วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

‘เงินบาท’วันนี้เปิดตลาด ‘ทรงตัว’ที่29.90บาทต่อดอลลาร์

ตลาดการเงินอยู่ในช่วงปรับฐาน ยังเป็นแรงกดดันกับเงินบาทเช่น ส่วนระยะถัดติดตามการฟื้นตัวของเศรษฐกิจในเอเชียกับสหรัฐ จะทำให้เงินทุนเริ่มเคลื่อนย้ายรอบใหม่ หนุนให้สกุลเงินในประเทศแข็งค่าตาม พร้อมจับตาแรกซื้อขายหุ้นORเข้าเทรดวันแรก

นายจิติพล พฤกษาเมธานันท์ หัวหน้าทีมกลยุทธ์ตลาดการเงินและวางแผนการลงทุน EASY INVEST บริษัทหลักทรัพย์ไทยพาณิชย์ (SCBS) เปิดเผยว่า เงินบาทเปิดเช้าวันนี้ที่ 29.90 บาทต่อดอลลาร์ ไม่เปลี่ยน แปลงจากช่วงปิดสิ้นวันทำการก่อน ประเมินกรอบเงินบาทระหว่างวัน 29.80-30.00 บาทต่อดอลลาร์

ในช่วงคืนที่ผ่านมาตลาดการเงินอยู่ในช่วงปรับฐาน ทั้งดัชนี S&P 500 ของสหรัฐ และดัชนี STOXX 600 ของยุโรปต่างปรับตัวลง 0.03% และ 0.23% ตามลำดับ โดยนักลงทุนขายทำกำไรหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีและกลุ่มวัฏจักร เนื่องจากมองว่าราคาสินค้าในสหรัฐไม่ได้ปรับตัวขึ้นร้อนแรงอย่างที่คาด หลังรายงานเงินเฟ้อพื้นฐาน (U.S. CPI Ex Food and Energy ) ไม่เปลี่ยนแปลง (+0.00%) จากเดือนธันวาคมที่ผ่านมา ขณะที่ฝั่งการเมือง สมาชิกวุฒิสภาของสหรัฐยังถกเถียงเรื่องการดำเนินคดีกับโดนัลด์ ทรัมป์ ไม่มีความคืบหน้าเรื่องนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจ

ด้านสินทรัพย์ปลอดภัย บอนด์ยีลด์สหรัฐอายุสิบปีปรับตัวลงต่อเนื่อง 2bps มาที่ระดับ 1.12% โดยดัชนีดอลลาร์ปรับตัวลงอีก 0.1% ถือเป็นการอ่อนค่าต่อเนื่องติดกันเป็นวันที่สี่ โดยมีเงินยูโร (EUR) ที่แข็งค่าขึ้น หลังจากทางการเยอรมันเตรียมเปิดทำการร้านค้าบางส่วน และสหภาพยุโรปอนุมัติการแจกจ่ายวัคซีนต้านโควิด -19 ไปยัง 27ประเทศทั่วโลก

ฝั่งเงินบาท มีแรงรับหนาแน่นที่ระดับ 29.90 บาทต่อดอลลาร์ จึงทำให้ระยะสั้นแทบไม่เปลี่ยนแปลง ส่วนเช้านี้สกุลเงินเอเชียอื่น ๆ อ่อนค่าลงบ้าง จากภาพตลาดที่พักฐาน เชื่อว่าน่าจะเป็นแรงกดดันกับเงินบาทเช่นกัน ส่วนในระยะถัดไปเชื่อว่านักลงทุนจะเปรียบเทียบการฟื้นตัวของเศรษฐกิจในเอเชียกับสหรัฐ ซึ่งถ้าเห็นการฟื้นตัวที่ไหนดีกว่าก็จะทำให้เงินทุนเริ่มเคลื่อนย้ายรอบใหม่ หนุนให้สกุลเงินในประเทศแข็งค่าตาม

นายพูน พานิชพิบูลย์  นักวิเคราะห์ประจำห้องค้าเงินธนาคารกรุงไทย เปิดเผยว่า มองกรอบเงินบาทวันนี้ คาดว่าจะอยู่ที่ระดับ 29.88-29.98 บาทต่อดอลลาร์ ในส่วนค่าเงินบาท เราประเมินว่า ตลาดยังคงรอปัจจัยใหม่ๆ เข้ามาทำให้ตลาดการเงินเคลื่อนไหวอย่างมีแนวโน้มที่ชัดเจน ทำให้เงินบาทอาจเคลื่อนไหวในกรอบตามเงินดอลลาร์

