แนะนำ Trading Buy (โดยมีจุดขายตัดขาดทุน 3%)
คาดการณ์ตลาดหุ้นไทยวันนี้
คาดดัชนีฯ อ่อนตัว แนวต้าน 1515 / 1522 จุด แนวรับ 1490 / 1480 จุด แนะนำ เก็งกำไร OSP SYNEX PRM ทางเทคนิคจะกลับมาเกิดสัญญาณขายเพิ่ม หากดัชนีฯ หลุดแนวรับ 1490 จุด ปัจจัยลบ คือ การอ่อนตัวของตลาดหุ้นโลกเช้านี้ ตามการร่วงลงแรงสุดรอบ 3 เดือนของตลาดหุ้นสหรัฐฯ จากแรงขายของ Hedge Fund และผิดหวังผลประชุมเฟดวานนี้ไม่ได้ออกมาตรการกระตุ้นเพิ่มเติม แม้ส่งสัญญาณลบต่อเศรษฐกิจ ส่วนปัจจัยที่ต้องติดตาม คือ รายงาน 4Q20E GDP Growth ของสหรัฐฯ และรายงานผลกำไรบจ. สหรัฐฯ รวมถึงบจ. ไทย
ประเด็นที่มีผลต่อตลาดวันนี้
1) การวิตกต่อ Hedge Fund ขายหุ้น เพื่อชดเชยขาดทุน จากการทำ Short Position เป็นโมเมนตัมลบต่อแรงขายหุ้นสหรัฐฯ วานนี้
2) ลุ้น 4Q20E GDP ของสหรัฐฯ โดยจะเป็นลบต่อตลาด หากออกมาต่ำกว่าคาดการณ์ของตลาด (+กลุ่ม Cyclical Plays)
3) ลุ้นรายงานผลกำไรบจ. สหรัฐฯ Visa, McDonald, Comcast (+ตลาดหุ้นสหรัฐฯ หากออกมาดีกว่าคาด)
4) ตลาดผิดหวังเฟดไม่ได้มีการออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจเพิ่มเติม แม้กังวลต่อเศรษฐกิจเริ่มชะลอตัวในช่วงหลายเดือนที่ผ่านมา (-ตลาดหุ้นโลก กลุ่มการเงิน)
5) เยอรมนีปรับลดเป้าหมายเติบโตเศรษฐกิจปีนี้เป็น 3% จากเดิม 4.4% และคาดอีซีบีอาจลดดอกเบี้ยเพิ่มเติม เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจยุโรป (-หุ้นยุโรป กลุ่มการเงิน)
ตัวเลขเศรษฐกิจวันนี้ USA-4Q20E GDP Growth คาด 4% QoQ (Vs 3Q20 +33.4% QoQ), ดุลการค้าเดือน ธ.ค. คาด -USD86bn (Vs เดือน พ.ย. -USD84.82bn), ยอดขายบ้านใหม่เดือน ธ.ค. คาด +1.9% MoM (Vs เดือน พ.ย. -11% MoM) / EU-Consumer Confidence เดือน ม.ค. คาด -15.5 (Vs เดือน ธ.ค. -13.9), Economic Sentiment เดือน ม.ค. คาด 89.5 (Vs เดือน ธ.ค. 90.4) / Japan-ยอดค้าปลีกเดือน ธ.ค. คาด +0.5% MoM (Vs เดือน พ.ย. -2% MoM) / Earnings-McDonald, DOW, Visa, Comcast
Global Market Summary: วันทำการที่ผ่านมา
- ตลาดหุ้นไทยกลับมาปิดลบ: ตลาดหุ้นไทยขึ้นไปทำจุดสูงสุดในภาคเช้าที่ 1515.32 จุด +2.49 จุด ก่อนที่ปรับลดลงแรงในภาคบ่ายมาปิดที่ระดับใกล้ต่ำสุดของวันที่ 1498.13 จุด -14.70 จุด -0.97% วอลุ่ม 7.88 หมื่นล้านบาท นำลงโดยกลุ่มชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ -7.88% ปิโตรเคมีและเคมีภัณฑ์ -2.21% ธนาคาร -1.14% หุ้นบวก >4% RBF UTP BPP AAV DOD TFG ZIGA CHOW TWPC APP PJW หุ้นร่วง >4% DELTA TTA INET COMAN
