วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

กรมประมงกินกุ้งโชว์วันนี้ รับลูกนายกฯห่วงเชื่อมั่น

กรมประมง เปิดตลาดขายอาหารทะเล วันนี้ (25 ธ.ค.) กระตุกเชื่อมั่นอาหารปลอดภัย หลังนายกฯสั่งพาณิชย์สร้างความเชื่อมั่นสินค้าประมงไทยปลอดโควิด ขณะพาณิชย์ยันมาตรฐานไทยเข้มมั่นใจปลอดเชื้อ ด้านเอกชนแจงตลาดหลักไร้แผนแบนนำเข้า

รายงานข่าวจากกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ แจ้งว่า วันนี้ (25 ธ.ค.)กรมประมง ร่วมกับ บริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน) เกษตรกรผู้เพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ และชาวประมง จัดกิจกรรม “สัตว์น้ำมาตรฐานไทย สู้ภัยโควิด-19”  เพื่อสร้างความมั่นใจให้กับประชาชนถึงความปลอดภัยและสุขอนามัยในการบริโภคสัตว์น้ำ หลังเกิดสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) รอบใหม่ โดยมีแหล่งแพร่กระจายโรคมาจากตลาดกุ้งในพื้นที่จังหวัดสมุทรสาคร และได้ขยายวงกว้างไปยังพื้นที่อื่น ๆ ซึ่งส่งผลกระทบต่อการจำหน่ายสินค้าสัตว์น้ำ รวมถึงการประกอบอาชีพของเกษตรกรและชาวประมงเป็นอย่างมาก จึงกำหนดกิจกรรมผู้บริหารกระทรวงเกษตรและสหกรณ์/ผู้บริหารกรมประมงประกอบอาหารปรุงสุกพร้อมเปิดตลาดจำหน่ายสัตว์น้ำมาตรฐานไทยสู้ภัยโควิด – 19 ตั้งแต่ เวลา 07.30 น. ณ ลานโพธิ์ ด้านหลังอาคารจุฬาภรณ์ กรมประมง

ผู้สื่อข่าวรายงาน ภายหลังการประชุม ศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) หรือ ศบค. นัดพิเศษที่มีพล.อ.ประยุทธ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เป็นประธานว่านอกจากหารือเกี่ยวกับการจัดแบ่งโซนพื้นที่เสี่ยงสูง-ต่ำ ตามจังหวัดที่มีการระบาดของโควิด-19นั้น ในที่ประชุมยังมีการหารือเรื่องผลกระทบกับเศรษฐกิจ ทั้งเรื่องท่องเที่ยว และการส่งออก โดยล่าสุด สปป.ลาวมีการแบนนำเข้าอาหารทะเลของไทย ซึ่งนายกรัฐมนตรีมีความกังวลว่าจะขยายวงกว้างออกไปอีก หลังเลิกประชุม ผู้สื่อข่าวได้สอบถาม นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกรัฐมนตรี และรมว.พาณิชย์ ที่เดินออกจากห้องประชุมด้วยสีหน้าเคร่งเครียดและไม่ได้ตอบข้อซักถามผู้สื่อข่าว

แหล่งข่าวจากที่ประชุม ศบค.กล่าวว่า หลังนายกรัฐมนตรีกำชับ ให้นายจุรินทร์ ไปเร่งดำเนินการ เพื่อให้เกิดความเชื่อมั่น แต่ในที่ประชุม นายจุรินทร์ ได้แสดงความเห็นในที่ประชุม เรื่องของมาตรฐาน ไม่เกี่ยวกับกระทรวงพาณิชย์ แต่เกี่ยวข้องกับกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) มากกว่า โดยให้ความเห็นว่า หน่วยงานสาธารณสุขควรเป็นคนรับผิดชอบ ในเรื่องของมาตรฐานส่งออก