โดยในช่วงนี้ เงินบาทก็จะไม่แข็งค่าไปมาก หรือ อ่อนค่าไปมาก เพราะฝั่งผู้นำเข้า ก็รอจังหวะเข้าซื้อเงินดอลลาร์ หากเงินบาทแข็งค่าหลุด 30 บาทต่อดอลลาร์ โดยเฉพาะในช่วงใกล้ 29.90 บาทต่อดอลลาร์ ขณะที่ ฝั่งผู้ส่งออก ก็รอจังหวะทยอยขายเงินดอลลาร์ หากเงินบาทอ่อนค่าเหนือระดับ 30 บาทต่อดอลลาร์ อาทิ ช่วง 30.10 บาทต่อดอลาร์  ทำให้จะเหลือเพียงปัจจัย ฟันด์โฟลว์ในฝั่งตลาดทุน ที่อาจส่งผลกระทบต่อทิศทางของเงินบาทได้บ้าง ซึ่งในสัปดาห์หน้า ก็จะมีการประมูลบอนด์ 10ปี ที่อาจมีความต้องการจากนักลงทุนต่างชาติพอสมควรและหนุนให้เงินบาทอาจมีแนวโน้มแข็งค่าขึ้นเล็กน้อย แต่ยังคงอยู่ในกรอบใกล้ระดับ 30 บาทต่อดอลลาร์ +/- 15 สตางค์ จนกว่าจะมีปัจจัยที่ทำให้ทิศทางของเงินดอลลาร์หรือฟันด์โฟลว์ เปลี่ยนแปลงอย่างชัดเจน อาทิเช่น ตลาดปิดรับความเสี่ยง จนเกิดฟันด์โฟลว์ไหลออกสุทธิต่อเนื่อง พร้อมกับ เงินดอลลาร์ที่แข็งค่าขึ้นตามความต้องการหลุมหลบภัย (Safe Haven) เป็นต้น

ในวันนี้เรามองว่า ตลาดจะยังคงติดตามความคืบหน้าการพิจารณามาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจใหม่ของสหรัฐฯ ควบคู่ไปกับ การติดตามสถานการณ์การระบาดของ COVID-19 และการแจกจ่ายวัคซีนรอบโลก

ส่วนในฝั่งไทย ผู้เล่นส่วนใหญ่จะรอติดตาม การเข้าซื้อ/ขายวันแรกของ หุ้น PTT OR ซึ่งอาจดึงดูดความสนใจจากนักลงทุนต่างชาติได้บ้าง แต่อาจจะต้องระมัดระวังแรงขายทำกำไรที่อาจเกิดขึ้น หากราคาหุ้นปรับตัวขึ้นเหนือราคาจอง IPO ไปมาก

ขณะที่ตลาดการเงินโดยรวมยังคงไม่กล้าเปิดรับความเสี่ยง หลังจากที่รายงานข้อมูลเศรษฐกิจล่าสุดจากฝั่งสหรัฐฯอย่าง อัตราเงินเฟ้อทั่วไปและอัตราเงินเฟ้อพื้นฐานชะลอตัวลงมากกว่าคาด สู่ระดับ 1.4% ทำให้ตลาดกลับมากังวลปัญหาการฟื้นตัวของเศรษฐกิจอีกครั้งและเดินหน้าขายทำกำไรสินทรัพย์เสี่ยงหลังจากที่ราคาหุ้นได้ปรับตัวขึ้นแตะระดับสูงสุด

ความกังวลภาพการฟื้นตัวเศรษฐกิจดังกล่าวส่งผลให้ ดัชนีหุ้นขนาดเล็ก Russell 200 ของสหรัฐฯ ที่สะท้อนความหวังการฟื้นตัวเศรษฐกิจได้ดีนั้น ปรับตัวลดลงกว่า 0.7% ขณะที่ดัชนี S&P500 ยังคงทรงตัวในระดับเดิม ส่วนในฝั่งยุโรปดัชนี STOXX50 ปิดลบ 0.35% จากความกังวลปัญหาการฟื้นตัวเศรษฐกิจยุโรปที่ได้รับแรงกดดันจากการระบาดของCOVID-19 และการแจกจ่ายวัคซีนที่ยังไม่เร่งตัวขึ้นมากนัก

อย่างไรก็ดี การชะลอตัวลงมากกว่าคาดของอัตราเงินเฟ้อและความไม่แน่นอนของการฟื้นตัวเศรษฐกิจ กลับส่งผลดีต่อสินทรัพย์ปลอดภัย อย่าง พันธบัตรรัฐบาล โดยบอนด์ยีลด์10ปี สหรัฐฯ ปรับตัวลดลงราว 4bps สู่ระดับ 1.12%

ส่วนในฝั่งตลาดค่าเงิน เงินดอลลาร์โดยรวมทรงตัว เมื่อเทียบกับสกุลเงินอื่นๆ โดยดัชนีเงินดอลลาร์ (DXY) ยังคงแกว่งตัวในกรอบใกล้ระดับ 90.4 จุด