“โออาร์” เตรียมปิดรายย่อยจองหุ้นเที่ยงวันนี้ “วงการตลาดทุน” แย้ม ยอดจองซื้อเกิน 1 ล้านคน เหตุ ธุรกิจเป็นที่รู้จัก แนวโน้มเติบโตดี ขณะที่วิธีจัดสรรหุ้นกระจายได้อย่างทั่วถึง คาดสรุปราคาขายไอพีโอ ที่ 18 บาท ต่อหุ้น มั่นใจเทรดวันแรก 11 ก.พ. เหนือจอง
จากกระแสความสนใจจองซื้อหุ้นบริษัท ปตท. น้ำมันและการค้าปลีก จำกัด (มหาชน)หรือOR ยังแรงต่อเนื่องตั้งแต่เปิดให้รายย่อยจองซื้อหุ้นเมื่อวันที่ 24 ม.ค. และเตรียมที่จะปิดให้รายย่อยจองซื้อในตอนเที่ยงวันนี้ (2 ก.พ.)
แหล่งข่าววงการตลาดทุน เปิดเผยว่า ประชาชนและนักลงทุนให้ความสนใจจองซื้อหุ้น OR จำนวนมาก ซึ่งล่าสุดยอดจองซื้อทะลุ 1 ล้านรายแล้ว ซึ่งถือเป็นหุ้นที่มีจำนวนนักลงทุนรายย่อยจองซื้อมากสุดอีกตัวหนึ่ง ซึ่งผู้จองซื้อจะได้หุ้นเฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ 1,000 ล้านหุ้นต่อคน เพราะ จำนวนหุ้นที่จัดสรรให้กับนักลงทุนรายย่อยอยู่ที่ประมาณ 1,000 ล้านหุ้น ประกอบด้วยหุ้นที่จัดสรรให้ 595.7 ล้านหุ้น หุ้นกรีนชู 390 ล้านหุ้น และหุ้นจาก4 กองทุน ที่มีการยกเลิกและลดการซื้อหุ้น อีกจำนวน 51 ล้านหุ้น
สำหรับสาเหตุที่ทำให้ประชาชนและนักลงทุนให้ความจองซื้อหุ้นORจำนวนมาก เนื่องจากธุรกิจเป็นที่รู้จักทั้งสถานีบริการน้ำมัน(ปั๊มปตท.)และร้านกาแฟ คือ อเมซอน ที่มีสาขาจำนวนมาก และมีแผนที่จะขยายสาขาเพิ่มในไทยและต่างประเทศในแถบอาเซียน ส่งผลให้รายได้มีการเติบโตที่ จึงอยากที่จะเป็นเจ้าของหุ้น
ประกอบกับการกระจายหุ้นให้นักลงทุนทุกคนที่จองซื้อ โดยจะจัดสรรหุ้นโดยวิธี วิธี Small Lot First หรือ ผู้จองซื้อที่จองซื้อจำนวนน้อยจะได้รับการจัดสรรก่อน โดยจะจัดสรรหุ้นสามัญเพิ่มทุนให้แก่ผู้จองซื้อรายย่อยแต่ละรายในรอบแรกเป็นจำนวน 300 หุ้น และจะจัดสรรหุ้นสามัญเพิ่มทุนให้แก่ผู้จองซื้อรายย่อยแต่รายในรอบถัดไป จำนวนรอบละ 100 หุ้นจนกว่าหุ้นจะหมด ทำให้กระจายหุ้นให้กับนักลงทุนได้จำนวนมาก
รวมถึงผู้ที่ไม่มีบัญชีซื้อขาย(เทรด)หุ้นยังสามารถจองซื้อหุ้นได้ ซึ่งส่วนตัวมองว่าเมื่อไม่มีบัญชีเทรดหุ้นจะมีความยุ่งยาก ทำให้อนาคตก็จะต้องมีการเปิดบัญชีเทรดหุ้น ซึ่งจะส่ง
