“บีทีเอส” แจงความคืบหน้า การดำเนินงานโครงการรถไฟฟ้าสายสีส้ม หลังส่งหนังสือถึงผู้เกี่ยวข้องตรวจสอบความไม่เป็นธรรม ลั่นกระบวนการศาลปกครองยังไม่สิ้นสุด มีสิทธิยื่นอุทธรณ์ภายใน 30 วัน
นายสุรพงษ์ เลาหะอัญญา กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท ระบบขนส่งมวลชนกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) เปิดเผยระหว่างการชี้แจงความคืบหน้าการดำเนินงานโครงการรถไฟฟ้าสายสีส้ม วันนี้ (10 มี.ค.) โดยระบุว่า สืบเนื่องจาก เมื่อวันที่ 9 มี.ค. 2564 บริษัทฯ ได้นำส่งจดหมาย เรื่อง ขอให้ตรวจสอบการดำเนินการโครงการรถไฟฟ้าสายสีส้ม ช่วงบางขุนนนท์ - มีนบุรี (สุวินทวงศ์) ถึง ฯพณฯนายกรัฐมนตรี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ประธานคณะกรรมการการรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย และประธานคณะกรรมการนโยบายการร่วมลงทุนระหว่างรัฐและเอกชน
เนื่องมาจากการรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย คณะกรรมการคัดเลือกตามมาตรา 36 แห่งพระราชบัญญัติการร่วมลงทุนระหว่างรัฐ และเอกชน พ.ศ. 2562 ได้ร่วมกันเปลี่ยนแปลงแก้ไขเอกสารสำหรับการคัดเลือกเอกชน โดยการออกเอกสารสำหรับการคัดเลือกเอกชนเพิ่มเติมครั้งที่ 1 จนทำให้ บริษัทฯ จัดทำหนังสือสอบถาม และขอความเป็นธรรมถึงบุคคล และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับโครงการฯ จำนวน 5 ฉบับ ซึ่งต่อมาบริษัทฯ ก็ยังมิได้รับการชี้แจงในผลการตรวจสอบเกี่ยวกับความไม่เป็นธรรมในการดำเนินโครงการฯ
“บีทีเอส ไม่ต้องการแสดงออกในลักษณะของการโต้แย้งกับหน่วยงานของรัฐผ่านสื่อ เราพยายามร้องขอความเป็นธรรมและดำเนินตามกระบวนการกฎหมายที่มี แต่จนถึงขณะนี้เราพบว่า มีความพยายามเบี่ยงเบนข้อเท็จจริง ซึ่งอาจทำให้บีทีเอสเกิดความเสียหาย ดังนั้น ในวันนี้เราจึงมีความจำเป็นต้องชี้แจงความจริงทั้งหมด สิ่งที่ดำเนินการมา และสิ่งที่กำลังดำเนินการต่อไปเพื่อให้ทุกคนเข้าใจในสิ่งที่ถูกต้อง”
พ.ต.อ.สุชาติ วงศ์อนันต์ชัย ที่ปรึกษา ประธานกรรมการ บริษัท บีทีเอส กรุ๊ป โฮลดิ้งส์ จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า การประมูลโครงการรถไฟฟ้าสายสีส้มนั้น เริ่มมีความผิดปกติของการดำเนินการในขั้นตอนที่อยู่ระหว่างการรอยื่นข้อเสนอการร่วมลงทุนในโครงการนี้ ปรากฎว่า มีบริษัทเอกชนที่ร่วมซื้อซองมีหนังสือไปถึง ผู้ว่าการรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.) และ ผู้อำนวยการสำนักงานคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ (สคร.) ขอให้พิจารณาเปลี่ยนแปลงหลักเกณฑ์การพิจารณาผู้ชนะการประมูล
โดยอ้างเหตุผล ถึงหลักเกณฑ์ และความเสี่ยงสูง ของการขุดเจาะอุโมงค์ลอดแม่น้ำเจ้าพระยาซึ่งผ่านพื้นที่เกาะรัตนโกสินทร์ชั้นใน จะต้องใช้เทคนิคการออกแบบทางวิศวกรรมและวิธีการก่อสร้างขั้นสูงเพื่อลดผลกระทบที่มีต่อประชาชนในด้านต่างๆ (ข้อความจาก หนังสือ ITD ส่งถึง สคร.) ต่อมาทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงหลักเกณฑ์การคัดเลือก ซึ่งล้มล้างสิ่งที่หน่วยงานของรัฐทำมาหลายปี
อย่างไรก็ดี การกระทำดังกล่าว ชี้ให้เห็นเจตนา และความคิดของหน่วยงานเจ้าของโครงการ ทำให้ บริษัทฯ ต้องทำหนังสือร้องเรียนไปถึง ท่านผู้มีอำนาจหน้าที่ และความรับผิดชอบตามกฎหมาย ได้แก่
- นายกรัฐมนตรี ในฐานะประธานคณะกรรมการนโยบายร่วมลงทุนระหว่างรัฐและเอกชน
- ผู้อำนวยการสำนักงานคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ ในฐานะกรรมการและเลขานุการของคณะกรรมการนโยบายฯ
- ผู้ว่าการรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย ในฐานะหัวหน้าหน่วยงานเจ้าของโครงการ
- คณะกรรมการคัดเลือกฯ ซึ่งถูกแต่งตั้งตามมาตรา 36 แห่งพระราชบัญญัติการร่วมลงทุนระหว่างรัฐและเอกชน พ.ศ. 2562 โครงการรถไฟฟ้าสายสีส้ม ช่วงบางขุนนนท์ - มีนบุรี (สุวินทวงศ์)
- รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ในฐานะที่กำกับดูแลการรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย
- คณะกรรมการการรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทสไทย
- นายกรัฐมนตรี ในฐานะหัวหน้าคณะรัฐมนตรี
ซึ่งหวังเป็นอย่างยิ่งว่า ทุกท่านเมื่อทราบแล้ว จะดำเนินการตรวจสอบ และแก้ไขให้ถูกต้อง
นอกจากนี้ ตามที่ รฟม.แถลงข่าวถึงการตัดสินของศาลปกครองสูงสุดที่มีคำสั่งจำหน่ายคดีเกี่ยวกับโครงการรถไฟฟ้าสายสีส้ม ขณะนี้ทีมกฎหมายของบีทีเอสอยู่ระหว่างศึกษาข้อกฎหมาย และยืนยันว่ามีสิทธิ์ในการยื่นอุทธรณ์ภายใน 30 วัน หลังจากศาลปกครองสูงสุดมีคำสั่งเมื่อวันที่ 5 มี.ค.ที่ผ่านมา








