ติดตามแผนลงทุนโครงสร้างพื้นฐานของสหรัฐฯ มูลค่า 3 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐฯ
ของประธานาธิปดี โจ ไบเดน ซึ่งแผนการณ์ดังกล่าวคาดส่งผลดีต่อการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจและผลประกอบการบริษัทจดทะเบียนสหรัฐฯ ขณะที่การลงทุนขนาดใหญ่ดังกล่าวคาดรวมถึงการลงทุนเพื่อเสริมความแข็งแกร่งด้านเทคโนโลยีเซมิคอนดัคเตอร์ หลังช่วงที่ผ่านมาสหรัฐฯ จำต้องพึ่งพาชิ้นส่วนและผู้ผลิตจากภายนอกประเทศมาก ซึ่งกลายเป็นความเสี่ยงในภาวะที่สหรัฐฯและจีนกำลังแย่งชิงความเป็นผู้นำด้านเทคโนโลยีและสร้างห่วงโซ่อุปทานเฉพาะตัวขึ้นมา ซึ่งตลาดอาจตีความถึงภาวะตึงเครียดที่มากขึ้นระหว่างสองประเทศ อย่างไรก็ตามโดยภาพรวมเรามีมุมมองบวกกับแผนลงทุนข้างต้น
วางกลยุทธ์เผื่อการเพิ่มขึ้นของผลตอบแทนพันธบัตรและการแข็งค่าของเงินเหรียญสหรัฐฯ ผลข้างเคียงจากมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจขนานใหญ่ของสหรัฐฯ คือเม็ดเงินลงทุนมหาศาลจะหลักดันเงินเฟ้อ ส่งผลให้ผลตอบแทนพันธบัตรสหรัฐฯ มีโอกาสขยับขึ้นต่อสู่ระดับ 1.70-2.00% และอาจจะถึงระดับ 3% ในช่วง 1 ปี ข้างหน้า ขณะที่เศรษฐกิจที่ฟื้นตัวประกอบกับการไม่มีมาตรการผ่อนคลายเพิ่มเติมจากเฟดส่งผลให้ค่าเงินสหรัฐฯ มีแนวโน้มจะแข็งค่าอย่างต่อเนื่องไปอีกระยะ ซึ่งจะกดดันต่อทิศทางของเงินลงทุนที่เข้าสู่เอเชียและตลาดเกิดใหม่ โดยเรายังย้ำให้นักลงทุนวางกลยุทธ์เผื่อความผันผวนจากการปรับขึ้นทั้งของทั้งผลตอบแทนพันธบัตรและการแข็งค่าของเงินเหรีญสหรัฐฯ ซึ่งโดยรวมคาดบวกต่อหุ้นส่งออก แต่จะสร้างแรงกดดันต่อหุ้นในกลุ่มผู้ผลิตไฟฟ้าที่มีหนี้สกุลต่างประเทศสูง
บรรยากาศยังสนับสนุนการเก็งกำไรรายตัว โดยธีมที่น่าสนใจ ได้แก่ 1) กลุ่มท่องเที่ยว-ธนาคาร จากการผ่อนคลายเศรษฐกิจ และมาตรการออก REIT buy back รวมถึง Asset warehousing เราชอบธนาคารที่ยัง Laggard อย่าง BBL, SCB, AWC, MINT, CPN, BDMS 2) กลุ่มเปิดเศรษฐกิจ บวกต่อ CPN, CRC, MAJOR, SPA, BDMS, M 3) ได้ประโยชน์จากเราชนะ TNP เนื่องจากเป็นร้านค้าธงฟ้า 4) ไฟฟ้าชุมชน ยื่นซอง 22 มี.ค.-2 เม.ย. เรามองบวกต่อพลังงานทดแทน โดยเฉพาะ ETC และ ACE 5) Re-rating PTG 6) ปันผลและกองรีทส์ ADVANC, BTSGIF, CPNREIT, AIMIRT, FTREIT, EASTW, WHAUP, TTW, TIP 7) กลุ่มพลังงาน ปิโตรฯ PTT, PTTGC, IVL, TOP ส่วน SCC ยังขึ้นน้อยที่สุดใน 1 ปี ที่ผ่านมา 8) งบไตรมาส 1/64 โดดเด่น ได้แก่ SCC, BANPU, SUPER, TVO, PTT, FTREIT, WHART 9) การเพิ่มขึ้นของผลตอบแทนพันธบัตร บวกต่อหุ้นประกัน THRE, TIP, BLA
