วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

ลุ้นขึ้นต่อ

ตลาดหุ้นวานนี้ปรับตัวขึ้นกว่า 12 จุด ได้แรงรีบาวด์จากหุ้น DELTA และกลุ่ม ENERG ที่ปรับตัวลงแรงในวันก่อนหน้า

ประกอบกับดัชนียังได้แรงหนุนจากการออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจชุดใหม่ (“เราชนะ” และ “คนละครึ่งรอบเก็บตก”) โดยดัชนี SET Index ปิดตลาดที่ 1,522.59 จุด +12.46 จุด +0.83% มูลค่าการซื้อขาย 87,641 ลบ. ต่างชาติ -524.63 ลบ. TFEX -1,481 สัญญา ตราสารหนี้ -589 ลบ.

ปัจจัยบวก

+ดัชนีดาวโจนส์ปิดเพิ่มขึ้น 116.26 จุด +0.38% หลังจากนางเจเน็ต เยลเลน ว่าที่รมว.คลังสหรัฐเรียกร้องให้สภาคองเกรสเร่งอนุมัติมาตรการกระตุ้นศก.วงเงิน 1.9 ล้านล้านดอลลาร์โดยเร็ซ และผลประกอบการที่แข็งแกร่งของโกลด์แมน แซคส์
+ราคาน้ำมันดิบ WTI ปิดเพิ่มขึ้น 62 เซนต์ +1.2% ปิดที่ 52.98 ดอลลาร์/บาร์เรล ขานรับความหวังว่าสหรัฐจะเร่งออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ
+ครม.ไฟเขียว "เราชนะ" สนับสนุนวงเงินไม่เกิน 3,500 บาทต่อเดือนรวม 2 เดือน และ "คนละครึ่ง" รอบเก็บตก(จองเต็มแล้ว) เพื่อเยียวยาผลกระทบโควิด-19 ระลอกใหม่
+ที่ประชุม ครม.เห็นชอบขยายระยะเวลาโครงการสินเชื่อเพื่อยกระดับเศรษฐกิจชุมชนของธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย (ธพว.) ออกไปอีก 1 ปี ธนาคารล้วนปรับหลักเกณฑ์การเข้าถึงสินเชื่อเพื่อช่วยเหลือผู้ที่ได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของโควิด-19

ปัจจัยลบ

-จำนวนผู้ป่วยโควิด-19 ยังปรับตัวเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง เยอรมนีขยายเวลาบังคับใช้มาตรการล็อกดาวน์สำหรับร้านค้าและโรงเรียนจนถึง 14 ก.พ. กังวลว่าไวรัสกลายพันธุ์จะยังคงระบาดไม่หยุดหากไม่ต่อเวลา มาเลเซียพบผู้ติดเชื้อใหม่ 3,631 ราย เตรียมยกระดับมาตรการคุมโควิด เมียนมาพบผู้ติดเชื้อโควิดลดลงต่ำว่า 5% ของยอดตรวจรายวันมาหนึ่งเดือนแล้ว
+/- เงินบาทเปิดตลาด’แข็งค่า’ที่ 29.98 บาทต่อดอลลาร์ หลังหลายประเทศมีความหวังเริ่มฉีดวัคซีน
-ดัชนีเซี่ยงไฮ้คอมโพสิตปิดลดลง 29.84 จุด -0.83%
+ดัชนีนิกเกอิปิดเพิ่มขึ้น 391.25 จุด +1.39% เช้าเปิด +165.28 จุด ตามทิศทางดาวโจนส์ บางส่วนขายออก เพราะวิตกจำนวนผู้ป่วยรุนแรงจากโควิด-19 ที่เพิ่มมากขึ้น

แนวโน้มตลาดวันนี้

คาดดัชนีตลาดหุ้นไทยปรับตัวขึ้นต่อ โดยมีแรงหนุนจากนางเจเน็ต เยลเลน ว่าที่รัฐมนตรีคลังสหรัฐได้เรียกร้องให้สภาคองเกรสเร่งอนุมัติมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจวงเงิน 1.9 ล้านล้านดอลลาร์และเรียกร้องให้สมาชิกสภาคองเกรสผลักดันให้มีการออกมาตรการกระตุ้นเพิ่มเติม โดยนักลงทุนยังคงติดตามการทยอยประกาศผลประกอบการของกลุ่มธนาคาร คาดดัชนีเคลื่อนไหวในกรอบ 1,510-1,550 จุด

กลยุทธ์การลงทุน

• หุ้นได้ประโยชน์จากการ Work from home : ADVANC DTAC TRUE JAS COM7 SIS SYNEX VCOM IIG AS YGG
• หุ้นที่ได้ผลดีจากนโยบายไบเดน : BGRIM GPSC EA RATCH BCPG
• หุ้นที่ได้ประโยชน์จากโครงการเราชนะ : TNP KK CPALL BJC MAKRO

หุ้นรายงานพิเศษ

               KKP    Bloomberg Consensus 57.50 บาท

กำไรปี 63 ที่ 5,123.57 ลบ.ลดลง 14%YoY เนื่องจากรายไดที่มิใช่ดอกเบี้ยปรับลดลงเล็กน้อย 4.3% ขณะที่รายได้จากการดำเนินงานเติบโต 11% อย่างไรก็ดีการพิจารณาตั้งสำรองผลขาดทุนด้านเครดิตที่คาดว่าจะเกิดขึ้นในระดับที่สูงเมื่อเทียบกับปี 62 โดยเพิ่มขึ้น 144% จาก 1.7 พันลบ.เป็น 4 พันลบ.

