ดัชนีวานนี้ปิดปรับตัวขึ้น 4.14 จุด ยืนเหนือ 1,500 จุดอีกครั้ง โดยดัชนีปรับตัวขึ้นตามทิศทางตลาดหุ้นภูมิภาค หลังจากบอนด์ยีลสหรัฐเริ่มปรับตัวลง
ทำให้ลดความกังวลเกี่ยวกับการเกิดเงินเฟ้อ รวมทั้งแรงบวกจากการอนุมัติใช้วัคซีน J&J และความคืบหน้าของ Stimulus Packgage ขณะที่หุ้นขนาดกลางภายในประเทศปรับตัวขึ้นโดดเด่น หลังประกาศผลประกอบการที่มีแนวโน้มดีขึ้น ส่งผลให้ SET Index ปิดตลาดที่ 1,500.92 จุด +41.4 จุด +0.28% มูลค่าการซื้อขาย 84,565.35 ลบ. +1,118.30 ลบ. TFEX +12,543 สัญญา ตราสารหนี้ +3,139 ลบ.
ปัจจัยบวก
+ ดัชนีดาวโจนส์ พุ่งขึ้น 603.14 จุด หรือ +1.95% หลังสหรัฐอนุมัติการใช้วัคซีนต้านไวรัสโควิด-19 ของบริษัทจอห์นสัน แอนด์ จอห์นสัน นอกจากนี้ ตลาดยังได้ปัจจัยบวกจากการอ่อนตัวลงของอัตราผลตอบแทนพันธบัตรสหรัฐ รวมทั้งการที่สภาผู้แทนราษฎรสหรัฐให้ความเห็นชอบต่อมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจในช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา
+ กระทรวงการท่องเที่ยวฯ เตรียมหารือกับทาง สศช. ภายในสัปดาห์นี้ ถึงความคืบหน้าของโครงการเที่ยวไทยวัยเก๋า หรือการสนับสนุนผู้สูงอายุเที่ยวไทยผ่านบริษัททัวร์
+ กระทรวงพาณิชย์สหรัฐเปิดเผยว่า การใช้จ่ายด้านการก่อสร้างพุ่งขึ้น 1.7% ในเดือนม.ค. ซึ่งเป็นระดับสูงสุดนับตั้งแต่ที่เริ่มมีการเก็บรวบรวมข้อมูลในปี 2545
+ ISM เปิดเผยว่า ดัชนีภาคการผลิตของสหรัฐพุ่งสู่ระดับ 60.8 ในเดือนก.พ. ซึ่งเป็นระดับสูงสุดนับตั้งแต่เดือนก.พ.2561 และสูงกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ที่ระดับ 58.9 จากระดับ 58.7 ในเดือนม.ค.
ปัจจัยลบ
- ราคาน้ำมันดิบ WTI ลดลง 86 เซนต์ หรือ 1.4% ปิดที่ 60.64 ดอลลาร์/บาร์เรล เนื่องจากนักลงทุนกังวลว่าปริมาณการใช้น้ำมันในจีนอาจลดน้อยลง หลังมีสัญญาณบ่งชี้ถึงการชะลอตัวของภาคการผลิตจีน นอกจากนี้ สัญญาน้ำมันดิบยังได้รับปัจจัยลบจากการคาดการณ์ที่ว่า กลุ่มประเทศโอเปค และ โอเปคพลัส อาจจะปรับเพิ่มกำลังการผลิตหลังการประชุมสัปดาห์นี้
- ไอเอชเอส มาร์กิต ซึ่งเป็นบริษัทให้บริการข้อมูลทางการเงิน เปิดเผยว่า ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) ภาคการผลิตของสหรัฐ ปรับตัวลงสู่ระดับ 58.6 ในเดือนก.พ. จากระดับ 59.2 ในเดือนม.ค.
