“ซีจีเอส -ซีไอเอ็มบี” ชี้ กลุ่มอสังหาฯออกเคมเปญกระตุ้นยอดขายตั้งแต่ต้นปี กดดันกรอสมาร์จินปีนี้ทรงตัว พร้อมคาดกำไรสุทธิโต 10 % จากปีก่อน ด้านกสิกรไทย ชี้ ขณะนี้เป็นจังหวะซื้อหุ้น หวังผลดำเนินงานปีนี้ปรับตัวดีขึ้น จากปีก่อนลดลง20%
นายสรพงษ์ จักรธีรังกูร ผู้อำนวยการอาวุโส บล.กสิกรไทย กล่าวว่า บริษัทคาดกำไรสุทธิของกลุ่มอสังหาฯ(11 บริษัท ) เพิ่มขึ้น 10% จากปี 2563 ที่คาดกำไรสุทธิ ลดลง 20% เนื่องจากสถานการณ์ภาคธุรกิจอสังหาฯในปีนี้ยังเผชิญภาวะเศรษฐกิจไทยยังชะลอตัว แต่ถือว่าดีขึ้นกว่าปีก่อน เพราะการคุมเข้มการแพร่ระบาดโควิด-19 ระลอกใหม่ที่เกิดขึ้นเฉพาะบางพื้นที่ รวมถึงภาครัฐต่ออายุมาตรการกระตุ้นภาคอสังหาฯ มองว่าเป็นเรื่องดี ที่ช่วยลดค่าใช้จ่ายให้กับผู้ประกอบการและผู้ซื้อบ้านได้บ้าง แต่ก็ไม่มากนัก เพราะด้วยเงื่อนไขการช่วยเหลือจำกัดราคาบ้านระดับต่ำกว่า 3 ล้านบาท มีจำนวนไม่มากคิดเป็นสัดส่วน 1 ใน 3 ของทั้งตลาด และในปีที่ผ่านมามาตรการดังกล่าว ไม่ทำให้รายได้ภาคอสังหาฯ เติบโต เพียงช่วยประคับประคองไว้ ด้วยปัจจัยหลักการตัดสินใจซื้อบ้านขึ้นอยู่กับภาวะเศรษฐกิจและเงินในกระเป๋า ทำให้ผู้ซื้อแม้จะมีความต้องการแต่ยังไม่มีความจำเป็นอาจเลื่อนการซื้อไปก่อน
รวมถึงในปีนี้เช่นกัน
ทั้งนี้จากที่ผู้ประกอบการจะมีการจัดโปรโมชั่น อาจจะทำให้ผู้ซื้อตัดสินใจซื้อง่ายขึ้น แต่โปรโมชั่นปีนี้น้อยกว่าปีก่อน เพราะด้วยสถานการณ์ปีนี้ที่ผู้ประกอบการมีสถานะการเงินแข็งแกร่งขึ้น เตรียมตัวมาดี ทำให้ยังไม่มีความจำเป็นต้องขายสินค้าในราคาต่ำกว่าปกติ
แต่อย่างไรก็ตามแม้ช่วงต้นปีนี้ตลาดอสังหาฯ ภาพรวมยังไม่เป็นบวกมากนัก ผู้ประกอบการยังรอดูสถานการณ์เศรษฐกิจโดยรวมและคุมการแพร่ระบาดโควิด-19 ยังไม่เริ่มทำตลาดอย่างหนัก แต่เชื่อว่าในช่วงครึ่ง ภาพเป็นบวกมากขึ้น จากผู้ประกอบการเตรียมเปิดโครงการบ้านใหม่และทำตลาดมากขึ้น
ดังนั้น ในไตรมาสแรกของปีนี้ ราคาหุ้นกลุ่มอสังหาฯ ที่โดนปัจจัยลบกดดัน ราคาทรงตัว ปรับตัวขึ้นลงไปตามดัชนี จึงมองว่าเป็นโอกาสทยอยเข้าสะสมหุ้นกลุ่มนี้ได้ เพื่อขายทำกำไรในช่วงปลายปี เมื่อกิจกรรมทางการตลาดมากขึ้นทำให้ยอดขายเติบโต แนะหุ้นที่น่าลงทุนได้แก่ AP ราคาเป้าหมาย 8.50 บาท มีอัพไซด์ 17% , SPALI ราคาเป้าหมาย 22.25 บาท มีอัพไซด์ 10% และ LH ราคาเป้าหมาย 9.60 บาทมีอัพไซด์ 20%









