(ชมคลิปข่าวด้านล่าง) ด้วยทางสมาคมตลาดสดไทย โดยการบริหารงานของนายปริญญา ธรรมวัฒนะ ในฐานะนายกสมาคม พร้อมด้วยเลขาธิการและกรรมการ จัดแถลงการณ์ถึงผลกระทบของสถานะการณ์โควิด 19 ในระลอกที่ 3 ที่มีต่อตลาดสดของประเทศไทย
ด้วยทางสมาคมตลาดสดไทย โดยการบริหารงานของนายปริญญา ธรรมวัฒนะ ในฐานะนายกสมาคม พร้อมด้วยเลขาธิการและกรรมการ จัดแถลงการณ์ถึงผลกระทบของสถานะการณ์โควิด 19 ในระลอกที่ 3 ที่มีต่อตลาดสดของประเทศไทย
ตลอดระยะเวลาท่ีมีการระบาดตั้งแต่ต้นปี 2563 ทางผูบริหารตลาดสดทุกตลาดได้ปฏิบติตามกฏระเบียบ ที่ทางราชการไดกำหนดอย่างงเคร่งคัดไม่ว่าจะเป็นในเรื่อง
1. การคัดกรองผู้ที่เข้ามาใช้บริการในตลาดในเรื่องการวัดอุณหภูมิการสวมหน้ากากอนามัย บริการแอลกอฮอลล์ล้างมือ
2. การกำหนดทางเข้าออกตลาดให้ลดน้อยลงพร้อมทั้งจัดเจ้าหน้าท่ีดูแลทางเข้า-ออก ตลาดตลอดเวลา
3. การล้างพ่นน้ำยายาฆ่าเชื้อในช่วงปิดบริการ
4. การเว้นระยะห่างตามที่ทางราชการกาหนด
จนมาถึงการระบาดในระลอกที่3น้ี ซึ่งส่งกระทบต่อตลาดสดจานวนมากได้ปิดทำการไปเป็นเวลา 3,7 หรือ 15 วัน แล้วแต่ความรุนแรงของการระบาดและทุกคร้ังท่ีมีการตรวจพบผู้ติดเชื้อโควิด 19 จะมี Time Line ที่ผู้ติดเชื้อมาเดินตลาดสดเป็นส่วนใหญ่
สำหรับตลาดท่ีเคยถูกปิดไปมีมากกว่า 30 ตลาด เช่น ตลาดบางใหญ่ ตลาดมีนบุรี ตลาดถนอมมิตร ตลาดห้วยขวาง ตลาดสุชาติ และล่าสุดคือตลาดยิ่งเจริญสะพานใหม่ ซึ่งประกาศปิดตลาดเป็นเวลา 7 วัน สิ่งท่ีตามมาหลังจากการปิดตลาดคือผลกระทบการกระจายสินค้าที่จำเป็น เช่น วัตถุดิบในการปรุงอาหารและสินค้าอุปโภค-บริโภคอื่นๆ ซึ่งในแต่ละวันจะมีผู้มาใช้บริการในพื้นท่ีเป็นจานวนมาก ไม่เพียงแต่ประชาชนทั่วไป แต่ยังรวมถึงผู้ประกอบการร้านอาหารต่างๆ ที่ยังเปิดขายอยู่และพนักงานรับ-ส่งอาหารต่างๆอีกด้วย ผลกระทบดังกล่าวส่งผลต่อคนเป็นจานวนหลักหมื่นหรือแสนคน แล้วแต่ขนาดของตลาดที่ถูกปิด
เพื่อเป็นการช่วยตัดวงจรของการระบาดในคร้ังน้ี ข้าพเจ้าในนามของนายกสมาคมตลาดสดไทยขอความอนุเคราะห์หน่วยงานภาครัฐ ช่วยจัดสรรวควัคซีนให้กับพ่อค้าแม่ค้า-บุคคลากรในตลาดสด โดยเร่งด่วน









