AEC ดึง 'ออมสิน ศิริ'นั่ง CEO ลุยธุรกิจใหม่

“บล.เออีซี” ปรับโครงสร้างทุนเพื่อล้างขาดทุนสะสม ตั้ง "ออมสิน ศิริ"นั่ง CEO ลุยธุรกิจใหม่
นางสาวออมสิน ศิริ กรรมการบริหารและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัทหลักทรัพย์ (บล.)เออีซี จำกัด (มหาชน)หรือ AEC เปิดเผยว่า ส่วนตัวได้ลาออกจาก บริษัท พลังงานบริสุทธิ์ จำกัด (มหาชน)หรือEAแล้ว แต่ยังคงเป็นที่ปรึกษาด้านฝ่ายสื่อสารให้กับทาง EA ซึ่งการเข้ามาเป็นผู้บริหารในAEC เพราะรู้จักกับนายประพล มิลินทจินดา ที่ต้องการให้ตนเองเข้ามาช่วยในการปรับโครงสร้างทุน และมองหาโอกาสในการทำธุรกิจใหม่ๆของAEC
สำหรับในช่วงแรกต้องทำให้ AEC มีฐานะการเงินที่แข็งแรง เพื่อสร้างความเชื่อมั่นแก่นักลงทุน และผู้ถือหุ้น เพื่อที่ในอนาคตบริษัทเห็นโอกาส หรือ มีโครงการในการทำธุรกิจใหม่ที่ดี จะต้องระดมทุนแก่นักลงทุน หรือผู้ถือหุ้นได้สะดวกมากขึ้น
“ส่วนตัวรู้จักกับนายประพล ซึ่งนายประพลต้องการเข้ามาช่วยแก้ปัญหาของ AEC จากที่มีความรู้ความเข้าใจกฎเกณฑ์ต่างๆของทั้ง ก.ล.ต.และตลท.เพื่อที่ให้บริษัทปฏิบัติตามเกณฑ์ได้อย่างถูกต้อง ซึ่งในช่วงแรกก็จะต้องช่วยแก้ปัญหาในเรื่องโครงสร้างทุนก่อน และส่วนตัวจะรับผิดชอบในการหาธุรกิจใหม่เข้ามา ซึ่งนายประพล จะดูแลในส่วนของธุรกิจหลักทรัพย์”
ทั้งนี้คณะกรรมการ(บอร์ด)มีมติให้นำเสนอต่อที่ประชุมสามัญผู้ถือหุ้นประจำปี 2564 ที่จะจัดขึ้นในวันที่ 26 เม.ย. 2564 พิจารณาแผนปรับโครงสร้างทุนเพื่อล้างขาดทุนสะสม ซึ่งบริษัทจะมีการเพิ่มทุนจดทะเบียนของบริษัท จาก 5,815.18 ล้านบาท เป็นทุนจดทะเบียนใหม่ 5,815.18 ล้านบาท โดยออกหุ้นสามัญเพิ่มทุน 4 หุ้น มูลค่าที่ตราไว้หุ้นละ 1 บาท และเรียกชำระในครั้งนี้ 2 หุ้น ทำให้จะมีทุนที่เรียกชำระแล้วเพิ่มจาก 4,284,871,528 บาท เป็น 4,284,871,530 บาท
จากนั้นจะทำการเปลี่ยนแปลงมูลค่าที่ตราไว้ของหุ้น (พาร์) จากเดิม 1 บาท เป็น6 บาท โดยการรวมหุ้น จาก 6 หุ้น เป็น 1 หุ้น ส่งผลให้จำนวนหุ้นของบริษัทฯ ลดลง อีกทั้งยังโอนทุนสำรองตามกฎหมาย จำนวน 17.20 ล้านาท เพื่อชดเชยผลขาดทุนสะสม และขั้นตอนสุดท้าย คือ การลดทุนจดทะเบียนและทุนชำระแล้วด้วยการลดมูลค่าที่ตราไว้จากหุ้นละ 6 บาท กลับไปเป็นหุ้นละ 1 บาท
หากบริษัทฯ สามารถดำเนินการตามขั้นตอนต่างๆ ดังกล่าวจนเป็นผลสำเร็จ จะทำให้สามารถล้างขาดทุนสะสม ที่มีอยู่ในงบการเงินเฉพาะของบริษัท ณ วันที่ 31 ธ.ค.63 ที่มีอยู่จำนวน 873.10 ล้านบาท และส่วนต่ำมูลค่าหุ้นที่มีอยู่จำนวน 2,669.33 ล้านบาท ให้หมดไป ซึ่งจะทำให้บริษัทไม่มีผลขาดทุนสะสม ไม่มีส่วนต่ำมูลค่าหุ้น และจะเกิดมีส่วนเกินทุนจากการลดทุน จำนวน 45.49 ล้านบาท โดยที่จะมีส่วนของผู้ถือหุ้น 680.04 ล้านบาท
นางสาวออมสิน กล่าวว่า หากผู้ถือหุ้นอนุมัติการปรับโครงสร้างทุน ซึ่งคาดว่าจะใช้เวลาการดำเนินการตามขั้นตอนข้างต้นประมาณ2.5 เดือน ทำให้คาดว่าเร็วสุดก็จะล้างผลขาดทุนสะสมเสร็จได้ประมาณเดือนก.ค. 2564







