วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

สทนช. ระดมแผน ดัน อีอีซี รอดภัยแล้ง

สทนช. มั่นใจแล้งไม่กระทบอีอีซี หลังรัฐอัดฉีดงบกลางเร่งด่วน เสริมความมั่นคงน้ำอนาคต 20 พร้อมศึกษาการใช้น้ำในพื้นที่ เพื่อทำระบบผังน้ำ

เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (อีอีซี) เป็นพื้นที่สำคัญที่จะมีการใช้น้ำเพิ่มขึ้นทั้งภาคการผลิต ภาคเกษตร ภาคบริการ และประชาชน ซึ่งภายใน 20 ปี จะมีประชากรเพิ่มขึ้นจากปัจจุบัน 4 ล้านคน เป็น 6 ล้านคน และจะทำให้วามต้องการใช้น้ำเพิ่มขึ้น ในขณะที่ในอดีตเคยมีปัญหาแล้งจนเกิดภาวะวิกฤติจึงมีการเตรียมแผนรับมือเพิ่มน้ำต้นทุน

 

สมเกียรติ ประจำวงษ์ เลขาธิการสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) เปิดว่า สทนช.ได้ลงพื้นที่ติดตามความก้าวหน้าการเพิ่มประสิทธิภาพอ่างเก็บน้ำคลองหลวงรัชชโลทร อันเนื่องมาจากพระราชดำริ จ.ชลบุรี เพื่อรับมือภัยแล้งปี 2564 ในอีอีซีพร้อมติดตามความก้าวหน้าการจัดทำผังน้ำลุ่มน้ำบางปะกง

 

ทั้งนี้ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี มอบหมายให้ สทนช.เร่งรัดติดตามแผนงานโครงการระยะสั้น ระยะกลางและระยะยาว รวมถึงการบูรณการความร่วมมือกับภาครัฐด้านมาตรการประหยัดน้ำในทุกภาคส่วนทั้งภาคเกษตร พื้นที่นิคมอุตสาหกรรม และติดตามแนวโน้มความต้องการใช้น้ำในอย่างต่อเนื่อง

  161251252254

สำหรับสถานการณ์น้ำในช่วงฤดูแล้งปี 2564 ของภาคตะวันออก พบว่ามีปริมาณน้ำรวม 1,928 ล้านลูกบาศก์เมตร (ลบ.ม.) คิดเป็น 62% ของปริมาณน้ำทั้งหมดในภาคตะวันออก หรือคิดเป็นน้ำใช้การได้ 1,777 ล้าน ลบ.ม. ซึ่งสถานการณ์น้ำในอ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่เมื่อเทียบกับปี 2563 มีปริมาณน้ำมากกว่า 303 ล้าน ลบ.ม.ทำให้ปีนี้ไม่น่ากังวล

ปริมาณน้ำที่เพิ่มขึ้นมาจากมาตรการบริหารจัดการน้ำของกองอำนวยการน้ำแห่งชาติ (กอนช.) ที่ผ่านมาทั้งในฤดูแล้งและฤดูฝน ซึ่งทุกหน่วยงานร่วมดำเนินการทำให้ปริมาณน้ำต้นทุนมากขึ้นต่อเนื่อง รวมทั้งมีโครงการที่รัฐบาลอนุมัติงบกลางในเชิงป้องกันและแก้ไขปัญหาภัยแล้ง รวมถึงเพิ่มประสิทธิภาพแหล่งน้ำเพื่อเพิ่มปริมาณน้ำเก็บกักน้ำในช่วงฤดูฝนปี 2563 รวม 1,451 แห่ง ดำเนินการโดย 10 หน่วยงาน มีความก้าวหน้า 90% คาดว่าแล้วเสร็จทั้งหมดภายในเดือน มี.ค.2564 ประกอบด้วย

 

การขุดบ่อบาดาล การขุดลอกเพิ่มประสิทธิภาพการเก็บกักน้ำในแหล่งน้ำเดิม ซ่อมแซมระบบประปา ที่ช่วยเติมเต็มให้กับชุมชนที่เข้าถึงแหล่งน้ำได้ครอบคลุมมากขึ้น ประกอบกับการเร่งดำเนินการปรับปรุงประสิทธิภาพโครงการชลประทานขนาดใหญ่ที่มีอยู่เดิม เช่น โครงการอ่างเก็บน้ำคลองหลวงรัชชโลทรฯ แหล่งน้ำต้นทุนสำคัญในระบบโครงข่ายน้ำที่รัชกาลที่ 9 พระราชทานแนวพระราชดำริจัดสร้างเพื่อช่วยเหลือประชาชน

