วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

ไอเอ็มเอฟคาด2ปีเศรษฐกิจไทยฟื้น

“อาคม”เผย ไอเอ็มเอฟแนะไทยใช้มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจต่อเนื่อง คาดใช้เวลา 2 ฟื้นตัวเต็มที่ เน้นนโยบายการเงินดูแลเฉพาะกลุ่ม โดยคลังกับธปท.เตรียมหาแนวทางช่วยธุรกิจรายใหญ่ที่ได้รับผลกระทบจากโควิด-19

นายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังกล่าวระหว่างปาฐกถาในหัวข้อโรดแมปเศรษฐกิจลงทุนประเทศไทยว่า ได้หารือกับกองทุนการเงินระหว่างประเทศ(ไอเอ็มเอฟ)โดยไอเอ็มเอฟแนะนำเกี่ยวกับการดำเนินนโยบายในการดูแลเศรษฐกิจของไทยว่า ความจำเป็นในการกระตุ้นเศรษฐกิจนั้น ยังมีอยู่ โดยอยากให้รัฐบาลประคองให้เศรษฐกิจขยายตัวไปถึงระดับที่มั่นใจว่า จะฟื้นตัว ซึ่งคิดว่า จะใช้เวลาประมาณ 2 ปี

ขณะเดียวกัน ในแง่นโยบายการเงินนั้น อยากจะให้เจาะจงไปที่กลุ่มเป้าหมายที่ได้รับผลกระทบจากโควิด-19 ซึ่งประเด็นนี้ เราก็มีการศึกษาร่วมกับธนาคารแห่งประเทศไทย(ธปท.)และขอความร่วมมือไปยังภาคสถาบันการเงิน ซึ่งเขาก็บอกว่า ตอนนี้ ก็สะบักสะบอมเหมือนกัน ดังนั้น ทางคลังและธปท.ก็จะร่วมมือหาทางออกให้กับผู้ที่ได้รับผลกะทบในภาคธุรกิจที่ใหญ่กว่าภาคธุรกิจเอสเอ็มอี

“การดูแลเศรษฐกิจนั้น เป็นเรื่องที่เราต้องมองไปยังอนาคต เราจะมองเฉพาะแต่ปัญหาไม่ได้ แต่ต้องมองด้วยความหวังว่า มีอะไรและจะทำอะไร คิดว่า เป็น Positive thinking ซึ่งรัฐบาลก็พร้อมรับฟังความเห็น แต่ด้านหนึ่งนั้น เมื่อเราพูดเรื่องรายจ่ายแผ่นดินในเวลาดี ในอนาคตเราก็ต้องหารายได้เข้าประเทศด้วย เพื่อในอนาคตเราจะสามารถจัดสรรทรัพยากรให้กับการพัฒนาประเทศ ทั้งในเรื่องการชำระหนี้ในต่างประเทศ ซึ่งเรื่องการชำระหนี้ต่างประเทศนั้น เป็นเครดิตหนึ่ง ซึ่งยืนยันปนระเทศไทย เรื่องการชำนระหนี้ต่างประเทศนั้น เราชำระเต็มที่ ไม่ให้หลุดกรอบขั้นต่อเกณฑ์ต่างประเทศ”

ทั้งนี้ เมื่อพิจารณาถึงภาพรวมเศรษฐกิจจากเครื่องชี้วัดต่างๆพบว่า พื้นฐานเศรษฐกิจไทยยังมีความแข็งแกร่ง โดยที่อัตราการขยายตัวเศรษฐกิจนั้น เริ่มมีทิศทางที่ดีขึ้นตั้งแต่ไตรมาสสามปีที่แล้ว แต่พอไตรมาสสี่และต่อเนื่องมาถึงต้นปี เศรษฐกิจไทยยังได้รับผลกระทบจากสถานการณ์โควิด-19 ซึ่งขณะนี้ ก็ยังพบการแพร่ระบาดในพื้นที่ตลาดบางแค แต่เชื่อว่า เราจะคุมสถานการณ์ได้

“ถ้าดูเครื่องชี้เศรษฐกิจพบว่า เริ่มส่งสัญญาณดีขึ้นแล้วในเดือนก.พ.แต่ความจริงดีขึ้นตั้งแต่ไตรมาสปีที่แล้ว แต่ไตรมาสสี่ เจอระลอกใหม่ ทำให้กิจกรรมเศรษฐกิจชะงักชั่วขณะ เมื่อผ่านมา ก็เริ่มดีขึ้น แต่ขณะนี้ ก็เจอที่ตลาดบางแค แต่เชื่อประสบการณ์ การจำกัดการแพร่ระบาดไม่น่ามีปัญหา เพียงแต่ขอความร่วมมือทุกภาคส่วนก็จะสามารถเอาชนะได้”