ผลดีต่อตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.)ทำให้มีฐานนักลงทุนเพิ่มขึ้น และส่งผลดีต่อบริษัทหลักทรัพย์ (โบรกเกอร์)ทำให้มีลูกค้าเพิ่มขึ้น
ทั้งนี้จากที่ประชาชนและนักลงทุนให้ความสนใจจองซื้อหุ้นจำนวนมาก นั้น ทำให้คาดว่าราคาหุ้นไอพีโอ ของ OR จะอยู่ที่ 18 บาท จากราคาจองที่ 16-18 บาท และเชื่อว่าวันแรกที่หุ้นORเข้าซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์ฯ วันที่ 11 ก.พ.2564 จะสามารถสูงกว่าราคาไอพีโอ ได้ เนื่องจาก ราคาหุ้นที่ 18 บาท ถือเป็นราคาเหมาะสมและเป็นราคาที่ไม่สูง แต่จะสามารถปรับตัวขึ้นเหนือราคาจองเท่าไหร่นั้น อาจจะตอบยาก เพราะ มีหลายปัจจัยที่มีผลต่อราคาหุ้น แต่ในด้านผลการดำเนินงานปีนี้ คาดว่าจะยังคงเติบโต จากการขยายสาขา และยอดขายยังดีอยู่ ขณะที่ธุรกิจปั๊มน้ำมันจะมีกำไรจากสต็อกน้ำมัน จากราคาน้ำมันปีนี้ปรับตัวเพิ่มขึ้นจากปีก่อน
อย่างไรก็ตามหุ้น OR ถือเป็นหุ้นที่น่าลงทุนระยะยาวจากแผนการขยายธุรกิจ ซึ่งธุรกิจที่จะเติบโตดีคือ ธุรกิจค้าปลีก ซึ่งในส่วนของธุรกิจปั๊มน้ำมัน แม้จะมีความเสี่ยงจากการเปลี่ยนรถยนต์ที่ใช้เชื้อเพลิงน้ำมันไปเป็นรถไฟฟ้า ซึ่งการชาร์จไฟฟ้าจะใช้เวลาพอสมควร จึงทำให้ยอดขายธุรกิจค้าปลีกในปั๊มน้ำมัน ทั้ง ร้านกาแฟ ร้านอาหาร ฯลฯเติบโต
สำหรับเงินที่ได้จากการระดมทุนในครั้งนี้จำนวน 54,000 ล้านบาท จำนวน 3,000 ล้านหุ้น (รวมกรีนชู ราคาหุ้นไอพีโอที่ 18 บาท ) เมื่อหักค่าใช้จ่ายในการเสนอขายหุ้นเพิ่มทุน จำนวน 791.46 ล้านบาท (ไม่รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม) จะทำให้บริษัทได้รับเงินจากการขายหุ้นไอพีโอครั้งนี้จำนวน 53,208.53 ล้านบาท เพื่อนำไปขยายธุรกิจในช่วงปี 2564-2568 ดังนี้ คือ 1. การขยายเครือข่ายสถานีบริการน้ำมัน 13,300 ล้านบาท , การขยายธุรกิจสำหรับการตลาดพาณิชย์ 3,800 ล้านบาท ,ลงทุนในคลังเก็บผลิตภัณฑ์และศูนย์กระจายสินค้าธุรกิจน้ำมัน 8,500 ล้านบาท ,ขยายเครือข่ายร้านค้าปลีก 9,800 ล้านบาท ,ลงทุนในธุรกิจต่างประเทศ 5,000 – 9,500 ล้านบาท และใช้เป็น เงินทุนหมุนเวียนในการดำเนินธุรกิจ และหรือชำระคืนเงินกู้ยืม(ถ้ามี) เพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อกิจการของบริษัทฯ และบริษัทย่อย 679 – 8,309 ล้านบาท