  161251276688

อ่างเก็บน้ำแห่งนี้เป็นหนึ่งในโครงการที่ได้รับจัดสรรงบกลางเร่งด่วนตามมติคณะรัฐมนตรี  (ครม.) วันที่ 17 มี.ค.2563 เพื่อขุดลอกคลองหลวง และติดตั้งเครื่องสูบน้ำเพื่อผันน้ำจากอ่างเก็บน้ำคลองหลวงฯ ไปเพิ่มปริมาณน้ำต้นทุนในอ่างเก็บน้ำบางพระ จ.ชลบุรี ในการสนับสนุนการอุปโภค–บริโภคให้ประชาชนในพื้นที่บรรเทาความเดือดร้อนจากวิกฤติภัยแล้งในปีที่ผ่านมา ซึ่งมีแผนสนับสนุนน้ำอย่างต่อเนื่องในปีนี้ด้วย

 

ขณะเดียวกัน อ่างเก็บน้ำคลองหลวงฯ อยู่ระหว่างเพิ่มระดับเก็บกักทำให้การใช้น้ำมีความมั่นคงเพิ่มขึ้น โดยติดตั้งฝายพับได้สูง 1 เมตร ตลอดความยาวสันฝายของอาคารระบายน้ำล้น ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพเก็บน้ำเพิ่มขึ้น 27 ล้าน ลบ.ม. รวมเก็บน้ำได้ 125 ล้าน ลบ.ม. ทั้งยังเพิ่มพื้นที่ชลประทานเป็น 70,000 ไร่ คาดว่าจะเสร็จก่อนเข้าสู่ฤดูฝนปีนี้

 

ทั้งนี้ รัฐบาลมอบให้ สทนช.วางแผนเชิงป้องกันด้วยการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านน้ำแล้วเพื่อสร้างความมั่นคงน้ำในอีอีซีระยะยาว โดยมีแผนขับเคลื่อนตั้งแต่ปี 2563-2580 รวม 38 โครงการ ซึ่งเน้นการบริหารจัดการน้ำต้นทุนในพื้นที่แหล่งน้ำนอกลุ่มน้ำ แหล่งน้ำผิวดิน น้ำบาดาล รวมถึงพัฒนาน้ำจืดจากน้ำทะเล โดยคำนึงถึงความแปรปรวนของสภาพภูมิอากาศด้วย

 

ขณะนี้ดำเนินการแล้วเสร็จ 4 โครงการ ได้ปริมาณน้ำเพิ่มขึ้น 46.47 ล้าน ลบ.ม. ปัจจุบันอยู่ระหว่างดำเนินการ 13 โครงการ จะแล้วเสร็จในปี 2567 คิดเป็นปริมาณน้ำที่เพิ่มขึ้นอีก 216.32 ล้าน ลบ.ม. สำหรับโครงการที่เหลือเป็นแผนการดำเนินการในระยะต่อไป

 

นอกจากนี้ สทนช.ในฐานะตัวแทนประเทศไทยมีความร่วมมือกับองค์การเพื่อความร่วมมือและการพัฒนาทางเศรษฐกิจ (OECD) สภาน้ำแห่งเอเชีย (AWC) และกระทรวงสิ่งแวดล้อมแห่งสาธารณรัฐเกาหลี ในการศึกษาเชิงนโยบายเกี่ยวกับการบริหารจัดการน้ำของไทย

 

สทนช.กำลังศึกษาโดยเน้นการบริหารความต้องการใช้น้ำในอีอีซี เพื่อจัดระบบเส้นทางน้ำหรือผังน้ำตามภารกิจใน พ.ร.บ.ทรัพยากรน้ำ พ.ศ.2561 และ สทนช.ให้ความสำคัญกับการคัดเลือกลุ่มน้ำบางปะกงมาศึกษาลำดับแรก เพราะเชื่อมโยงกับอีอีซี ซึ่งต้องจัดสรรน้ำให้เหมาะกับทุกกลุ่มผู้ใช้น้ำ และเป็นพื้นที่เป้าหมายที่ต้องควบคุมภาพน้ำเพื่อประหยัดน้ำต้นทุนที่ใช้ผลักดันน้ำเค็ม ปัจจุบันได้สำรวจภาพตัดลำน้ำและวิเคราะห์ด้วยแบบจำลองทางคณิตศาสตร์เพื่อหาพื้นที่เสี่ยง ควบคู่การลงพื้นที่รับฟังความคิดเห็นและคาดจะเสร็จภายในเดือน ก.ย.นี้

 

“ผังน้ำจะเป็นเครื่องมือสำคัญในการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ โดยในฤดูฝนใช้ประเมินศักยภาพลำน้ำ การเชื่อมโยงโครงข่ายน้ำและทิศทางการไหลของน้ำ เพื่อการระบายน้ำไม่กระทบประชาชน ส่วนในฤดูแล้งใช้ประเมินปริมาณน้ำที่จะเก็บกักไว้แหล่งน้ำต่างๆ ให้บริหารจัดการมีประสิทธิภาพ โดยคณะกรรมการลุ่มน้ำและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องนำข้อมูลการมาใช้ได้ รวมถึงนำข้อมูลไปใช้ประกอบการวางแผนพัฒนาโครงการแหล่งน้ำที่จะเกิดขึ้นในอนาคตด้วย”