วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

‘สุพัฒนพงษ์’ เปิดแผนลงทุนพลังงานปี64 คาดกระตุ้นเศรษฐกิจ กว่า 1.2 แสนล้าน

“ก.พลังงาน” วางเป้าหมายส่งเสริมการลงทุนปี 64 จ่อชงครม.ไฟเขียวแผนพลังงานแห่งชาติ ลดสำรองไฟฟ้าล้นระบบ กันเปิดเสรีนำเข้าแอลเอ็นจี หนุนยานยนต์ไฟฟ้า คาดเกิดเม็ดเงินกระตุ้นเศรษฐกิจกว่า 1.2 แสนล้าน

นายสุพัฒนพงษ์ พันธ์มีเชาว์ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน เปิดเผยว่ากระทรวงพลังงาน ได้กำหนดทิศทางการขับเคลื่อนพลังงานไทยในปี2564 ไว้ 3 ด้านหลักคือ 1. ด้านการสร้างพลังงานเข้มแข็ง จะเสนอต่อที่ประชุมคณะรัฐมนตรี(ครม.) เห็นชอบแผนพลังงานแห่งชาติ เพื่อเป็นกรอบการพัฒนาของภาครัฐและเป็นกรอบการลงทุนที่ชัดเจนของภาคเอกชน ผลักดันความชัดเจนเรื่องลดสำรองไฟฟ้า เดินหน้าส่งเสริมแข่งขันเปิดเสรีกิจการก๊าซธรรมชาติและไฟฟ้า กำหนดเป้าหมายขับเคลื่อน EV เพื่อกระตุ้นการลงทุน รวมถึงเตรียมความพร้อมการเปิดประมูลสิทธิการสำรวจและผลิตปิโตรเลียมรอบที่ 23 การเจรจาพื้นที่ทับซ้อนไทยกัมพูชา (OCA) และกำหนดการส่งเสริมการลงทุนปิโตรเลียมระยะที่ 4 ในพื้นที่ EEC

2.ด้านการขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานราก จะกระตุ้นยอดขายดีเซล(B10) กำหนดให้น้ำมันแก๊สโซฮอล์ E20 เป็นน้ำมันเบนซินหลัก โดยผลักดันให้โรงกลั่นผลิต G-base ได้ตามมาตรฐานภายในช่วงครึ่งแรกของปี 2564 และร่วมขับเคลื่อนโครงการชุมชนทั่วประเทศร่วมกับกระทรวงมหาดไทย

160914333117

และ3.ด้านการส่งเสริมการลงทุนพลังงานสะอาด โดยจะเร่งรัดการลงทุนโรงไฟฟ้าชุมชน นำร่อง 150 เมกะวัตต์ ส่งเสริมกระตุ้นการลงทุนโรงไฟฟ้าขยะ ส่งเสริมการใช้โซลาร์รูฟท็อปให้เติบโต 100 เมกะวัตต์ ริเริ่ม ESCO ภาครัฐเพื่อลดใช้พลังงานในหน่วยงานภาครัฐ ตลอดจนส่งเสริมการอนุรักษ์พลังงานและพลังงานทดแทนผ่านกองทุนเพื่อส่งเสริมการอนุรักษ์พลังงานให้เกิดการลงทุน

“คาดว่าภาพรวมการขับเคลื่อนนโยบายในปี 2564 ดังกล่าว จะสามารถสร้างเม็ดเงินลงทุนให้เกิดขึ้นกับเศรษฐกิจของประเทศประมาณ 127,932 ล้านบาท”

160914337267

ส่วนการดำเนินงานของกระทรวงพลังงานในปี 2563 ได้มุ่งเน้นมาตรการบรรเทาผลกระทบด้านพลังงานจากสถานการณ์โรคระบาดโควิด-19 ทั้งภาคประชาชนและภาคธุรกิจ เช่น มาตรการลดรายจ่ายประชาชนในช่วงโควิด ทั้งการลดค่าไฟฟ้า ก๊าซหุงต้ม หรือ LPG  ก๊าซธรรมชาติสำหรับยานยนต์(NGV) เป็นต้น รวมมูลค่า 49,836 ล้านบาท

นอกจากนี้ ยังสร้างรายได้และกระตุ้นเศรษฐกิจให้กับประเทศ ซึ่งสามารถจัดเก็บรายได้จากการประกอบกิจการปิโตรเลียมเข้าภาครัฐ 129,932 ล้านบาท เกิดการจ้างแรงงานท้องถิ่น ทั้งยังกำหนดให้ ดีเซล(B10) เป็นน้ำมันดีเซลเกรดมาตรฐานครั้งแรกของประเทศช่วยยกระดับชีวิตเกษตรกรชาวสวนปาล์ม ขับเคลื่อนพลังงานชุมชน สร้างชุมชนต้นแบบลดใช้พลังงาน ซึ่งทั้งมาตรการช่วยเหลือและสร้างรายได้ คิดเป็นมูลค่ารวมกว่า 1.79 แสนล้านบาท