วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

ติดตามงบไตรมาส 1 คาดส่วนใหญ่จะรายงานผลประกอบการออกมาดี

ผลประกอบการยังเป็นปัจจัยหลักที่คาดว่าจะช่วยตลาด

หุ้นใน S&P500 สหรัฐฯ รายงานผลประกอบการแล้ว 26% (130 จาก 500 บริษัท) ซึ่ง 3/4 ของจำนวนดังกล่าวรายงานกำไรดีกว่าที่คาดเฉลี่ยที่ 33.75% โดย 9 ใน 10 กลุ่มอุตสาหกรรมดีกว่าคาด (โดยเฉพาะ Oil&Gas, Basic materials และ Financials) โดยมีเพียงกลุ่ม Consumer services ที่รายงานกำไรแย่กว่าคาด ซึ่งภาพดังกล่าวตอกย้ำการฟื้นตัวของผลประกอบการบริษัทจดทะเบียนเกือบทุกกลุ่มยกเว้นเพียงกลุ่มที่เกี่ยวกับการบริโภคและบริการ ซึ่งภาพดังกล่าวคาดว่าจะเกิดกับหุ้นไทยเช่นกัน

ติดตามงบหุ้นใหญ่ การปรับ GDP ไทย และประชุมธนาคารกลางสหรัฐฯ ภาพรวมสัปดาห์นี้ยังอยู่กับ 1) การประกาศผลประกอบการของหุ้นขนาดใหญ่ ได้แก่ 27 เม.ย. – SCGP, DELTA / 28 เม.ย. – PTTEP, SCC, BH ซึ่งส่วนใหญ่ (ยกเว้น BH) มีแนวโน้มแข็งแกร่ง 2) การปรับประมาณการ GDP ไทยของกระทรวงการคลัง ในการแถลงข่าว 28 เม.ย. 3) สถานการณ์ระบาดของโควิด ซึ่งทางศบค.คาดตัวเลขการระบาดจะลดลงในช่วง 1-2 สัปดาห์นี้ และ 4) การประชุมธนาคารกลางสหรัฐฯ 28 เม.ย. คาดเฟดส่งสัญญาณยืนยันการฟื้นตัวของเศรษฐกิจ และไม่รีบเปลี่ยนแปลงท่าทีผ่อนคลายของนโยบายการเงิน อย่างไรก็ตามตัวเลขเศรษฐกิจที่ดี อาจส่งผลให้นักลงทุนกังวลการหยุดผ่อนคลายทางด้านการเงินได้

กลยุทธ์ยังเน้นเลือกเก็งกำไรรายตัวในธีมที่น่าสนใจ ได้แก่ 1) ธนาคาร จากการผ่อนคลายเศรษฐกิจ และมาตรการออก REIT buy back รวมถึง Asset warehousing เราชอบธนาคารที่ยัง Laggard อย่าง BBL, SCB, TISCO 2) กลุ่มการแพทย์ BCH, CHG 3) ได้ประโยชน์จากเราชนะ TNP เนื่องจากเป็นร้านค้าธงฟ้า 4) ไฟฟ้าชุมชน เรามองบวกต่อพลังงานทดแทน โดยเฉพาะ ETC และ ACE 5) Re-rating PTG 6) ปันผลและกองรีทส์ ADVANC, BTSGIF, CPNREIT, AIMIRT, FTREIT, EASTW, WHAUP, TTW, TIP 7) กลุ่มพลังงาน ปิโตรฯ PTT, PTTGC, IVL, TOP ส่วน SCC ยังขึ้นน้อยที่สุดใน 1 ปี ที่ผ่านมา 8) งบไตรมาส 1/64 โดดเด่น ได้แก่ SCC, BANPU, SUPER, TVO, PTT, FTREIT, WHART, EASTW, WHAUP 9) การขายประกันโควิด บวกต่อ THRE, TIP, TQM

