แนะนำ Trading Buy (โดยมีจุดขายตัดขาดทุน 3%)
คาดการณ์ตลาดหุ้นไทยวันนี้
คาดดัชนีฯ ขึ้นต่อ แนวต้าน 1520 / 1530 จุด แนวรับ 1502 / 1486 จุด แนะนำเก็งกำไร EA SAWAD PORT ทางเทคนิคเป็นรูปแบบสามเหลี่ยมขาขึ้น Ascending Triangle โดยจะขึ้นไปทดสอบ 1550 จุด หากผ่าน 1520 จุดขึ้นไปได้ ปัจจัยบวก คือ ตลาดคาดว่าสหรัฐฯ จะมีการออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจรอบใหม่ หลังไบเดนรับตำแหน่งในวันที่ 20 ม.ค. ปัจจัยลบ คือ แนวโน้มเศรษฐกิจไทยปีนี้มีแนวโน้มถูกปรับลดลง จากการระบาดรอบสองของ COVID-19
ประเด็นที่มีผลต่อตลาดวันนี้
1) ไบเดนได้รับการรับรองจากสภาคองเกรสสหรัฐฯ ให้เป็นประธานาธิบดีสหรัฐฯ คนใหม่แล้ว (+ตลาดหุ้นสหรัฐฯ)
2) ม.หอการค้าคาดเศรษฐกิจไทยปีนี้ มีความเสี่ยงขาลงจากผลกระทบ COVID-19 เป็น -0.3% ถึง 2.2% จากเดิม 2.8% ขึ้นอยู่กับวิธีการล็อกดาวน์และมาตรการช่วยเหลือ (-กลุ่มอิงการบริโภคในประเทศ และกลุ่มธนาคาร)
3) ประธานาธิบดีทรัมป์เตรียมเพิ่ม Alibaba Grop และ Tencent อยู่ใน Blacklists ของบริษัทจีนที่ถูกควบคุมโดยทางการ เพิ่มความเสี่ยงของการ Delist ออกจากตลาดหุ้นสหรัฐฯ (-ตลาดหุ้นจีน)
4) ม็อบบุกสภาสหรัฐฯ เสียชีวิต 4 คน ส่งผลนายกเทศมนตรีประกาศภาวะฉุกเฉิน 15 วัน และมีข้อเสนอให้ถอดถอนประธานาธิบดีทรัมป์ (-ตลาดหุ้นสหรัฐฯ)
ตัวเลขเศรษฐกิจวันนี้
USA-การจ้างงานนอกภาคเกษตรเดือน ธ.ค. คาด 100k (Vs เดือน พ.ย. 245k) อัตราว่างงานเดือน ธ.ค. คาด 6.7% (Vs เดือน พ.ย. 6.7%) Wholesale Inventories เดือน พ.ย. คาด-0.1% MoM (Vs เดือน ต.ค. +1.2% MoM) / Taiwan-ดุลการค้าเดือน ธ.ค. คาด +USD4.6bn (Vs เดือน พ.ย. +USD5.27bn) / Germany-Industrial Production เดือน พ.ย. คาด +0.7% MoM (Vs เดือน ต.ค. +3.2% MoM)
Global Market Summary: วันทำการที่ผ่านมา
+ ตลาดหุ้นไทยกลับมาปิดบวก: ตลาดหุ้นไทยยืนในแดนบวกตลอดการซื้อขาย กรอบ 1502.81-1519.91 จุด ก่อนมาปิดตลาดที่ 1513.78 จุด +21.42 จุด +1.44% วอลุ่มซื้อขาย 1.21 แสนล้านบาท นำขึ้นโดยกลุ่มเงินทุนและหลักทรัพย์ +6.73% ธนาคาร +3.94% ขนส่งและโลจิสติกส์ +2.3% หุ้นบวก >4% EA GPSC KBANK SCB TMB KTB KKP AEONTS KTC SAWAD MTC BTS COM7 DOHOME GLOBAL STARK BLA SPALI VIBHA SAMART SMT SA หุ้นร่วง >4% SPRC DOD