ทั้งนี้ นายจุรินทร์ ได้กล่าวถึงกรณีที่กระทรวงอุตสาหกรรมและการค้าของสปป.ลาว เตรียมใช้มาตรการห้ามการนำเข้าชั่วคราวในสินค้าอาหารทะเลสดแช่เย็นแช่แข็งจากไทย ภายหลังจากเกิดการแพร่ระบาดของโควิด-19 ในตลาดกลางกุ้ง จ.สมุทรสาครว่า ได้สั่งการกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ และผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมการค้าในต่างประเทศ ณ กรุงเวียงจันทน์ ลาว ดำเนินการแก้ไขปัญหาดังกล่าวแล้ว ตั้งแต่วันที่ 23 ธ.ค.63 ที่ผ่านมา รวมถึงตนจะหารือกับกรมประมง ผู้ออกใบรับ รองสุขอนามัยก่อนการส่งออก เพื่อหามาตรการสร้างความเชื่อมั่นให้กับผู้ซื้อ ผู้นำเข้าของลาวต่อไป

นายสมเด็จ สุสมบูรณ์ อธิบดีกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ กล่าวว่า จากการหารือกับกรมประมง มีคำแนะนำจากกรมประมงว่า ถ้าผู้ซื้ออาหารทะเลที่จะนำไปส่งออก ไม่มั่นในกระบวนการขนส่ง ที่อาจมีการปนเปื้อนเชื้อโควิดจากคนที่อยู่ในกระบวนการขนส่ง ก็อาจมาซื้ออาหารทะเลที่ฟาร์มเพาะเลี้ยงได้โดยตรง โดยไม่ต้องไปซื้อที่ตลาดกลางและเพื่อสร้างความมั่นใจให้กับผู้ซื้อ ผู้นำเข้าอาหารของไทย ตั้งแต่เกิดโควิดระบาดในช่วงต้นปี ทั้งภาครัฐ และผู้ส่งออก มีมาตรการคุมเข้มไม่ให้ปนเปื้อนโควิดในกระบวนการผลิตอยู่แล้ว อีกทั้งกระทรวงพาณิชย์ ยังร่วมมือกับกระทรวงมหาดไทย และกระทรวงสาธารณสุข ออกใบรับรองการปลอดเชื้อให้กับอาหารแปรรูปที่จะส่งออกด้วย ซึ่งที่ผ่านมา อาหารแปรรูปของไทย รวมถึงอาหารแช่เย็นแช่เย็น ยังมีการส่งออกได้ดี ไม่เคยพบการปนเปื้อนเชื้อโควิดเลย

ล่าสุดได้รับงานจากจากทางทูตพาณิชย์ ในสปป.ลาว แล้วหลังจากที่ได้คุยกับทางเจ้าหน้าที่จากกระทรวงอุตสาหกรรมและการค้า สปป.ลาวเกี่ยวกับคำประกาศห้ามนำเข้าอาหารทะเลสดจากประเทศไทยที่ขณะนี้พบว่าไทยเริ่มมีการระบาดโควิด-19 รอบใหม่เกิดขึ้นมา ซึ่งเกรงว่าเชื้อโควิดจะระบาดไปสู่อาหารทะเลได้ โดยเจ้าหน้าที่ทูตพาณิชย์ไทยได้มีการชี้แจงเหตุผลให้ทาง สปป.ลาวเข้าใจแล้ว และทางฝ่าย สปป.ลาว โดยเฉพาะหน่วยงานที่เกี่ยวข้องยินดีจะกลับไปแก้ไขคำประกาศชั่วคราวก่อนหน้านี้ใหม่ จากประกาศห้ามนำเข้าสินค้าอาหารทะเลสดแช่เย็น แช่แข็งจากไทยทุกชนิดมาเป็นการประกาศห้ามนำเข้าอาหารทะเลสดแช่เย็น แช่แข็ง จากประเทศทีมีการระบาดโควิด-19 ทั่วโลกแทน ซึ่งคาดว่าจะประกาศฉบับแก้ไขได้ภายใน 1-2 วันจากนี้