ภาพรวมกลยุทธ์ ยังคงมุมมองบวกต่อภาพระยะกลาง เลือกหุ้นผสมระหว่างฟื้นตัวทางเศรษฐกิจและทยอยสะสมหุ้นปันผลสูง กองรีทส์ที่มีการถือครองต่ำ รวมถึงหุ้นที่ยังขึ้นน้อย คาดกลุ่มธนาคารพาณิชย์และท่องเที่ยวมีโอกาสฟื้นตัวช่วยประคองจิตวิทยาการลงทุน ขณะที่ระวังการอ่อนค่าของบาท (เงินเหรียญสหรัฐฯแข็งค่า) อาจกระทบต่อกลุ่มโรงไฟฟ้า// หุ้นแนะนำวันนี้ เก็งกำไร THRE*, PTG*, TWPC*, ACE*
แนวรับ 1,575 / แนวต้าน : 1,600 จุด สัดส่วน : เงินสด 40% : พอร์ตหุ้น 60%
ประเด็นการลงทุน
จีนลดภาษีหนุนเซมิคอนดักเตอร์. จีนประกาศลดภาษีเพื่ออุดหนุนอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์ที่ได้รับผลกระทบจากมาตรการเศรษฐกิจของสหรัฐ
IMF เตรียมปรับเพิ่มคาดการณ์เศรษฐกิจโลก.ปี 2564 และ 2565 หลังได้รับปัจจัยหนุนจากมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของสหรัฐท่ามกลางการฟื้นตัวของเศรษฐกิจในหลายประเทศ
ไฮสปีดเทรนเพิ่มทุน 4 พันล้าน ยกเครื่องแอร์พอร์ตลิงก์. กลุ่มซีพีเพิ่มทุน 4 พันล้าน เดินหน้า "ไฮสปีด" เชื่อม 3 สนามบินลุยรีแบรนดิ้งแอร์พอร์ตลิงก์ เปิดโฉมใหม่ 25 ต.ค. ร.ฟ.ท.ส่งมอบพื้นที่ก่อสร้างเฟสแรก "สุวรรณภูมิ-อู่ตะเภา" ปรับแผน "พญาไท-บางซื่อ" เร็วขึ้น 1 ปี
ACE – วานนี้มีรายการซื้อขายหลักทรัพย์บนกระดานใหญ่ (BIGLOT) จำนวน 52 ล้านหุ้น ราคาเฉลี่ยหุ้นละ 3.94 บาท รวมมูลค่า 204.88 ลบ.
ค่าระวางเรือ – หลังสถานการณ์ที่คลองสุเอซกลับเข้าสู่ปกติ ส่งผลให้ค่าระวางเรือยังคงปรับตัวลดลง ดังนั้นควรระวังความผันผวนและแรงทำกำไรระยะสั้นในกลุ่มเดินเรือ
ประเด็นติดตาม: - 31 มี.ค. : TH Industrial Production เดือน ก.พ., China Manufacturing PMI เดือน มี.ค. / 1 เม.ย. : OPEC Meeting, US Initial Jobless Claims, US PMI เดือน มี.ค.
(* หมายถึง หุ้นทางกลยุทธ์ ซึ่งอาจมีคำแนะนำต่างกับพื้นฐาน หรือที่ไม่ ได้อยู่ในการวิเคราะห์ของ UOBKH ซึ่งนักลงทุนควรพิจารณาตั้งจุดตัดขาดทุน 3-5% ของราคาที่เข้าซื้อ)









