วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

อุตฯชู 'อัตลักษณ์' ท้องถิ่นดันเศรษฐกิจฐานราก

กระทรวงอุตสาหกรรม ผนึก กระทรวงยุติธรรม กองทุนหมู่บ้านฯ ลุยเมืองเก่าฯ สุโขทัย เดินหน้าถอดอัตลักษณ์ท้องถิ่น ตั้งเป้ากระตุ้นรายได้ชุมชนกว่า 10 ล้านบาท เพิ่มมูลค่าเศรษฐกิจ 1,800 ล้านบาท

กระทรวงอุตสาหกรรม ประสานความร่วมมือ กระทรวงยุติธรรรม และสำนักงานกองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมือง ลงพื้นที่จังหวัดสุโขทัย เร่งถอดรหัสอัตลักษณ์ชุมชน เพื่อการต่อยอดในเชิงพาณิชย์ ผ่านการพัฒนาผลิตภัณฑ์ชุมชน ดึงอัตลักษณ์พื้นถิ่น เพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มเชิงพาณิชย์ ด้วยการพัฒนาผลิตภัณฑ์เดิมผ่านองค์ความรู้ด้านอุตสาหกรรมสร้างสรรค์

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมสมศักดิ์ เทพสุทิน ระบุ กระทรวงยุติธรรมได้ร่วมมือกับกระทรวงอุตสาหกรรม ในการดำเนินงานเพื่อฟื้นฟูเศรษฐกิจฐานราก ผ่านกระบวนการสนับสนุนการพัฒนาสินค้าของฝากให้เป็นสินค้าที่สามารถดึงดูดใจนักท่องเที่ยวให้เลือกซื้อหาเมื่อเดินทางมาถึง มุ่งเน้นการพัฒนาผลิตภัณฑ์ของฝากของที่ระลึกเพื่อเชื่อมโยงแหล่งท่องเที่ยว เพิ่มศักยภาพในพื้นที่ เกิดการสร้างรายได้ สร้างอาชีพ และยกระดับเศรษฐกิจชุมชน ผ่านกระบวนการถอดรหัสเอกลักษณ์สถานที่ท่องเที่ยว เพื่อใช้ในการออกแบบของที่ระลึกเชิงพาณิชย์ โดยมีวิสาหกิจชุมชนในพื้นที่จังหวัดสุโขทัยเข้าร่วมจำนวน 20 กลุ่ม ร่วมพัฒนาต้นแบบผลิตภัณฑ์เพื่อให้พร้อมรับการจับจ่ายของนักท่องเที่ยว


ทั้งนี้ คาดว่าจะสามารถสร้างรายได้ให้กับชุมชนเพิ่มขึ้นกว่า 10 ล้านบาท และจะสามารถต่อยอดโมเดลการดึงอัตลักษณ์ของชุมชน เพื่อถ่ายทอดสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ หรือ GI ผ่านผลิตภัณฑ์สินค้าของฝาก เพื่อยกระดับภาคการท่องเที่ยวยั่งยืนในอนาคต ซึ่งหลังจากสถานการณ์ COVID-19 คลี่คลาย คาดว่าจะมีนักท่องเที่ยวมาในพื้นที่ ประมาณ 600,000 คนต่อปี ก่อให้เกิดการจับจ่ายใช้สอย การพักแรม การรับประทานอาหาร การซื้อของที่ระลึกของนักท่องเที่ยว โดยจะมีมูลค่าหมุนเวียนทางเศรษฐกิจกว่า 1,800 ล้านบาท

อธิบดีกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม หรือ กสอ. ณัฐพล รังสิตพล ระบุว่า กรมฯ ได้ดำเนินการส่งเสริมผลิตภัณฑ์สินค้าของฝาก โดยเฉพาะกลุ่มผลิตภัณฑ์หัตถกรรม พร้อมจัดกิจกรรมถอดรหัส อัตลักษณ์สถานที่ท่องเที่ยว เพื่อใช้ในการออกแบบเชิงพาณิชย์ ประกอบกับจังหวัดสุโขทัย ถือเป็นเมืองมรดกโลก มีต้นทุนทางวัฒนธรรรมและภูมิปัญญาท้องถิ่นอยู่เป็นจำนวนมาก อาทิ ความเชี่ยวชาญด้านการทอผ้า และเครื่องปั้นดินเผาสังคโลก


โดยในระยะนำร่องได้แบ่งการดำเนินงานออกเป็น 2 ส่วน ประกอบด้วย การจับจุดเด่นเป็นจุดขาย ผ่านกระบวนการถ่ายทอดอัตลักษณ์ในรูปแบบที่ง่ายต่อการจดจำ เพื่อให้เป็นตัวแทน หรือ มาสคอต ในการสื่อสาร และการจับจุดใหม่โดยใช้จุดเดิม ผ่านการพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่มีอยู่เดิม โดยอาศัยองค์ความรู้ทางด้านอุตสาหกรรมสร้างสรรค์เข้ามามีส่วนในการผลิต เพื่อให้เกิดสินค้าใหม่ที่ตอบโจทย์ความต้องการของผู้บริโภค

นอกจากนี้ ผลิตภัณฑ์ที่ได้รับการถอดรหัสอัตลักษณ์ จะถูกถ่ายทอดทักษะในกระบวนการผลิตไปยังผู้ต้องขังในเรือนจำ เพื่อให้ผู้ต้องขังที่ได้รับการฝึกฝนทักษะอาชีพโดย มีโอกาสสร้างรายได้และสามารถต่อยอดไปสู่การประกอบอาชีพสุจริต เมื่อพ้นโทษสู่โลกภายนอก ถือเป็น 'ผลิตภัณฑ์แห่งการให้โอกาส' ที่จะมีส่วนช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจฐานราก และเสริมสร้างความเข้มแข็งให้กับเศรษฐกิจในไทยได้อีกทางหนึ่ง

ทีมข่าวกรุงเทพธุรกิจบิซอินไซต์ รายงาน