ผู้สื่อข่าวรายงานจากกระทรวงพาณิชย์ว่า การประกาศใช้มาตรการห้ามนำเข้าอาหารทะเลสด แช่เย็นแช่แข็งของกระทรวงอุตสาหกรรมและการค้าของลาวจนถึงขณะนี้ ยังไม่มีผลในทางปฏิบัติ เพราะยังไม่ได้ผ่านความเห็นชอบจากคณะกรรมการเฉพาะกิจของฝั่งสปป.ลาวและยังเป็นเพียงความเห็นของระดับกระทรวงเท่านั้น แต่เอกสารการประกาศดังกล่าวหลุดออกมาทางสื่อก่อน ส่งผลให้เจ้าหน้าที่ศุลกากรด่านชายแดนของลาว ห้ามนำเข้าสินค้าดังกล่าวจากไทยทันที จนเกิดผลกระทบตามมา

ผู้ซื้อหลักยังไม่ยกเลิกออเดอร์ 

นายพจน์ อร่ามวัฒนานนท์นายกสมาคมอาหารแช่เยือกแข็งไทย กล่าวว่า กรณีอาหารทะเลของไทย มีผู้ซื้อจากต่างประเทศสอบถามเข้ามาบ้างเกี่ยวกับมาตรการด้านสุขอนามัย ซึ่งมาตรการทั้งหมด ไทยได้ดำเนินการอย่างเข้มงวดล่วงหน้ามากกว่า 6 เดือนแล้ว และขณะนี้ประเทศผู้ซื้อหลักๆ ยังไม่มีการยกเลิกคำสั่งซื้ออาหารทะเลจากไทย

 “สปป.ลาวไม่มีสิทธิ์ สั่งแบนสินค้าประมงของไทยโดยอ้างเงื่อนไขการระบาดโควิด เนื่องจากโควิดเป็นโรคคนสู่คน ไม่เหมือนไข้หวัดนกที่ติดต่อจากสัตว์สู่สัตว์ ดังนั้นไม่มีทางที่โควิดจะติดไปกับสินค้าอาหารทะเล ซึ่งเรื่องนี้ประเทศผู้นำเข้าหลัก เช่น อียู ญี่ปุ่น จีน ยังไม่สอบถามในข้อกังวลเหล่านี้”

นายสุพัฒนพงษ์ พันธ์มีเชาว์ รองนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า คาดว่าผลกระทบจากโควิด-19 ต่อการส่งออกสินค้าประมงไทยไปต่างประเทศ ไม่น่ามีปัญหา เพราะ สินค้าประมงไทย มีมาตรฐานทุกรายก เมื่อจะต้องส่งออก

นางสาวกัณญภัค ตันติพิพัฒนพงศ์ ประธานสภาผู้ส่งสินค้าทางเรือแห่งประเทศไทย (สรท.) กล่าวว่า ปัญหาที่ส่งออกไม่ได้เป็นปัญหาเรื่องตู้คอนเทนเนอร์มากกว่าโควิด-19 แม้ว่าจะมีการแพร่ระบาดกระจายไปหลายจังหวัดแต่ก็ไม่ได้หนักเหมือนประเทศอื่นๆ ซึ่งมาตรการต่างๆของรัฐบาลในควบคุมป้องกันก็ออกมาต่อเนื่อง บางพื้นที่ก็ใช้มาตรการล็อคดาวน์โดยส่วนนี้คงส่งผลกระทบต่อโรงงานที่อยู่ในพื้นที่ที่ไม่สามารถดำเดินการผลิตได้เต็มที่ สำหรับการส่งออกในช่วง 2 เดือนที่เหลือไม่มีปัญหา เพราะขณะนี้คำสั่งซื้อสินค้าก็รับไปแล้วไปถึงต้นปีหน้า เหลือเพียงการส่งออกสินค้าเท่านั้น ส่วนผลกระทบโควิดต่อการส่งออกก็ต้องรอดูไปสักระยะหนึ่ง