เขากล่าวว่า เมื่อสัญญาณเศรษฐกิจดี ถามว่า เมื่อไหร่จะฟื้นตัวเต็มที่ ต้องบอกว่า ขึ้นกับปัจจัยภายนอกเป็นหลัก คือ รายได้ของเรายังไม่เข้า มีส่วนเดียวที่เข้ามา แต่ต่ำ คือ เรื่อการส่งออก เป็นรายได้ใหม่ที่ยังไม่โตเท่าที่ควรร ที่ขาด คือ ภาคท่องเที่ยว เราเคยคาดการณ์ปีนี้จะมีนักท่องเที่ยวเข้ามา 8 ล้านคน พอไประยะหนึ่งลดเหลือ 5 ล้านคน ก็ไม่อยากบอกตัวเลข แต่คิดว่า มาตรการผ่อนคลายจะช่วยได้มาก เชื่อว่า ไตรมาสสี่ปีหน้าคิดว่า รายได้ท่องเที่ยวคงเข้ามา ทั้งขาเข้าและขาออก

“ขาออกต้องส่งเสริมด้วย เพราะนักท่องเที่ยวนั้นอั้นมานาน ทำไมต้องส่งเสริม เพราะรายได้ส่วนหนึ่งมาจากสายการบิน ที่มีบินออกนอกประเทศด้วย ฉะนั้น ต้องส่งเสริม 2 ขา คาดปลายปีนี้ จะมั่นใจมากขึ้น มีการเปิดท่องเที่ยว จะมีวัคซีนพาสปอร์ต เพื่อสร้างมั่นใจให้กับประเทศผู้รับนักท่องเที่ยวด้วย”

ทั้งนี้ เมื่อประเทศได้รับวัคซีนป้องกันโควิด-19 แล้ว ในส่วนวัคซีนเศรษฐกิจนั้น ก็ต้องมีการป้องกันเช่นกัน ซึ่งก็จะมีทั้งระดับมหภาค คือ ระดับประเทศ ต่อมา คือ ระดับภาคธุรกิจ และ ระดับสุดท้าย คือ ระดับฐานราก ซึ่งทั้งสามระดับนี้ รัฐบาลได้มีนโยบายที่จะดูแลทั้งสามส่วน

สำหรับระดับมหภาคนั้น คือ การดูแลเศรษฐกิจให้มีการเติบโต รักษาระดับหนี้สาธาระ ทุนสำรองระหว่างประเทศ และ ฐานะการคลัง ซึ่งในส่วนนี้ ในภาพรวมเรายังอยู่ในเกณฑ์ที่ดี สะท้อนจากสถาบันจัดอันดับเครดิตต่างประเทศ ยังให้ความเชื่อมั่นต่อระบบเศรษฐกิจไทย ขณะเดียวกัน เราต้องเร่งการลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานให้แล้วเสร็จ เพื่อให้เม็ดเงินที่ลงทุนไปกลับมาสร้างรายได้ให้กับประเทศ ถ้าปล่อยไว้นาน จะเป็นการสูญเสียโอกาสการให้บริการแก่ประชาชน และ รายได้แผ่นดิน

วัคซีนระดับธุรกิจ ซึ่งก็คือ ภาคเศรษฐกิจจริง เช่น ภาคอุตสาหกรรมและภาคบริการ ถามว่า จะสร้างภูมิอย่างไร คำตอบ คือ ต้องบริหารความเสี่ยงเรื่องการทำธุรกิจ และภาคการเงินต้องเข้ามาช่วย ทั้งนี้ การสนับสนุนระดับนโยบายรัฐบาลชัดเจนที่ชัดเจน คือ นอกจากโครงสร้างพื้นฐาน ที่จะสนับสนุนให้เอกชนเข้ามามีส่วนร่วมด้วยแล้ว โครงการอีอีซีถือเป็นโครงการกระตุ้นการเติบโตของเรา โดยเราจะโฟกัสไปยัง 3 กลุ่มอุตสาหกรรม คือ ดิจิทัลบิสซิเนส สิ่งแวดล้อม และ เฮลท์แคร์

วัคซีนที่สาม คือ ระดับประชาชน คือ การสร้างอาชีพที่มั่นคง นอกเหนือจากฉีดวัคซีนให้ครบทุกคนแล้ว วัคซีนหนึ่งที่ต้องสร้างให้เขามีความมั่นคงในระดับประชาชนฐานราก ซึ่งรวมถึง เอสเอ็มอีด้วย ถามว่า เอสเอ็มอีมีโอกาสเข้าถึงแหล่งเงินไหม เรื่องประมูลงานรัฐ เราให้กรมบัญชีกลางแก้ให้เขาถึงงานภาครัฐมากขึ้น และยังให้แบงก์รัฐมาช่วยสนับสนุนด้านการเงินด้วย