วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

‘เงินบาท’วันนี้เปิดตลาด’ทรงตัว’ ที่29.93บาทต่อดอลลาร์

ตลาดการเงินเปิดรับความเสี่ยงนักลงทุนขายทำกำไรหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีเข้ากลุ่มหุ้นเล็กและกลุ่มวัฏจักร หลังพรรคเดโมแครตสามารถครองเสียงข้างมากในสภาสูงของสหรัฐได้ รวมถึงดอลลาร์ไม่อ่อนค่ามาก ฝั่งเงินบาทระยะสั้นไม่มีความเคลื่อนไหวมากเช่นกัน วันนี้แนจับตาทิศทางของสกุลเงินเอเชียและตลาดทุนเป็นหลัก

นายจิติพล พฤกษาเมธานันท์หัวหน้าทีมกลยุทธ์ตลาดการเงินและวางแผนการลงทุน EASY INVEST บริษัทหลักทรัพย์ไทยพาณิชย์ (SCBS) เปิดเผยว่า เงินบาทเปิดเช้าวันนี้ที่ 29.93 บาทต่อดอลลาร์ ไม่เปลี่ยน แปลงจากช่วงปิดสิ้นวันทำการก่อน ประเมินกรอบเงินบาทระหว่างวัน 29.80-30.00 บาทต่อดอลลาร์

ในช่วงคืนที่ผ่านมาตลาดการเงินเข้าสู่โหมดเปิดรับความเสี่ยง (Risk On) ดัชนี S&P 500 ของสหรัฐและดัชนี STOXX 600 ของยุโรปปรับตัวขึ้น 0.57% และ 1.37% ตามลำดับ โดยนักลงทุนขายทำกำไรหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีที่ถือไว้หลบความเสี่ยงในช่วงที่ผ่านมา และเข้าสู่การลงทุนในหุ้นขนาดเล็กกลุ่มวัฏจักร หลังจากผลการเลือกตั้งชี้ว่าพรรคเดโมแครตสามารถครองเสียงข้างมากในสภาสูงของสหรัฐได้

ด้านตลาดเงิน บอนด์ยีลด์สหรัฐอายุสิบปีปรับตัวขึ้น 8bps มาที่ระดับ 1.03% สูงที่สุดนับตั้งแต่เดือนมีนาคมปี 2020 ราคาทองคำย่อตัวลงมาที่ 1920 ดอลลาร์ต่อออนซ์ สวนกับราคาบิทคอยน์ขึ้นทำจุดสูงสุดใหม่เหนือระดับ36000ดอลลาร์   ชี้ว่านักลงทุนมองไปที่การกระตุ้นเศรษฐกิจด้วยการอัดฉีดเงินเข้าสู่ระบบ

อย่างไรก็ดีเงินดอลลาร์ไม่ได้อ่อนค่ามากนักหลังมีผู้ประท้วงผลการเลือกตั้งในสหรัฐ และบางส่วนกังวลกับภาพเศรษฐกิจเพราะตัวเลขการจ้างงานภาคเอกชน (ADP) รายงานหดตัว 1.23 แสนตำแหน่งในเดือนที่ผ่านมา ขณะเดียวกันก็มองความเสี่ยงที่ทางการสหรัฐจะกลับไปใช้การล็อกดาวน์เพื่อควบคุมการระบาดของไวรัสเพิ่มสูงขึ้น

ส่วนฝั่งเงินบาทระยะสั้นไม่ได้มีความเคลื่อนไหวมาก ส่วนวันนี้แนะนำจับตาทิศทางของสกุลเงินเอเชียและตลาดทุนเป็นหลัก เชื่อว่าผลการเลือกตั้งในสหรัฐล่าสุดจะทำให้นักลงทุนมีความหวังมากขึ้น และหยุดขายทำกำไรสินทรัพย์ในฝั่งเอเชียช่วงสั้น ส่วนในระยะยาวต้องจับตาภาพรวมสภาพคล่องจากนโยบายการคลังทั้งจากสหรัฐและนานาประเทศถ้าเพิ่มขึ้นต่อจากปี 2020 ก็คาดว่าส่งแรงหนุนให้มีเงินทุนไหลเข้าหนุนให้เงินบาทแข็งค่าเร็วขึ้นด้วย

