พอร์ตหุ้นแนะนำ ม.ค. หาจังหวะกลับเข้าซื้อ หลังปรับฐานตามประเด็นโควิด
พอร์ตหุ้นเดือนธันวาคมขยับเพิ่มขึ้น 1.5% ตามดัชนี SET โดยพอร์ตหุ้นแนะนำปี 2563 ของเราให้ผลตอบแทนต่ำกว่าตลาดเป็นครั้งแรกในรอบ 6 ปี
ในเดือนธันวาคม 2563 ดัชนี SET ผันผวนอย่างหนัก โดยเฉพาะในช่วงครึ่งหลังของเดือน เมื่อสภาวะตลาดเลวร้ายลงจากสถานการณ์ COVID-19 ที่กลับมาระบาดในประเทศอีกครั้ง แต่ในด้านบวก ตลาดยังยืนได้ในระดับที่ค่อนข้างสูงไปจนถึงสิ้นปี 2563 เนื่องจากรัฐบาลตัดสินใจไม่ล็อกดาวน์ทั่วประเทศ ซึ่งทำให้นักลงทุนคลายกังวลเกี่ยวกับผลกระทบทางเศรษฐกิจลงไป สำหรับพอร์ตหุ้นของเราในเดือนธันวาคม หุ้นเด่นที่เราเลือกไว้ให้ผลตอบแทน 1.5% ซึ่งต่ำกว่าดัชนี SET โดยหุ้นสองตัวที่เราเลือกไว้ซึ่งแข็งแกร่งกว่าตลาดได้แก่ JMART* ซึ่งวิ่งแรงถึง 19.5% จากประเด็น iPhone รุ่นใหม่ และ PTTGC* ที่ขยับขึ้น 4.4% จากการที่นักลงทุนหันมาสนใจหุ้นกลุ่ม global cyclical ในขณะที่หุ้นนิคมอุตสาหกรรมอย่าง AMATA* และ WHA* น่าผิดหวังเพราะการที่ COVID-19 กลับมาระบาดอีกครั้งกดดันภาวะเศรษฐกิจและการลงทุน
มุมมองตลาดเดือนมกราคม: วิกฤติ COVID-19 เป็นปัจจัยลบระยะสั้นที่อยู่เหนือความคาดหมาย แต่ไม่น่าจะทำให้ภาพใหญ่ของกระแสเงินทุนไหลเข้าตลาด EM ในเอเซียเปลี่ยนไป
วิกฤติ COVID-19 ที่กลับมารุนแรงอีกครั้งในช่วงสองสัปดาห์ที่ผ่านมาเป็นสิ่งที่ค่อนข้างอยู่เหนือความคาดหมาย และอาจจะทำให้ดัชนี SET ปรับตัวลดลงแรงในช่วงต้นเดือนมกราคม เรายังคงประเมินความเสี่ยงทางลงของดัชนีเอาไว้เท่าเดิมที่ 1,400 จุด โดยอิงจาก P/E ที่ 18.2x จากสมมติฐาน EPS ปี 2564 ที่
77.0 ซึ่งเป็นบริเวณที่ดัชนี SET ปรับลงมาต่ำสุด ในช่วงวันที่ 21-22 ธันวาคม 2563 เมื่อเริ่มปรากฎข่าวการระบาดที่จังหวัดสมุทรสาคร ทั้งนี้ เนื่องจาทางการไทยเข้ามาควบคุมสถานการณ์โดยใช้มาตรการคุมเข้มโดยเร็วที่สุด เราจึงยังคงมุมมองในกรณีฐานเอาไว้ว่าไม่น่าจะมีการปิดกรุงเทพฯ และทั่วประเทศอย่างเต็มรูปแบบ... ในขณะเดียวกันเรามองว่าในภาพใหญ่ กระแสเงินทุนจะยังคงไหลเข้าตลาดหุ้นเกิดใหม่ในเอเซียอย่างต่อเนื่องท่ามกลางความคาดหวังต่อวัคซีนป้องกัน COVID-19 ที่จะเริ่มนำเข้ามาใช้ในประเทศหลัก ๆ ซึ่งรวมถึงประเทศไทยด้วยภายในกลางปี 2564 ดังนั้น เราจึงยังคงแนะนำให้ใช้กลยุทธ์ ซื้อเมื่อย่อ ซึ่งจากสถานการณ์ล่าสุด เรายังคงเป้าดัชนี SET ในไตรมาส 1/64 เอาไว้ที่ 1,590 จุด
หุ้นเด่นเดือนมกราคม: หุ้นขนาดใหญ่ที่มีมูลค่าน่าสนใจ และหุ้น cyclical จะยังคงเป็นกลุ่มหลักในพอร์ตหุ้นแนะนำ ขณะที่หุ้นที่มีแนวโน้มผลประกอบการไตรมาส 4/63 แข็งแกร่งดูน่าสนใจเช่นกัน
ท่ามกลางวิกฤต COVID-19 รอบใหม่นี้ เราคิดว่านักลงทุนน่าจะหลีกเลี่ยงหุ้นกลุ่มการพาณิชย์, อาหาร,ท่องเที่ยว และขนส่ง เพราะธุรกิจของกลุ่มดังกล่าวน่าจะได้รับผลกระทบในระยะสั้น ทั้งนี้ ตามกลยุทธ์ ‘ซื้อเมื่อย่อ’ ที่เราแนะนำ เรายังคงชอบ i) หุ้นขนาดใหญ่ที่มีมูลค่าน่าสนใจในกลุ่มธนาคาร อย่างเช่น BBL* และ KBANK* ii) หุ้นกลุ่ม global cyclical ซึ่งไม่ได้รับผลกระทบในเชิงพื้นฐานมากนักจากสถานการณ์โรคระบาดในประเทศรอบใหม่ อย่างเช่น PTTGC* และ TOP* และ iii) หุ้นขนาดกลางที่คาดว่าผลประกอบการจะออกมาดีในไตรมาส 4/63 ซึ่งส่วนใหญ่เป็นหุ้นในกลุ่มการเงิน และหุ้นที่เกี่ยวข้องกับ IT อย่างเช่น SAWAD*, JMART* และ JMT*









