วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

STGT - ถือ

อยู่ในโหมดเฝ้าระวัง

คาดกำไร 4Q20F จะเติบโต 46 เท่า yoy สู่ระดับ 7.4 พันลบ. ได้รับแรงหนุนจากราคาขายเฉลี่ยที่เพิ่มขึ้น เราคงมุมมองระมัดระวังเกี่ยวกับราคาขายในช่วงที่เหลือของปีนี้ ข่าวเกี่ยวกับจำนวนการให้โดสวัคซีน COVID-19 ที่เพิ่มขึ้นอาจทำให้ความต้องการถุงมือยางลดลงอย่างรวดเร็ว ปรับคำแนะนำลงสู่ ถือ พร้อมให้ราคาเป้าหมายใหมที่ 43.25บาทต่อหุ้น จาก 41.20 บาท เทียบเท่า 8.0x FY21F EPS

 

คาดกำไร 4Q20F เติบโต 46 เท่า yoy เป็น 7.4 พันลบ.

เราคาด STGT จะรายงานกำไร 4Q20F ที่ 7.4 พันลบ. เพิ่มขึ้น 46 เท่า yoy ได้รับแรงหนุนจากการเพิ่มขึ้นของราคาขายเฉลี่ย (ASP) 167% yoy และ 46% qoq สู่ระดับ 1,700 บาทต่อพันชิ้น ขณะที่ต้นทุนวัตถุดิบเพิ่มขึ้นใน 4Q ในสัดส่วนที่น้อยกว่า ซึ่งได้แก่ (1) น้ำยางธรรมชาติ 41.83 บาท/กก., เพิ่มขึ้น 30% yoy และ 17%qoq, (2) butadiene USD1,135 /ตัน, เพิ่มขึ้น 21% yoy และ 86%qoq, และ(3) acrylonitrile USD1,202 /ตัน, ลดลง 17% yoy แต่เพิ่มขึ้น 36%qoq ทำให้เราคาดว่ากำไรขั้นต้น 4Q20F จะเพิ่มขึ้นสู่ 71% เทียบกับ 60% ใน 3Q

 

มีความเสี่ยงสำหรับการตั้งราคาขาย

บริษัทมีคำสั่งซื้อถุงมียางธรรมชาติจนกระทั่งถึง 1Q22 และถุงมือยางสังเคราะห์ (NBR) ถึงกลางปี 2022 อย่างไรก็ตามคำสั่งซื้อดังกล่าวเป็นการกำหนดปริมาณขายเท่านั้น แต่ยังไม่ได้กำหนดราคาขายในช่วง เม.ย. ถึง ธ.ค. 2021 รวมถึงช่วงเวลาหลังจากนั้น

 

ปรับคาดการณ์กำไรปี FY20F และ FY21F 32% และ 162%

เราปรับเพิ่มกำไรปี FY20F และ FY21F 32% และ 162% สู่ 1.33 หมื่นลบ. และ 1.55 หมื่นลบ. หลังปรับราคาขายเฉลี่ยขึ้นสู่ 990 บาท ต่อพันชิ้นและ 1,100 บาทต่อพันชิ้นจาก 925 บาท และ 825 บาท ทำให้สมมติฐานกำไรขั้นต้นปี FY20F และ FY21F จะเพิ่มขึ้นสู่ 54% และ 55% จากเดิม 45% และ 30% ตามลำดับ

 

ปรับคำแนะนำลงสู่ ถือ พร้อมเป้าหมายใหม่ 43.25 บาทต่อหุ้น (จาก 41.20บาท)

ตลาดคาดข่าวดีเกี่ยวกับจำนวนการให้โดสวัคซีน COVID-19 ที่มากขึ้น ซึ่งอาจทำให้ความต้องการถุงมือยางลดลงได้ ทำให้เราคงมุมมองระมัดระวัง ราคาเป้าหมายใหม่ของเราเทียบเท่า 8.0x FY21F EPS