรณ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร (CEO) บริษัท เดอะ เนเจอร์ บาลานซ์ กรุ๊ป จำกัด ผู้ผลิตและจำหน่ายผลิตภัณฑ์เสริมอาหารเพื่อสุขภาพ “เนเจอร์” เปิดเผยว่า ช่วงไตรมาสแรกที่ผ่านมา บริษัทฯ ได้เปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ เนเจอร์ แคล (NatureCal) ภายใต้แบรนด์เนเจอร์ (Nature) เป็นผลิตภัณฑ์อาหารเสริมบำรุงกระดูกและข้อ โดยมี "ทูน หิรัญทรัพย์" เป็นแบรนด์แอมบาสเดอร์ มีการตอบรับที่ดี ทำให้ยอดขายช่วง 3 เดือนแรกอยู่ที่ 32 ล้านบาท คิดเป็น 20% ของรายได้รวมทั้งบริษัทฯ 

ขณะที่ รายได้หลักยังคงมาจาก  Nature Hair (อาหารเสริมบำรุงผม) 30% Nature Detox (อาหารเสริมปรับสมดุลระบบขับถ่าย) 25% และ Nature Sulin 25% (อาหารเสริมควบคุมเบาหวาน)

"กลยุทธ์ธุรกิจของเราจะเป็นแบบริเน็น มุ่งสร้างคุณค่าให้ลูกค้า พนักงาน คู่ค้าทางธุรกิจ ไปจนถึงสังคม เชื่อว่าองค์กรที่ยั่งยืนจะต้องส่งมอบคุณค่าที่ดีที่สุดให้กับผู้อื่น บริษัทฯจึงเน้นการวิจัยและพัฒนาผลิตภัณฑ์เสริมอาหารเพื่อสุขภาพตามแบรนด์เอสเซนส์ (Brand Essence) ของบริษัทฯ กล่าวคือ Healthy Safety Quality นอกจากนี้วางแผนที่จะเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ในอีก 2 ปีข้างหน้า

นางสาวสุดาพร ไกรวาปี รองประธานเจ้าหน้าที่บริหารฝ่ายการตลาด(CMO) กล่าวเสริมว่า บริษัทฯ ได้จัดสรรงบประมาณการตลาดปี 2564 ไว้ที่ 10% หรือประมาณ 60 ล้านบาท รับแผนทำตลาดเชิงรุกซึ่งมีสินค้าในหมวดเสริมอาหารเพื่อสุขภาพหลายกลุ่ม โดยการจัดสรรงบประมาณการตลาดจึงต้องคำนึงถึงสัดส่วนรายได้ของแต่ละกลุ่ม

อย่างไรก็ตาม จากข้อมูลศูนย์วิจัยกสิกร พบว่า ตลาดเสริมอาหารเติบโตเฉลี่ยปีละ 11.5% ปัจจุบันมีมูลค่ารวม 80,000 ล้านบาท มีศักยภาพการเติบโต ซึ่งบริษัทเตรียมแผนออกสินค้าใหม่ ภายใต้แบรนด์ เนเจอร์ คอลลาเจน (Nature Collagen)   ในช่วงไตรมาส 3 เป็นไปตามกลยุทธ์การขยายตลาดกลุ่มผู้บริโภค ผ่านการออกสินค้าใหม่ที่เน้นนวัตกรรมที่แตกต่าง 

นอกจากนี้ จะเพิ่มช่องทางการจัดจำหน่ายในส่วนของออฟไลน์มากขึ้น โดยจะวางจำหน่ายผลิตภัณฑ์ผ่านตัวแทนจำหน่าย (Distributor) ประเภทร้านขายยาทั่วประเทศ

"ในส่วนการตลาดออนไลน์นั้นมีความสามารถเชิงการแข่งขัน เหนือกว่าคู่แข่งในตลาดอยู่มาก เพราะบริษัทฯ มีประสบการณ์ในการทำการตลาดออนไลน์มากกว่า 8 ปี มีการสร้างคนและพัฒนาบุคลากรในด้านนี้โดยเฉพาะ เรียกว่า Digital Marketing Team”

ในปี 2564 บริษัทฯ ตั้งเป้าเติบโต 50% จากปี 2563 ซึ่งมีรายได้อยู่ที่ 557 ล้านบาท จากกลยุทธ์ทั้งหมดที่วางไว้ เรามั่นใจว่าบริษัทฯจะสามารถทำได้ตามเป้าหมาย 700 ล้านบาท อย่างแน่นอน