สินเชื่อรวม ปี 2563 ขยายตัว 12.4 %YoY : การขยายตัวของสินเชื่อโดยหลักจะเป็นการขยายในส่วนของสินเชื่อเช่าซื้อรถยนต์ สินเชื่อบรรษัทและสินเชื่อเพื่อที่อยู่อาศัย ที่ยังคงขยายตัวได้ดีในปี 2563 ขณะที่ด้านคุณภาพของสินเชื่อ อยู่ที่ 2.9 % ลดลงจากสิ้นปี 2562 ที่อยู่ราว 4%

ความเห็น ฝ่ายวิจัยมีมุมมองบวกต่อปัจจัยพื้นฐานในระยะยาว ราคาหุ้นซื้อขายที่ PBV 1.05 เท่า สูงกว่าค่าเฉลี่ยของกลุ่มที่ระดับ 0.7 เท่า ขณะที่มี yield ราว 5% สูงน่าสนใจเหมาะลงทุนระยะยาวรับเงินปันผล

หุ้นมีข่าว

(+) RATCH (ราคาเหมาะสม Bloomberg Consensus 72.57 บาท) ควักเงิน 2,712 ล้านบาท ซื้อหุ้น BAFS สัดส่วน 15.53% จาก “การบินไทย” ลั่นตอบโจทย์ขยายการลงทุนในระบบสาธารณูปโภคพื้นฐาน หวังเพิ่มโอกาสต่อยอดพลังงานสะอาด ฟาก “ชาญศิลป์”เผยได้รับเงินครบแล้ว หลังขายหุ้น BAFS ยังเหลือถือ 7.06% (ที่มา ข่าวหุ้น)

(+) EP (Bloomberg Consensus - บาท) บิ๊ก EP เปิดแผนปี 64 เดินหน้าสร้างโรงไฟฟ้าพลังงานลมในเวียดนาม 4 โครงการ รวม 160 เมกะวัตต์ มั่นใจจะ COD ตามกำหนด ต.ค. 64 เพื่อก้าวขึ้นสู่ผู้ผลิตไฟฟ้าพลังงานลมรายใหญ่สุดในเวียดนาม นอกจากนี้มีแผนศึกษาการลงทุน โรงไฟฟ้าก๊าซในเวียดนามตอนกลาง ขนาด 1,500 เมกะวัตต์ ส่วนผลงานปี 63 คาดทำสถิติสูงสุดต่อเนื่อง (ที่มา ข่าวหุ้น)

(+) UTP (Bloomberg Consensus 15.83 บาท) เผยดีมานด์กระดาษเพิ่มต่อเนื่อง ตามเทรนด์ e-Commerce ยันธุรกิจบริษัทไม่ได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดโควิด-19 เดินหน้าผลิตเต็มประสิทธิภาพ จากกำลังการผลิตทั้งหมดกว่า 260,000 ตันต่อปี มั่นใจไปได้ปี 2564 เติบโตมากกว่าปี 2563 เตรียมชงบอร์ดจ่ายปันผล (ที่มา ทันหุ้น)

(+) PIMO (Bloomberg Consensus - บาท) แย้มออเดอร์ไตรมาสแรกพีค หลังเดือนมกราคมพุ่งสูงสุด 9.5 หมื่นลูกต่อเดือน สูงกว่ากำลังการผลิตที่ 6.6 หมื่นลูกต่อเดือน เล็งทุ่มงบ 40 ล้านบาท สร้างคลังสินค้าใหม่สต็อกวัตถุดิบ คาดรายได้ปีนี้มีโอกาสเติบโตก้าวกระโดด เล็งศึกษาแผนพัฒนามอเตอร์ EV โกยเงินเพิ่ม (ที่มา ทันหุ้น)

ปัจจัยจับตา

ในประเทศ   

ภายใน 21 ม.ค. หุ้นธนาคารส่งงบการเงินประจำปี 63

20 ม.ค. ส.อ.ท. แถลงดัชนีความเชื่อมั่นภาคอุตสาหกรรม ยอดการผลิตและส่งออกรถยนต์ รถจักรยานยนต์และชิ้นส่วนยานยนต์

สัปดาห์ที่ 3 กระทรวงพาณิชย์แถลงตัวเลขการส่งออก-นำเข้า

สัปดาห์ที่ 4 สศอ. แถลงดัชนีอุตสาหกรรม สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง(สศค.)รายงานภาวะเศรษฐกิจการคลัง ภาวะเศรษฐกิจภูมิภาค ดัชนีความเชื่อมั่นอนาคตเศรษฐกิจภูมิภาค

29 ม.ค. ธปท.รายงานภาวะเศรษฐกิจไทย

3 ก.พ. ประชุมกนง.นัดแรก

ต่างประเทศ

20 ม.ค.ธนาคารกลางจีนกำหนดอัตราดบ.เงินกู้ LPR
          อียู เปิดเผยอัตราเงินเฟ้อเดือนธ.ค.
          สหรัฐจัดพิธีสาบานตนรับตำแหน่งของว่าที่ปธน.สหรัฐของนายโจ ไบเดน และเปิดเผยดัชนีตลาดที่อยู่อาศัย

21 ม.ค. ญี่ปุ่นเปิดเผยดุลการค้าเดือนธ.ค.

           ธนาคารกลางญี่ปุ่น (BOJ) และธนาคารกลางยุโรป (ECB) ประชุมนโยบายการเงิน

           สหรัฐเปิดเผยจำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์ ดัชนีการผลิตเดือนม.ค. และตัวเลขการเริ่มสร้างบ้านและการอนุญาตก่อสร้างเดือนธ.ค.

22 ม.ค. อียู เปิดเผยดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) ภาคการผลิตขั้นต้นเดือนม.ค.

           สหรัฐ เปิดเผยดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) ภาคการผลิตขั้นต้นเดือนม.ค. ยอดขายบ้านมือสองเดือนธ.ค. และสต็อกน้ำมันรายสัปดาห์