ภาพรวมกลยุทธ์ ย่อตัวลงเป็นโอกาสเลือกตัวซื้อ แม้ระยะสั้นอาจผันผวนจากความกังวลการระบาดระลอกใหม่ แต่ยังมองบวกจากผลประกอบการไตรมาส 1/64 เน้นเลือกหุ้นผสมระหว่างฟื้นตัวทางเศรษฐกิจและทยอยสะสมหุ้นปันผลสูง กองรีทส์ที่มีการถือครองต่ำ รวมถึงหุ้นที่ยังขึ้นน้อย // หุ้นแนะนำวันนี้ เก็งกำไร BANPU*, IRPC*, EASTW*, TTA*

แนวรับ 1,543 / แนวต้าน : 1,560-1,580 จุด สัดส่วน : เงินสด 40% : พอร์ตหุ้น 60%

 

ประเด็นการลงทุน

ประยุทธ์ตั้งเป้าฉีดวัคซีนคนไทย 50 ล้านคนภายในสิ้นปี 64. เฉลี่ย 3 แสนโดสต่อวัน พร้อมเร่งหาวัคซีน 10-15 ล้านโดสต่อเดือน สภาพัฒน์เผย 3 เดือนนับจากนี้ประเดิมฉีดก่อน 30 ล้านคน

BTS ยื่นศาลปกครองฟ้อง กทม. จ่ายหนี้. BTS เตรียมส่งทนายยื่นฟ้องศาลปกครอง ร้อง กทม. ชำระหนี้รวมกว่า 3 หมื่นล้านบาท หลังทวงถามเกิน 60 วัน ไร้วี่แววตอบกลับ

พาณิชย์ขู่ พบกักตุน คุก 7 ปี. กรมการค้าภายในถกห้างสรรพสินค้า-ค้าปลีกค้าส่ง เพิ่มสต๊อกสินค้ารับมือโควิด-19 ให้เพียงพอต่อความต้องการ ขู่พบราคาแพง กักตุน โทษสูงสุดไม่เกิน 7 ปี

ROJNA. จับมือ EVLOMO ลุยผลิตแบตเตอรี่ 8 พันเมกะวัตต์ ใหญ่สุดในอาเซียน รองรับ EV 1.5 แสนคัน

ACE-UAC พร้อมยื่นแข่ง ชิงเค้กไฟฟ้าชุมชนวันนี้ - ACE เตรียมยื่นกว่า 10 แห่ง ขณะที่ UAC เล็งเสนอประมูล 6 แห่ง หลังกฟภ.เปิดยื่นตั้งแต่วันนี้-30 เม.ย. 64 พร้อมลุยศึกษาลงทุนโครงการใหม่ด้านพลังงาน-เคมี หนุนรายได้ปีนี้เข้าเป้าโต 15%

ผลกระทบจากการปิดกิจการ 31 ประเภท - กระทบหนักต่อหุ้น MAJOR, IMPACT, SPA หุ้นโรงแรมและสายการบิน// ขณะที่ห้างสรรพสินค้าและร้านสะดวกซื้อ อย่าง CPN, CRC, CPALL แม้กระทบน้อยกว่า แต่คาดได้รับผลลบจากกำลังซื้อที่ลดลง และความไม่มั่นใจของผู้บริโภค // สำหรับร้านสะดวกซื้อขนาดเล็กที่เป็นร้านธงฟ้า อาทิ TNP, KK คาดไม่กระทบ และอาจได้ผลบวกจากมาตรการเราชนะ และมาตรการสนับสนุนเพิ่มเติมในอนาคต

 

ประเด็นติดตาม: - 27 เม.ย.: BOJ Meeting / 28 เม.ย.: TH Industrial Production เดือน มี.ค. / 29 เม.ย. : FOMC Meeting / 30 เม.ย.: Chinese Manufacturing PMI เดือน เม.ย., TH Economic Review

(* หมายถึง หุ้นทางกลยุทธ์ ซึ่งอาจมีคำแนะนำต่างกับพื้นฐาน หรือที่ไม่ ได้อยู่ในการวิเคราะห์ของ UOBKH ซึ่งนักลงทุนควรพิจารณาตั้งจุดตัดขาดทุน 3-5% ของราคาที่เข้าซื้อ)