(ชมคลิปข่าวด้านล่าง) นายกฯสั่ง 'ต่ออายุ' มาตรการฟื้นเศรษฐกิจครึ่งปีหลัง
เมื่อวานนี้ พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ได้โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ค ประยุทธ์ จันทร์โอชา Prayut Chan-O-Cha โดยระบุว่า ช่วงบ่ายวันนี้ได้มีการประชุมหารือมาตรการฟื้นฟู และ การรักษาสภาพคล่องให้กับผู้ประกอบการ SMEs รวมถึงมาตรการ soft loan และ asset warehousing
นอกจากนี้ยังได้ติดตามผลการดำเนินการโครงการ “เราชนะ” และโครงการ “คนละครึ่ง” และพิจารณาการดำเนินการในเฟสต่อไป ปัจจัยสำคัญคือยังตรวจพบว่ามีการโกงเกิดขึ้น ทั้งในส่วนของบุคคลและผู้ประกอบการ อย่างไรก็ตามรัฐบาลจะหาหนทางแก้ไข รวมไปถึงการดำเนินการทางกฎหมายต่อผู้กระทำผิดอย่างเคร่งครัด เราต้องไม่ยอมให้คนส่วนน้อยมาทำลายสิ่งดีๆ ของคนส่วนใหญ่ในช่วงวิกฤตนี้ครับ #รวมไทยสร้างชาติ
สำหรับผู้เข้าร่วมการหารือในครั้งนี้ ประกอบด้วย รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน สุพัฒนพงษ์ พันธ์มีเชาว์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง อาคม เติมพิทยาไพสิฐ ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย หรือ ธปท. ดร.เศรษฐพุฒิ สุทธิวาทนฤพุฒิ
ด้านนายสุพัฒนพงษ์ ระบุ ได้รายงานให้นายกรัฐมนตรีทราบผลการกระตุ้นเศรษฐกิจ ซึ่งมาตรการภาครัฐช่วงที่ผ่านมาเพิ่มการหมุนเวียนของเม็ดเงินในระบบเศรษฐกิจ โดยเฉพาะหมุนเวียนผ่านร้านค้าได้ดี โดยภาพรวมของเศรษฐกิจมีความเชื่อมั่นฟื้นขึ้นตั้งแต่ทยอยฉีดวัคซีนป้องกันโควิด-19
โดยนายกรัฐมนตรีสั่งการให้หน่วยงานเศรษฐกิจพิจารณาต่ออายุมาตรการที่จะช่วยการบริโภคและการท่องเที่ยวในประเทศในช่วงครึ่งปีหลัง เพื่อให้ต่อเนื่องจากช่วงมาตรการที่จะหมดอายุ ซึ่งมาตรการที่คาดว่าจะต่ออายุได้แน่นอน คือ มาตรการคนละครึ่ง มาตรการเราเที่ยวด้วยกัน ซึ่งทั้ง 2 โครงการจะต่ออายุในเฟสที่ 3 โดยโครงการคนละครึ่งต่ออายุได้เพราะใช้เงินไม่มาก และจะใช้ได้ช่วงเดือนมิถุนายนนี้
ส่วนมาตรการเราเที่ยวด้วยกันระยะที่ 3 จะเสนอศูนย์บริหารสถานการณ์เศรษฐกิจจากผลกระทบการระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือ ศบศ. วันที่ 26 มีนาคมนี้
นอกจากนี้ ยังได้รายงานนายกรัฐมนตรีว่า ในช่วงที่ผ่านมามีเงินฝากในระบบมากขึ้น ซึ่งเป็นทิศทางเดียวกันกับหลายประเทศ เช่น สหรัฐ ญี่ปุ่น ซึ่งแนวทางที่ภาครัฐเคยดำเนินการไปก่อนหน้านี้ คือ การออกมาตรการช็อปดีมีคืน แต่มาตรการที่ออกมาใหม่จะไม่ได้คิดในเรื่องของฐานภาษีหรือระยะเวลาของการยื่นภาษีเป็นหลัก ซึ่งขอให้รอดูว่าจะออกมาลักษณะใด แต่ได้ฝากให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังหามาตรการเพิ่มเติมในการจูงใจให้ผู้นำเงินออกมาใช้จ่ายเพื่อช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจมากขึ้น
นายกรัฐมนตรียังได้สอบถามถึงมาตรการเราผูกพัน ซึ่งเป็นมาตรการช่วยเหลือข้าราชการที่มีรายได้น้อย 1 ล้านคน ซึ่งกลุ่มนี้ถือว่าเป็นกลุ่มที่รัฐบาลต้องดูแลเช่นกัน เพราะเป็นกลุ่มที่ได้รับผลกระทบในช่วงสถานการณ์โควิด-19 แม้จะไม่ถูกหักเงินเดือน โดยนายกฯเป็นห่วงเศรษฐกิจ ต้องการให้ออกมาตรการเยียวยาและดูแลให้ครอบคลุมทุกกลุ่ม และต้องการเห็นการฟื้นตัวของเศรษฐกิจอย่างเป็นรูปธรรมจึงอยากให้เสนอมาตรการเป็นแพคเกจที่ครอบคลุมหลายเรื่อง มาตรการที่จะออกมาในช่วงครึ่งหลังของปีก็เป็นมาตรการที่ใช้แล้วได้ผล แต่ต้องดูระยะเวลาว่าแต่ละช่วงใดจะส่งผลดีต่อเศรษฐกิจอย่างไร