โดยการส่งออกอาหารทะเลของไทยนั้นตลาดหลักๆก็เป็นตลาดสหรัฐและยุโรป ซึ่งอาหารที่จะมีความเสี่ยงก็น่าจะเป็นกุ้ง อาหารแช่เยือกแข็ง เนื่องจากเป็นประเด็นโดยตรงเนื่องจากเกิดขึ้นจากตลาดสดซื้อขายกุ้ง ส่วนใหญ่เป็นประชาชน ผู้ประกอบการที่เข้าไปซื้อเพื่อมาขายต่อ หรือส่งร้านอาหารในประเทศ แต่โรงงานที่ผลิตเพื่อการส่งออกไม่ได้รับวัตถุดิบจากตลาดกุ้ง บางโรงงงาน เป็นการรับซื้อจากผู้เลี้ยงกุ้ง โดยตรง อีกทั้งจากที่เกิดเหตุระบาดครั้งแรกหลายโรงงานก็มีมาตรการคุมเข้มป้องกันโควิดอยู่แล้ว และไม่มีผู้ติดเชื้อ ซึ่งสร้างความมั่นใจได้ระดับหนึ่ง 

"เราต้องแยกระหว่างตลาดซื้อ-ขายภายในประเทศ กับการส่งออกอาหารทะเล ซึ่งมีการแปรูป ส่งออกเป็นแบบอาหารกระป๋องที่ผ่านกระบวนการฆ่าเชื้อมาแล้ว เมื่อนำไปบริโภคสุกก็ยิ่งไม่ปัญหาเรื่องเชื้อโรค”

แยกแยะตลาดส่งออก-ภายใน

นางสาวกัณญภัค กล่าวว่า ส่วนประเทศลาวที่สั่งห้ามนำอาหารทะเลเข้าประเทศนั้น ประเทศลาวไม่ใช้ตลาดหลักของไทย อาหารทะเลที่ส่งไปส่วนใหญ่เป็นอาหารสด อาจมีความกังวล แต่แปรรูปแล้ว เช่น ทูน่ากระป๋อง ก็ไม่น่ากังวล เบื้องต้นมองว่า ผลกระทบต่อการส่งออกของไทยน้อย สิ่งที่กระทบมากที่สุดคือปัญหาการขาดแคลนตู้สินค้ามากกว่า อย่างไรก็ตามในระหว่างนี้ก็รัฐบาลต้องไปสร้างความเชื่อมั่นกับต่างประเทศ ว่า อาหารทะเลไทยปลอดจากโควิด

นายสมศักดิ์ ปณีตัธยาศัย นายกสมาคมกุ้งไทย กล่าวว่า การระบาดจากสินค้าประมงครั้งนี้ ผู้นำเข้ามีความกังวลเรื่องของบรรจุภัณฑ์ของสินค้าที่อาจปนเปื้อนเชื้อไวรัส ซึ่งกรณีนี้ผู้นำเข้าหลักของไทย คือจีน สหภาพยุโรป(อียู) ญี่ปุ่น ได้ทำตรวจสอบสินค้าจากตลาดมหาชัยแล้ว โดยจีนระบุว่าไม่พบเชื้อไวรัสดังกล่าวจากไทยแต่ ตรวจพบเชื้อไวรัสจากสินค้าของเมียนมา ในขณะที่อียู และญี่ปุ่นระบุว่าไม่พบเชื้อปนเปื้อนบรรจุภัณฑ์สินค้าของไทยแต่อย่างใด

“กรณีสปป.ลาวเตรียมแบนสินค้าประมงของไทย น่าจะเป็นเรื่อง Panic มากกว่า ซึ่งยากที่จะทำความเข้าใจในตอนนี้ ต้องใช้ระยะเวลาในการสร้างความเชื่อมั่น สำหรับกลุ่มประเทศอื่นๆ แล้ว ไม่มีปัญหาและยังส่งออกกุ้งได้ตามปกติ”

 ทั้งนี้ สินค้าที่ออกจากโรงงาน สามารถมั่นใจได้ว่าไม่ปนเปื้อนโควิดอย่างแน่นอน เพราะแรงงานเมียนมาที่รับเข้ามานั้นเป็นไปอย่างถูกต้องตามกฎหมาย มีขอบเขตที่อยู่อาศัยชัดเจน ต่างจากแรงงานเถื่อนที่ลักลอบเข้าประเทศ และแอบแฝงตามร้านค้าปลีกแพกุ้งขนาดเล็ก ที่ส่วนใหญ่ส่งขายในประเทศ