+ ตลาดหุ้นโลกปิดบวกต่อเนื่อง: ตลาดหุ้นสหรัฐฯ ปรับขึ้นทำจุดสูงสุดใหม่ขานรับสภา คองเกรสประกาศรับรองไบเดนเป็นประธานาธิบดีสหรัฐฯ คนใหม่และดัชนีภาคบริการเดือน ธ.ค. สูงขึ้นกว่าคาด DJIA +0.69% (+211.73 จุด) S&P500 +1.48% Nasdaq +2.56% ส่วนตลาดหุ้นยุโรปปิดบวกต่อเนื่อง DAX +0.55% ทำจุดสูงสุดใหม่ FTSE +0.22% CAC40 +0.70% รับข่าวสหรัฐฯ อาจมีมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจรอบใหม่ หลังพรรคเดโมแครตครองเสียงข้างมากทั้งสองสภา
+ น้ำมันดิบและทองปรับขึ้น: WTI +USD0.20 ปิดที่ USD50.83/บาร์เรล Brent +USD0.08 ปิดที่ USD54.38/บาร์เรล จากคาดว่าอุปทานน้ำมันดิบจะลดลงจากซาอุฯ สมัครใจที่จะลดการผลิตลง 1 ล้านบาร์เรลต่อวัน ส่วนราคาทองคำกลับมาฟื้นตัว +USD5 ปิดที่ USD1,913.60 ต่อออนซ์ จากแรงซื้อเก็งกำไรเพื่อป้องกันเงินเฟ้อ
ประเด็นสำคัญ
+ COVID-19: ศบค. จำนวนผู้ติดเชื้อวันพฤหัสบดีที่ 7 ม.ค. มีจำนวนผู้ติดเชื้อลดลงจากวันก่อน โดยเพิ่มขึ้น 305 ราย (จากวันก่อนหน้า 365 ราย) แบ่งเป็น 1. การติดเชื้อในประเทศ +193 ราย (จากวันก่อนหน้า 250 ราย) 2. การตรวจแรงงานต่างด้าวเชิงรุก +109 ราย (จาก 99 ราย) และ 3. ผู้เดินทางมาจากต่างประเทศและอยู่ในสถานกักกันที่รัฐจัดให้ 3 ราย (จาก 16 ราย)
+ USA: ISM Non-Mfg. PMI เดือน ธ.ค. สูงขึ้นเป็น 57.2 จากการเพิ่มขึ้นของคำสั่งซื้อใหม่ (Vs คาด 54.6 และเดือน พ.ย. 55.9) Weekly Initial Jobless Claims ลดลงต่อเนื่องเป็นสัปดาห์ที่ 3 เป็น 787k (Vs สัปดาห์ก่อนหน้า 790k และคาด 800k)
- ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคไทยเดือน ธ.ค.: ลดลงเป็น 50.1 (Vs เดือน พ.ย. 52.4) โดยเป็นการลดลงครั้งแรกรอบ 3 เดือน และต่ำสุดรอบ 5 เดือน
- เศรษฐกิจไทย: ม.หอการค้า คาดผลกระทบ COVID-19 ส่งผลต่อ 2021E GDP จากเดิม 2.8% ลดลงเป็น 2.2% ถึง -0.2% (ความสูญเสียทางเศรษฐกิจ 1-6 แสนล้านบาท จากมาตรการ Soft Lockdown และ Hard Lockdown รวม 1-3 เดือน)
- US/China: ความสัมพันธ์แย่ลง หลังจากประธานาธิบดีทรัมป์เตรียมเพิ่ม Alibaba Grop และ Tencent อยู่ใน Blacklists ของบริษัทที่ถูกควบคุมโดยทางการจีน ซึ่งมีความเสี่ยงที่อาจจะถูก Delist จากตลาดหุ้นสหรัฐฯ เหมือนหุ้นบริษัทอื่น ๆ
+ กลุ่มนิคมอุตสาหกรรม: ผลสำรวจผู้บริหารบริษัทจีนขนาดใหญ่และกลาง จำนวน 170 ราย ของ SCB พบว่า 2/3 มีความสนใจมาลงทุนในประเทศไทยในช่วง 1-2 ปีข้างหน้า และมีถึง 60% เป็นกลุ่มผู้ลงทุนใหม่ (คาดส่งผลบวกต่อ AMATA WHA)
กลยุทธ์การลงทุน แนะนำ Trading Buy (โดยมีจุดขายตัดขาดทุน 3%)
หุ้นแนะนำรายสัปดาห์: RBF INTUCH SYNEX
หุ้นแนะนำเก็งกำไร: EA SAWAD PORT
Derivatives: แนะรอเปิด Long S50H21 เก็งกำไรหลัง 10:30 น. (ติดตามรายละเอียดเพิ่มใน KTZ-D Report)