- ตลาดหุ้นโลกร่วงแรง: ตลาดหุ้นสหรัฐฯ ดิ่งแรงสุดรอบ 3 เดือน DJ -2.05% (-633.87 จุด) S&P500 -2.57% Nasdaq -2.61% นำลงโดยกลุ่มเทคโนโลยี -3.8% (Netflix -6.88% Alphabet -4.67% Facebook -3.5%) กลุ่มธนาคาร (Bofa -3.59% GS -2.99%) หลังจากเฟดไม่ได้ประกาศมาตรการใหม่เพิ่มเติม เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจและ โบอิ้งรายงานขาดทุนสูงกว่าคาด ส่วนตลาดหุ้นยุโรปพลิกกลับมาเป็นลบ DAX -1.81% FTSE -1.3% CAC40 -1.16% หลังเยอรมนีปรับลดคาดการณ์เติบโตเศรษฐกิจปีนี้ลงเป็น 3% จากเดิม 4.4% (IMF คาด 3.5%) และการร่วงลงของหุ้นกลุ่มธนาคาร จากข่าวลือว่า ECB จะปรับลดดอกเบี้ยลงรอบใหม่
+/- ตลาดน้ำมันปิดคละ ส่วนทองร่วงต่อ: ตลาดน้ำมันดิบโลกยังคงปิดคละเป็นวันที่สอง WTI +24 เซนต์ ปิดที่ USD52.85/บาร์เรล Brent -10 เซนต์ ปิดที่ USD55.81/บาร์เรล หลังจาก EIA รายงานสต็อกน้ำมันดิบสหรัฐฯ สัปดาห์ก่อน ลดลงถึง 9.9 ล้านบาร์เรลต่อวัน (Vs คาดลดลง 1.7 ล้านบาร์เรลต่อวัน) ส่วนตลาดทองคำร่วงต่ออีกเป็นวันที่สาม -USD5.9 ปิดที่ USD1,848.90/ออนซ์ จากการแข็งค่าของ USD
ประเด็นสำคัญ
- USA: ตลาดหุ้นสหรัฐฯ ร่วงแรง เพราะถูกกระแสตีกลับของหุ้นที่เคยถูก Short Position สูง จาก Hedge Fund เช่น GameStop ทาให้ตลาดวิตกต่อแรงขายหุ้น เพื่อถือเงินสด เพื่อชดเชยการขาดทุนดังกล่าว
- FOMC Meeting: มีมติไม่เปลี่ยนแปลงนโยบายการเงิน โดยคงอัตราดอกเบี้ยนโยบาย 0-0.25% และ QE ที่ระดับเดิม USD120bn/เดือน จนกว่าอัตราเงินเฟ้อจะถึงเป้าหมายเฉลี่ย 2% และมีอัตราการจ้างงานเต็มที่ (ตลาดผิดหวังต่อผลประชุมเฟดที่ไม่ได้ออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจอย่างใดเพิ่มเติม แม้ส่งสัญญาณเชิงลบต่อเศรษฐกิจ)
+ China: Industrial Profits เดือน ธ.ค. (YTD) สูงขึ้นและดีกว่าคาด โดยเพิ่มขึ้น +4.1% YoY เป็น 6.45 ล้านล้านหยวน ส่วนเฉพาะเดือน ธ.ค. ขึ้นต่อเนื่องเป็นเดือนที่แปด เติบโต +20.1% YoY เป็น 7.07 แสนล้านหยวน (Vs เดือน พ.ย. +15.5% YoY)
- ไทย: ผลผลิตภาคอุตสาหกรรมเดือน ธ.ค. ลดลงและต่ากว่าคาด โดยขยายตัว -2.44% YoY (Vs เดือน พ.ย. +0.35% YoY และคาดที่ -1.45% YoY) จากการผลิตที่ลดลงในอุตสาหกรรมปิโตรเลียม น้าตาล ยางพารา
- Germany: Gfk Consumer Confidence เดือน ก.พ. ลดลงและแย่กว่าคาดเป็น -15.6 (Vs คาด -7.9 และเดือน ม.ค.-7.5) โดยเป็นการลดลงต่อเนื่องเป็นเดือนที่สี่
กลยุทธ์การลงทุน แนะนำ Trading Buy (โดยมีจุดขายตัดขาดทุน 3%)
หุ้นแนะนำรายสัปดาห์: KBANK BDMS MTC
หุ้นแนะนำเก็งกำไร: OSP SYNEX PRM
Derivatives: แนะถือ Short S50H21 ที่เปิดไว้ตามเงื่อนไขวานนี้ รอทำกำไรตามเป้า (ติดตามรายละเอียดเพิ่มใน KTZ-D Report)
ห









