วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

ราคาน้ำมันดิบหนุน

ตลาดหุ้นวานนี้ปิดปรับตัวขึ้นกว่า 11.07 จุด รีบาวด์ตามทิศทางตลาดหุ้นภูมิภาคหลังจากปรับร่วงแรงในวันทำการก่อนหน้า

ขณะที่ตลาดหุ้นภายในประเทศถูกหนุนนำโดยกลุ่ม ENERG และ BANK ส่งผลให้ดัชนี SET Index ปิดตลาดที่ 1,478.05 จุด +11.07 จุด +0.75% มูลค่าการซื้อขาย 77,818.34 ลบ. ต่างชาติ -2,854.54 ลบ. TFEX +4,111 สัญญา ตราสารหนี้ +345 ลบ.

ปัจจัยบวก

+ดัชนีดาวโจนส์ปิด +229.29 จุด + 0.76% ได้แรงหนุนจากราคาหุ้น Amazon.com พุ่งขึ้นก่อนเปิดเผยผลประกอบการในวันนี้ รวมทั้งหุ้นกลุ่มเหมืองแร่ที่ดีดตัวขึ้นหลังจากราคาโลหะเงินพุ่งขึ้นแตะระดับสูงสุดในรอบ 8 ปีเนื่องจากนลท.รายย่อยหันมาดันราคาโลหะเงินขึ้นด้วยกลยุทธ์เดียวกับหุ้น GameStop
+Robinhood จำกัดการซื้อขายหุ้น GameStopในวันนี้ เพื่อสกัดความผันผวนในตลาด
+ราคาน้ำมันดิบ WTI +1.35 ดอลลาร์ +2.6% ปิดที่ $53.55 ต่อบาร์เรลจากคาดการณ์ว่าพายุหิมะทางฝั่งตะวันออกเฉียงเหนือของสหรัฐจะทำให้ความต้องการใช้พลังงานปรับตัวเพิ่มขึ้น และการปรับลดกำลังการผลิตน้ำมันของซาอุดีอาระเบีย
+สหรัฐเปิดเผยตัวเลขศก.ที่ดี อาทิ ดัชนี PMI ภาคการผลิตพุ่งเป็นประวัติการณ์ในเดือนม.ค. ดัชนีภาคการผลิตขยายตัวแม้ต่ำกว่าคาดในเดือนม.ค. การใช้จ่ายด้านการก่อสร้างสูงเป็นประวัติการณ์ในเดือนธ.ค.
+อิสราเอลพบว่ามีผู้ติดเชื้อโควิด-19ลดลงอย่างมาก หลังเริ่มฉีดวัคซีน
+ภาพรวมขอรับส่งเสริมการลงทุนใน EEC ปี 63 มีทั้งสิ้น 453 โครงการ มูลค่าลงทุน 208,000 ล้านบาท คิดเป็น 43% ของมูลค่าการขอรับส่งเสริมการลงทุนทั้งประเทศ

ปัจจัยลบ

-การแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19ภายในประเทศ
-ความเสี่ยงทางการเมืองในประเทศเมียนมาอาจส่งกระทบการดำเนินงานของบริษัทที่มีโครงการ
-ธปท.เปิดเผยว่าธนาคารพาณิชย์และแบงก์รัฐยังกังวลต่อการให้สินเชื่อภาคธุรกิจในช่วง 1Q64 ต่อเนื่องมาจากไตรมาสก่อนหน้า เนื่องจากภาคธุรกิจหลายแห่งมีความเสี่ยงสูงจากความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจทำให้ธนาคารเข้มงวดในการปล่อยสินเชื่อ
+/-เงินบาทเปิด 29.98 บาทต่อดอลลาร์ ไม่เปลี่ยนแปลงจากช่วงปิดสิ้นวันทำการก่อน
+ดัชนีเซี่ยงไฮ้คอมโพสิตปิดเพิ่มขึ้น 22.21 จุด +0.64%
+ดัชนีนิกเกอิปิดเพิ่มขึ้น 427.66 จุด +1.55% เช้าเปิด +116.43 จุด ตามทิศทางดาวโจนส์ฟื้นตัว

แนวโน้มตลาดวันนี้

คาดดัชนีตลาดหุ้นไทยมีโอกาส Rebound ต่อจากวันก่อน โดยมีแรงหนุนจากราคาน้ำมันดิบ WTI ที่ปรับตัวขึ้นแรง ขณะที่นักลงทุนจับตาความคืบหน้าในการออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของสหรัฐ ซึ่งล่าสุด วุฒิสมาชิกพรรครีพับลิกันได้เรียกร้องให้ปรับลดวงเงิน คาดดัชนีเคลื่อนไหวในกรอบ 1,465-1,490 จุด

