วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

‘โออาร์’กำไรปี63วูบ19.3%

โออาร์ ปี 2563 มีกำไรสุทธิ 8,791 ล้านบาท ลดลง 19.3% จากการขยายสถานีบริการและร้านคาเฟ่ อเซอน รวมถึงผลจากมาตรฐานบัญชีใหม่และผลขาดทุนจากตารสารอนุพันธ์ทางการเงินเพิ่มขึ้น ด้านรายได้อยู่ที่ 428,804 ล้านบาท ลดลง 25.7% จากผลกระทบโควิด ขณะที่อิบิด้าเพิ่มขึ้น3.6%อยู่ที่ 17,619 ล้านบาท

บริษัท ปตท. น้ำมันและการค้าปลีก จำกัด (มหาชน) หรือ OR รายงานตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) ถึงผลการดำเนินงานในปี2563 ว่า บริษัทมีกำไรสุทธิในปี 2563 มีจำนวน 8,791 ล้านบาท ลดลง 2,105 ล้านบาท (-19.3%) จากค่าเสื่อมราคาและค่าตัดจำหน่ายที่สูงขึ้นจากการขยายสถานีบริการและร้านคาเฟ่ อเซอน รวมถึงการจัดประเภทค่าใช้จ่ายตามมาตรฐานบัญชีใหม่

นอกจากนี้ มีผลขาดทุนจากตารสารอนุพันธ์ทางการเงินเพิ่มขึ้น จากการเริ่มใช้มาตรฐานการรายงานทางการเงิน ฉบับที่ 9 เครื่องมือทางการงิน ตั้งแต่คือเดือนมกราคม ปี 2563 โดยรวมแล้วส่งผลให้ กำไรสุทธิต่อหุ้น อยู่ที่ 0.98 บาท ปรับลดลง (-19 %)
เหตุการณ์สำคัญระหว่างปี

มีรายได้ขายและบริการ 428,804 ล้านบาท ลดลง 148,330 ล้านบาท ลดลง 25.7% จากปีก่อน โดยหลักจากรายได้กลุ่มธุรกิจน้ำมัน โดย (1) ราคาขายเฉลี่ยผลิตภัณฑ์น้ำมันปรับตังลดลงตามรคาน้ำมันในตลาดโลก ซึ่งเป็นผลจากสงครามราคาระหว่างกลุ่มประเทศผู้ส่งน้ำมันเป็นสินค้าออก (OPEC) และประเทศรัสเซีย ส่ผลต่อการพิมขึ้นของอุปทานน้ำมันทั่วโลก รวมทั้งอุปสงค์ของน้ำมันทั่วโลกก็ลดลงจากการระบาดของโรด COVD-19

และ (2) ปริมาณขายในกลุ่มผลิตภัณฑ์หลักปรับลดลง ได้แก่ กลุ่มผลิตภัณฑ์น้ำมันอากาศยานดีเซล และเบนซิน จากผลกระทบของการระบาดของโรด COVID-19 สำหรับในประเทศไทยเพื่อระงับและป้องกันการแพร่ระบาดของโรคCOVD-19 รัฐบาลไทยจึงได้ออกมาตรการจำกัดการเดินทาง และเวลาในการเปิด-ปิด ร้านค้า ส่งผลกระทบต่อปริมาณการขาย
ในช่วงเดือนมษายน 2563 อย่างไรก็ตามปริมาณการขายก็เริ่มปรับตัวเพิ่มขึ้นตามลำดับเมื่อรัฐบาลไทยเริ่มผ่อนคลายมาตรการต่างๆ ในเดือนพฤษภาคม 2563 โดย 40/2563 ปริมาณการขายปรับตัวเพิ่มเกือบเทียบเท่าสถานการณ์ปกติก่อนภาวะ COVID-19 ยกเว้นผลิตภัณฑ์น้ำมันอากาศยานที่ยังได้รับผลกระทบจากข้อจำกัดการเดินทางระหว่างประเทศ และปริมาณเที่ยวบินทั่วโลกที่ลดลง และ LPG ภาคครัวเรือนจากสภาพเศรษฐกิจไทยที่ยังชะลอตัว

สำหรับรายได้กลุ่มธุรกิจ Non-Oil ลดลง โดยหลักจากรายได้ของร้านค้าสะดวกซื้อ สำหรับรายได้กลุ่มธุรกิจต่างประเทศลดลงเช่นกัน สาเหตุจากผลกระทบของการระบาดของโรด COVID-19 ที่ส่งผลต่อราคาขายผลิตภัณฑ์และปริมาณขายที่ลดลง โดยเฉพาะผลิตภัณฑ์น้ำมันอากาศยาน

สำหรับ EBIDAในปี 2563 จำนวน 17,619 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 615 ล้านบาท(+3.6%) จากปีก่อน บางส่วนเป็นผลจากการปฏิบัติตามมาตรฐานการรายงานทางการงิน (Thailand Financial Reporting Standard : TFRS ) ฉบับที่ 16 สัญญาเช่า ทำให้ต้องจัดประเภทค่าเช่าที่เข้าเงื่อนไขตามมาตรฐานบัญชี จากเดิมจัดอยู่ในประเภทค่าใช้จ่ายดำเนินงานไปเป็นค่าเสื่อมราคาและค่าตัดจำหน่าย ส่งผลให้ EBITDA เพิ่มขึ้นประมาณ 1,361 ล้านบาท แม้ว่ากำไรขั้นต้นปรับลดลง 948 ล้านบาท (-2.8% )

โดยหลักจากธุรกิจน้ำมันในผลิตภัณฑ์น้ำมันอกาศยานที่ปริมาณขายลดลง ขณะที่กำไรขั้นต้นเฉลี่ยของน้ำมันอากาศยานปรับเพิ่มขึ้น ในด้านค่าใช้จ่ายดำเนินงานสุทธิและรายได้อื่น ปรับลดลง 1,567 ล้านบาท (-9.2%) โดยหลักจากค่าใช้จ่ายที่ลดลงผันแปรตามปริมาณขายที่ลดลง เช่น ค่าจ้างเติมน้ำมันอากาศยานค่าขนส่ง ค่าโฆษณาส่งสริมการขาย เป็นต้น รวมถึการปฏิบัติตามมาตรฐานการรายงานทางการเงิน ฉบับที่ 16 เรื่องสัญญาเช่า ตามที่กล่าวข้างต้น ทำให้ปี 2563 มี EBITDA margin รวมที่ 4.1%