- รัฐบาลสหรัฐรู้สึกผิดหวังที่อิหร่านได้ปฏิเสธข้อเสนอในการเจรจาอย่างไม่เป็นทางการกับชาติยุโรปและสหรัฐในประเด็นนิวเคลียร์ของอิหร่าน
แนวโน้มตลาดวันนี้
คาดดัชนีในวันนี้มีโอกาสปรับตัวขึ้นตามทิศทางตลาดต่างประเทศ โดยมีแรงหนุนจากการอ่อนตัวลงของอัตราผลตอบแทนพันธบัตรสหรัฐ รวมทั้งการที่สภาผู้แทนราษฎรสหรัฐให้ความเห็นชอบต่อมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจในช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา คาดกรอบดัชนีในวันนี้ 1,490-1,510 จุด
กลยุทธ์การลงทุน
• ดัชนีค่าระวางเรือปรับตัวขึ้นต่อเนื่อง TTA PSL RCL
• วัคซีนโควิด-19ลอตแรกเข้าไทย AWC MINT CENTEL CPN CRC SPA AOT
หุ้นรายงานพิเศษ
STARK Bloomberg Consensus 6.20 บาท
บริษัทรายงานรายได้และกำไรงวดปี 63 เท่ากับ 1.7 หมื่นลบ. +46.2%YoY และ 1.6 พันลบ. +1,198%YoY ตามลำดับ เป็นผลจากการเปลี่ยนธุรกิจ ประกอบกับการเข้าลงทุนในเวียดนามตั้งแต่ช่วงต้น 2Q63 ขณะที่ %Core EBITDA เร่งตัวขึ้นสู่ 15.6% จากปีก่อนอยู่ที่ระดับ 9.8% จากการปรับ product mixed เน้นขายสินค้าที่มี High Margin ในกลุ่มสายไฟฟ้า Medium-Extra High Voltage และลดการขาย Raw Material ที่มีมาร์จิ้นน้อย
เรามีมุมมองบวกต่อแนวโน้มผลการดำเนินงานปี 64 จากกลยุทธ์ขยายสินค้า High Margin ประกอบกับคาดรายได้เติบโตต่อเนื่องราว 10-15% จากการขยายตลาดทั้งในและต่างประเทศ
หุ้นมีข่าว
(+) PRM (Bloomberg Consensus 12.50 บาท) เดินหน้าขยายขีดความสามารถในการแข่งขัน ชูเรือ FSU ดันการเติบโตพุ่ง ผู้บริหารมั่นใจปีนี้เติบโตต่อ 10-15% ตามแผนการขยายธุรกิจ โชว์ผลงานปี 2563 โต 51.5% มีกำไรสุทธิ 1,701.6 ล้านบาท แถมจ่ายปันผลอีก 0.18 บาทต่อหุ้น(ที่มา ทันหุ้น)
(+) KWM (Bloomberg Consensus - บาท) เดินหน้าโมเดลแพลตฟอร์มรับจ้างสกัดกัญชง ชูจุดเด่นผู้ประกอบการธุรกิจกัญชงไม่ต้องลงทุนเครื่องสกัดราคาแพง แค่นำวัตถุดิบมาให้สกัด เดินหน้าผนึกพันธมิตรปูอนาคต ล่าสุดดีล นายชูวิทย์ จึงธนสมบูรณ์ สกัดกัญชงให้ หลังจากได้ดีล JSP พร้อมวางแนวทางตั้งเครื่องสกัดรองรับความต้องการทั่วประเทศ (ที่มา ทันหุ้น)
(+) SAWAD (Bloomberg Consensus 71.00 บาท) มั่นใจปีนี้เติบโตอีก 20% หลังปรับโครงสร้างธุรกิจแล้วเสร็จ ยันปีนี้มีความพร้อมมาก ทั้งฐานะการเงินและพันธมิตร ช่วยดันรายได้บริษัทในเครือเติบโตทั้ง BFIT, SAWAD 2014, ธุรกิจ AMC และ “เงินสดทันใจ” ที่ร่วมกับแบงก์ออมสิน เผยเดือน มี.ค.นี้ ลุยปล่อยสินเชื่อจานาทะเบียนอัตราดอกเบี้ยต่ำทันที ล่าสุดดึง “วิชิต พยุหนาวีชัย” นักการตลาดด้านการเงินประสบการณ์สูง เข้าคุม “ศรีสวัสดิ์ แคปปิตอล” หรือ SCAP (ที่มา ข่าวหุ้น)
(+) JMART (Bloomberg Consensus 27.50 บาท) JMART ตั้งเป้าปี 64 โตไม่น้อยกว่าปี 63 ที่ทำกำไร All Time High อยู่ที่ 798 ล้านบาท หลังปิดดีลใหญ่จำนวน 2 ดีลสำเร็จ ฟากบอร์ดประกาศจ่ายปันผล 0.24 บาทต่อหุ้น พร้อมตั้งเป้ามาร์เก็ตแคปรวมกลุ่มบริษัทโตทะลุแสนล้าน จับตา Q1 เจมาร์ทบันทึกกำไรพิเศษมากกว่า 100 ล้านบาท จากดีล KB (ที่มา ข่าวหุ้น)
ปัจจัยจับตา
ในประเทศ
2 มี.ค. ประชุมครม.
5 มี.ค. ก.พาณิชย์แถลงสถานการณ์ด้านราคาสินค้าและบริการ
24 มี.ค. ประชุมกนง.ครั้งที่ 2/2564
ต่างประเทศ
2 มี.ค. ญี่ปุ่นเปิดเผยอัตราว่างงาน
3 มี.ค. จีนเปิดเผยดัชนี PMI ภาคบริการ
อียูเปิดเผยดัชนี PMI ภาคบริการขั้นสุดท้าย
สหรัฐเปิดเผยตัวเลขจ้างงานภาคเอกชนเดือนก.พ. ดัชนี PMI ภาคบริการขั้นสุดท้าย ดัชนีภาคบริการ และสต็อกน้ำมัน
4 มี.ค. อียูเปิดเผยยอดค้าปลีก อัตราว่างงานเดือนม.ค.
สหรัฐเปิดเผยจำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์ ยอดสั่งซื้อภาคโรงงาน








