(ชมคลิปข่าวด้านล่าง) เซ็นทรัลพัฒนา ลุยเปิด 3 โครงการมิกซ์ยูส มูลค่ากว่า 1.39 หมื่นล้านบาทตามแผน โดยเซ็นทรัลอยุธยาและเซ็นทรัลศรีราขาเปิด ก.ย.-ค.ค.นี้
เซ็นทรัลพัฒนา ลุยเปิด 3 โครงการมิกซ์ยูส มูลค่ากว่า 1.39 หมื่นล้านบาทตามแผน โดยเซ็นทรัลอยุธยาและเซ็นทรัลศรีราขาเปิดก.ย.-ค.ค.นี้ ส่วนเซ็นทรัลจันทบุรีเปิดไตรมาส 2 ปีหน้า คาดทราฟฟิคคนเดินห้างกลับมาปกติ 100% สิ้นปีนี้
นางสาววัลยา จิราธิวัฒน์ รองประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บมจ.เซ็นทรัลพัฒนา กล่าวว่าในปี 2564 บริษัทฯยังคงเดินหน้าเปิดโครงการตามแผนที่วางไว้ 3 โครงการ รวมมูลค่าโครงการกว่า 1.39 หมื่นล้านบาท ได้แก่ เซ็นทรัล อยุธยา มูลค่า 6,200 ล้านบาท เซ็นทรัล ศรีราชา มูลค่า 4,200 ล้านบาท และเซ็นทรัล จันทบุรี มูลค่า 3,500 ล้านบาท ซึ่งการเปิดโครงการทั้ง 3 แห่ง (มิกซ์ยูส) จะช่วยขับเคลื่อนเศรษฐกิจท้องถิ่นและส่งเสริมศักยภาพจังหวัดที่ไปลงทุน และคาดว่าจะมีอัตราการจ้างงานให้กับคนในท้องถิ่นกว่า 1 หมื่นคน โดยทั้ง 3 จังหวัดที่เซ็นทรัลพัฒนาเปิดโครงการ ถือเป็นเมืองเศรษฐกิจใหม่ ที่มีโอกาสการเติบโตอีกมาก โดยเฉพาะกำลังซื้อในเมืองท่องเที่ยวและเขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก หรือ อีอีซี
ทั้งนี้ การเปิดทั้ง 3 โครงการตามแผน เนื่องจากเซ็นทรัลพัฒนามองในมุมบวกและเชื้อมั่นว่าในวิกฤติยังมีโอกาส แม้ปีที่แล้ว ไทยจะประสบปัญหาโควิด-19 ก็ตาม จึงได้เดินหน้าตามแผน โดยประเมินว่ากำลังซื้อปีนี้มีเพิ่มขึ้นจากมาตการของรัฐบาล เช่น โครงการเราเที่ยวด้วยกัน เป็นต้น ในแง่ของทราฟฟิคหรือคนเดินห้างปัจจุบันกลับมา 75% แล้ว และสิ้นปีนี้มองว่าทราฟฟิคจะกลับมา 100% ได้อย่างแน่นอน
“ในปีที่ผ่านมา ซึ่งไทยเผชิญโควิดอย่างหนัก เซ็นทรัลพัฒนาได้มีการปรับตัวทั้งการขริหารจัดการต้นทุน การปรับแผนลงทุน รวมถึงดูแลช่วยเหลือทุกฝ่าย ทำให้ปี 2563 ภาพรวมธุรกิจเซ็นทรัลพัฒนายังมีรายได้รวม 32,062 ล้านบาท และกำไร 9,557 ล้านบาท”
สำหรับเซ็นทรัล อยุธยา กำหนดเปิดให้บริการวันที่วันที่ 27 ต.ค. 2564 เซ็นทรัล ศรีราชา กำหนดเปิดให้บริการวันที่ 25 กันยายน 2564 และเซ็นทรัล จันทบุรี กำหนดเปิดให้บริการ ไตรมาส 2 ปี 2565 ซึ่งทั้ง 3 โครงการเป็นโครงการมิกซ์ยูส ประกอบด้วย ศูนย์การค้า โรงแรม ที่พักอาศัย และคอนเวนชั่นฮอลล์
นายชนวัฒน์ เอื้อวัฒนะสกุล รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ สายงานพัฒนาธุรกิจ บมจ.เซ็นทรัลพัฒนา กล่าวว่า การเปิดโครงการทั้ง 3 โครงการ เนื้องจากมองว่าเมืองทั้ง 3 แห่งมีกำลังซื้อ โดยเซ็นทรัลศรีราชา และเซ็นทรัลจันทบุรี รองรับกำลังซื้อพื้นที่อีอีซี ส่วนเซ็นทรัลอยุธยา ถือเป็นแลนด์มาร์คด้านการท่องเที่ยว และยังแวดล้อมไปด้วยนิคมอุตสาหกรรม ที่มีกำลังซื้ออีกมาก โดยเซ็นทรัลอยูธยาคาดว่ามีทราฟฟิก 3 หมื่นคน/วัน เซ็นทรัลศรีราชา 2.6 หมื่นคน/วัน และเซ็นทรัลจันทบุรี 2.2 หมื่นคน/วัน
นายณัฐกิตติ์ ตั้งพูลสินธนา ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ สายงานการตลาด กล่าวว่า กำลังซื้อของศรีราชาถือว่าดีมาก มีจีดีพีเป็นอันดับ 2 ประเทศ เป็นแหล่งรวมนักลงทุนญี่ปุ่น 3-4 หมื่นคน โดยมีรายได้เฉลี่ย 1-2 แสนบาท/คน ซึ่งเซ็นทรัลฯเป็นเจ้าแรกที่ไปเจาะพื้นที่อีอีซี ตั้งแต่พัทยา ชลบุรี และล่าสุดศรีราขา มีบริษัทญี่ปุ่นกว่า 500 รายมาลงทุนในพื้นที่ดังกล่าว มีโรงงานอุตสาหกรรมมากมาย จึงคาดว่ากำลังซื้อในพื้นที่ดังกล่าวจะเติบโตแบบก้าวกระโดด