กลยุทธ์การลงทุน

• หุ้นที่ได้ผลดีจากนโยบายไบเดน : BGRIM GPSC EA RATCH BCPG
• หุ้นที่ได้ประโยชน์จากโครงการเราชนะ : TNP KK CPALL BJC MAKRO
• คาดผลประกอบการกลุ่มโรงกลั่นและกลุ่มโรงไฟฟ้าจะปรับตัวดีขึ้น : PTTGC SPRC TOP BGRIM BCP IRPC

หุ้นรายงานพิเศษ 

Preview กลุ่มพลังงาน

          (ดูรายละเอียดเพิ่มเติมจากไฟล์แนบ) 

คาดผลประกอบการกลุ่มโรงกลั่นและกลุ่มโรงไฟฟ้าจะปรับตัวดีขึ้นแต่ราคาหุ้นปรับตัวขึ้นมาตั้งแต่ต้นเดือน พ.ย. 63 ตอบรับข่าวผลประกอบการใน 4Q63 ไปแล้ว จึงแนะนำเพียงเก็งกำไร และให้ระวังแรงขาย sell on fact หลังประกาศงบ โดยหุ้นที่ผลประกอบการเติบโตสูงได้แก่ PTTGC

หุ้นมีข่าว

(+) ACE (Bloomberg Consensus 4.80 บาท) ซีอีโอ ACE ลั่นไตรมาส 1/64 แจ่ม! บุ๊ก 4 โรงไฟฟ้า 32.9 MW เต็มไตรมาสเป็นครั้งแรก หลังโรงไฟฟ้าขยะชุมชนเทศบาลเมืองกระบี่ 6 MW ได้ COD ไปแล้ว 28 ธ.ค. 63 คาดสร้างรายได้ปีละ 220 ล้านบาท พร้อมร่วมประมูลโรงไฟฟ้าขยะทุกพื้นที่ทั่วประเทศ (ที่มา ข่าวหุ้น)

(+) PTTEP (ราคาเหมาะสม Bloomberg Consensus 115.00 บาท) ประกาศความสำเร็จ ทุ่มเม็ดเงิน 7.2 หมื่นล้านบาท เข้าร่วมทุนในแหล่งก๊าซธรรมชาติฯ ขนาดใหญ่ 20% ในโอมาน ระบุเพิ่มปริมาณการขายปิโตรเลียมได้ทันทีและสร้างการเติบโตในระยะยาว ต่อยอดโอกาสการลงทุนในตะวันออกกลาง (ที่มา ข่าวหุ้น)

(+) TTCL (Bloomberg Consensus - บาท) ออกโรงชี้แจงกรณีการเปลี่ยนแปลงทางการเมืองในเมียนมา เชื่อว่าจะไม่ส่งผลกระทบต่อโครงการ Ahlone LNG to Power Project หรือ Ahlone เฟส 2 ที่เพิ่งได้เซ็นสัญญาซื้อขายไฟฟ้า (PPA) ไปแล้ว พร้อมย้ำไม่ว่าจะมีรัฐบาลชุดไหนโครงการก็เดินหน้าต่อ เนื่องจากเป็นโครงสร้างพื้นฐานที่จาเป็นต่อประชาชน (ที่มา ทันหุ้น)

(+) RS (Bloomberg Consensus 25.60 บาท) พร้อมร่วมวงผลิตกัญชง ดีลพาร์ตเนอร์แหล่งเพาะปลูก-โรงสกัด ลั่นเตรียมแพลตฟอร์มรองรับแล้ว หวังแปรรูปสร้างมูลค่าเป็นผลิตภัณฑ์สุขภาพ คาดสามารถนาออกวางจำหน่ายภายในไตรมาส 4/2564 มั่นใจได้รับการตอบรับจากลูกค้าแน่นอน (ที่มา ทันหุ้น)

ปัจจัยจับตา

ในประเทศ

จับตาผลประกอบการบจ.ส่งงบการเงินปี 63

2 ก.พ. ประชุมครม.

3 ก.พ. ประชุมกนง.นัดแรกของปี 64

16-18 ก.พ. อภิปรายไม่ไว้วางใจ

20 ก.พ. ลงมติอภิปรายไม่ไว้วางใจ

1 มี.ค. กำหนดวันสุดท้ายบจ.ส่งงบปี 63 กรณีไม่ส่ง Q4

ต่างประเทศ

2 ก.พ. อียูเปิดเผย GDP 4Q63

3 ก.พ. จีน เปิดเผยดัชนี PMI ภาคบริการ ม.ค.
          อียู เปิดเผยดัชนี PMI ภาคบริการขั้นสุดท้าย
          สหรัฐ เปิดเผยตัวเลขจ้างงานภาคเอกชน ดัชนี PMI ภาคบริการขั้นสุดท้าย ดัชนีภาคบริการ และสต็อกน้ำมันรายสัปดาห์

4 ก.พ. อียู เปิดเผยยอดค้าปลีกเดือนธ.ค.
         ธนาคารกลางอังกฤษ (BoE) ประชุมน.การเงิน
         สหรัฐ เปิดเผยจำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์ และยอดสั่งซื้อภาคโรงงานเดือนธ.ค.