นายพูน พานิชพิบูลย์  นักวิเคราะห์ประจำห้องค้าเงินธนาคารกรุงไทย เปิดเผยว่า กรอบค่าเงินบาทวันนี้ คาดว่าจะอยู่ที่ระดับ 29.80-29.95 บาทต่อดอลลาร์

สำหรับแนวโน้มค่าเงินบาท เราประเมินว่า ปัจจัยสำคัญยังคงเป็นทิศทางของเงินดอลลาร์ และแนวโน้มของเงินทุนเคลื่อนย้ายต่างชาติ (foreign fund flow) โดยในระยะนี้ ประเด็นการระบาดของ COVID-19 อาจกดดัน ฟันด์โฟลว์ ที่จะไหลเข้าตลาดทุนไทย ชะลอลง หรือ มีทิศทางไหลออกสุทธิบ้าง ทำให้ ค่าเงินบาท ยังคงเคลื่อนไหวในกรอบเดิม(sideways) ไปก่อน จนกว่า สถานการณ์จะคลี่คลายลง และนัดลงทุนต่างชาติมีความมั่นใจมากขึ้น

ขณะที่ชัยชนะของพรรคเดโมแครตในการเลือกตั้งวุฒิสมาชิกในรัฐจอร์เจีย ซึ่งจะทำให้พรรคเดโมแครตกลับมาครองสภาคองเกรสได้ในรอบ 6ปี ได้ส่งผลให้ ผู้เล่นในตลาดบางส่วนเดินหน้าเปิดรับความเสี่ยง (Risk-On) ท่ามกลางความหวังว่า รัฐบาลภายใต้ประธานาธิบดี โจ ไบเดน และสภาคองเกรสที่มีพรรคเดโมแครตเป็นแกนนำ จะสามารถผลักดันมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจที่มีขนาดใหญ่ได้

ซึ่งภาพดังกล่าว ได้ส่งผลให้ ตลาดลดการถือครองสินทรัพย์ปลอดภัย กดดันให้บอนด์ยีลด์ 10ปี สหรัฐฯ พุ่งขึ้น กว่า8bs สู่ระดับ 1.04% ขณะเดียวกัน เมื่อยีลด์ขึ้น ราคาทองคำก็อยู่ไม่ได้ และปรับฐานลงมากว่า 1.6% สู่ระดับ 1,919 ดอลลาร์ต่อออนซ์

อย่างไรก็ใน ดัชนีตลาดหุ้นสหรัฐฯ ปรับตัวขึ้นรับผลการเลือกตั้งวุฒิสมาชิก ก่อนจะย่อลง หลังเกิดความวุ่นวายจากการประท้วงโดยกลุ่มผู้สนับสนุน ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ในกรุงดีซี ทำให้ ดัชนี S&P500 เพิ่มขึ้น 0.6%  แต่ดัชนีหุ้นเทคโนโลยีอย่าง Nasdaq กลับปิดลดลง 0.6%

ในฟากตลาดค่าเงิน  ผู้เล่นต่างลดสถานะการถือครองเงินดอลลาร์ ทำให้เงินดอลลาร์ก็อ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับสกุลเงินหลัก และแกว่งตัวใกล้ระดับ 89.50จุด

สำหรับวันนี้ ตลาดจะจับตา ความวุ่นวายทางการเมืองในสหรัฐฯ ที่อาจจะทำให้การลงมตินับคะแนนการเลือกตั้งประธานาธิบดีอย่างเป็นทางการถูกเลื่อนออกไป แต่เราเชื่อว่าปัจจัยดังกล่าวจะไม่ได้ส่งผลกระทบต่อตลาดมากนัก

นอกจากนี้ ตลาดจะรอดูรายงานดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อภาคการบริการ ISM services PMI ว่าจะมีทิศทางปรับตัวลดลงหรือไม่ หลังสหรัฐฯเผชิญการระบาดของ COVID-19 ที่รุนแรงขึ้น