ราคาน้ำมันดิบเริ่มปรับลดลงและงบ PTT อาจกดดันตลาด
ตลาดหุ้นโลกยังเคลื่อนไหวกรอบแคบและมีแรงทำกำไรระยะสั้นจาการเพิ่มขึ้นของผลตอบแทนพันธบัตร 10 ปี ซึ่งล่าสุดอยู่ที่บริเวณ 1.3% สูงสุดในรอบ 12 เดือน ขณะที่ราคาน้ำมันปรับลดลง ซึ่งเราประเมินมาจาก 2 ปัจจัย ได้แก่ 1) สถานการณ์อากาศหนาวเย็นในเท็กซัสที่น่าจะเริ่มทยอยดีขึ้น 2) ข่าวสหรัฐฯ เตรียมเจรจาเรื่องนิวเคลียร์กับอิหร่านในรอบใหม่ ส่งผลให้ราคาน้ำมันดิบเริ่มปรับลดลง ขณะที่ PTT รายงานกำไรต่ำกว่าคาดประมาณ 8% (แม้กำไรปกติค่อนข้างสอดคล้องต่อคาดการ) หลักๆจากการตั้งสำรองด้อยค่า (Impairment loss) ในธุรกิจถ่านหิน และบางส่วนจากรายการเกี่ยวกับขาดทุนในอนุพันธ์และค่าเงิน ซึ่งอาจเป็นปัจจัยกดดันต่อตลาดในระยะสั้น
การอภิปรายไม่ไว้วางใจพาดพิงหุ้นหลายตัว ในการอภิปรายไม่ไว้วางใจรอบนี้มีประเด็นที่กระทบบริษัทจดทะเบียนหลักๆใน 2 เรื่องได้แก่ 1) การล้มประมูลรถไฟฟ้าสายสีส้ม เนื่องจากแย่งชิงสัมปทาน เพราะเป็นเส้นทางที่รัฐให้การอุดหนุนสูง (เมื่อเทียบกับเส้นสีเขียว) โดยเกิดการแก้เงื่อนไขพิจารณาเปลี่ยนไปจากเดิมข้อเสนอด้านราคาเป็นด้านเทคนิค ซึ่งอาจถูกมองว่าเอื้อ ITD+BEM โดย BTS ทำการคัดค้าน จนนำไปสู่การตัดสินใจล้มประมูล 2) การเอื้อประโยชน์แก่กลุ่มธุรกิจไฟฟ้าอย่าง GULF ในการประมูลโครงการต่างๆ ซึ่งเรามองความกังวลจากการอภิปราย อาจส่งผลเชิงลบต่อจิตวิทยาการลงทุนในระยะสั้น แนะนำนักลงทุนระมัดระวังความผันผวน
ตลาดเลือกเก็งกำไรตามธีมที่ปรากฎขึ้นมา ได้แก่ 1) กัญชง และกัญชา บวกต่อ DOD, SAPPE, TIPCO, MALEE, STA, PTG 2) ค่าระวางเรือ เราชอบ TTA, PSL 3) ราคาสินค้าเกษตร อาทิ น้ำตาลปรับขึ้นทำ new high ในรอบกว่า 1 ปี บวกต่อจิตวิทยาหุ้นน้ำตาล อย่างไรก็ตาม การเก็งกำไรคสรระมัดระวังความเสี่ยงของพ.ร.บ.อ้อนและน้ำตาลฉบับใหม่ รวมทั้งผลประกอบการปีนี้ที่ยังอ่อนแอจากผลผลิตที่ต่ำสุดในรอบหลายปี 4) กลุ่มท่องเที่ยว-ธนาคาร จากมาตรการออก REIT buy back อาจส่งผลบวกต่อการบริหารสภาพคล่องและการฟื้นตัวของผลการดำเนินงาน ซึ่งในกลุ่มนี้ เราชอบธนาคารที่ยัง Laggard อย่าง BBL, SCB และ AWC, MINT 5) ไฟฟ้าชุมชน ยื่นซอง 22 มี.ค.-2 เม.ย. เรามองบวกต่อพลังงานทดแทน โดยเฉพาะ ETC และ ACE
ภาพรวมกลยุทธ์ แกว่งตัวในกรอบการเล่น 1,500-1,550 จุด โดยยังเป็นการหมุนในกลุ่มนำตลาด ปิโตรเคมี, การเงิน, ธนาคาร ขณะที่กลุ่มโภคภัณฑ์ตัวเล็กอย่างเดินเรือและยาง เริ่มมีโมเมนตัมการเก็งกำไรระยะสั้นที่ดี // หุ้นแนะนำวันนี้ เก็งกำไร ETC*, PTG*, TTA*, ADVANC*
แนวรับ 1,502/ แนวต้าน : 1,528-1,550 จุด สัดส่วน : เงินสด 60% : พอร์ตหุ้น 40%
ประเด็นการลงทุน
จีนแซงสหรัฐ ขึ้นเป็นหุ้นส่วนการค้าใหญ่สุดของอียู. ปี 2563 จีนแซงหน้าสหรัฐ ก้าวขึ้นเป็นหุ้นส่วนการค้ารายใหญ่สุดของสหภาพยุโรป โดยตัวการค้าอยู่ที่ $7.09 แสนล้าน ทียบกับการ นำเข้าและส่งออกจากสหรัฐที่มีมูลค่า $6.71 แสนล้าน
คลังยกเครื่องซอฟต์โลน. คลัง-แบงก์ชาติ เร่งยกร่าง พ.ร.ก. ซอฟต์โลนฉบับใหม่ แก้ปมซอฟต์โลน 5 แสนล้าน อุ้มธุรกิจท่องเที่ยวขาดสภาพคล่องหนัก เผยร่างใหม่ปลดทุกล็อก ขยายเวลาปล่อยกู้ 5-10 ปี เพิ่ม ชดเชยความเสียหายให้แบงก์ เดินเกมคู่ขนาน “โกดังพักหนี้” ธปท.นัดถกสมาคมแบงก์เคาะวงเงินให้ธนาคารรับโอนสินทรัพย์โรงแรมไม่เกิน 1 แสนล้าน
SCB อนุมัติจ่ายปันผล 2.3 บาทต่อหุ้น. ที่ประชุมคณะกรรมการธนาคารไทยพาณิชย์ (SCB) มีมติอนุมัติการจ่ายเงินปันผลปี 63 อยู่ที่ 2.30 บาทต่อหุ้น มูลค่ารวม 7.8 พันล้านบาท กำหนดรายชื่อผู้มีสิทธิ์รับปันผลในวันที่ 21 เมษายน 2564 และกำหนดจ่ายเงินปันผลในวันที่ 7 พฤษภาคม 2564
STA-NER แตกไลน์ปลูกกัญชง. โดย STA เริ่มปลูก 200 ไร่ เดือน ส.ค. ก่อนขยายเป็น 2 พันไร่ ขณะที่ NER เจรจาเกษตร-ศุลกากรนำเข้าเมล็ดกัญชง คาดมีความชัดเจนใน 2 เดือน เล็งทำโรงสกัด
ประเด็นติดตาม: - FOMC meeting minutes / 19 ก.พ. : US Manufacturing PMI เดือน ก.พ.
(* หมายถึง หุ้นทางกลยุทธ์ ซึ่งอาจมีคำแนะนำต่างกับพื้นฐาน หรือที่ไม่ ได้อยู่ในการวิเคราะห์ของ UOBKH ซึ่งนักลงทุนควรพิจารณาตั้งจุดตัดขาดทุน 3-5% ของราคาที่เข้าซื้อ)









