“ธปท.” ปรับเกณฑ์ ซอฟท์โลน เปิดทางธุรกิจสามารถกู้ ได้ไม่เกิน 2 ครั้ง จากเดิมกำหนดครั้งเดียว แต่วงเงินสินเชื่อรวมต้องไม่เกิน 20%ของยอดหนี้คงค้าง ปี 62 พร้อม ปรับปรุง “นิยาม”ของกลุ่มธุรกิจ
ธนาคารแห่งประเทศไทย(ธปท.) มีการออกประกาศเพิ่มเติม เกี่ยวกับสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ หรือซอฟท์โลน วงเงิน 5 แสนล้านบาท โดยระบุว่า จากสถานการณ์การระบาดของไวรัสโคโรนา สายพันธุ์ใหม่ หรือ โควิด-19 ในประเทศและต่างประเทศ ที่ยังคงมีความรุนแรง และมีแนวโน้มยืดเยื้อต่อไป โดยไม่สามารถคาดการณ์ได้ จนส่งผลกระทบต่อการค้า การส่งออก การท่องเที่ยว และเศรษฐกิจของประเทศอย่างรุนแรง และต่อเนื่องยาวนานมากขึ้นอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
รวมถึงยังมีผลกระทบต่อผู้ประกอบวิสาหกิจในวงกว้างมากขึ้น และยืดเยื้อต่อไปอีกระยะหนึ่ง ทางธปท.จึงเห็นสมควร ปรับปรุงหลักเกณฑ์การให้ความช่วยเหลือทางการเงินแก่ผู้ประกอบรัฐวิสาหกิจที่ได้รับผลกระทบจากการระบาดของโควิด-19 ให้มีความยืดหยุ่นเหมาะสมกับสถานการณ์มากขึ้น
ทั้งนี้ได้ปรับปรุงในส่วนของคำนิยามกลุ่มธุรกิจ ซึ่งเป็นฐานในการพิจารณาคุณสมบัติของผู้ประกอบวิสาหกิจ โดยกำหนดให้การคำนวณวงเงินสินเชื่อของกลุ่มธุรกิจในกรณี บุคคลธรรมดาให้พิจารณา จากบุคคลที่มีความสัมพันธ์ใกล้ชิด ในฐานะ ภรรยา และในกรณี นิติบุคคลให้พิจารณาจากบริษัทที่มีความสัมพันธ์ในลักษณะบริษัทลูก ของผู้ประกอบวิสาหกิจเพียงหนึ่งทอด เพื่อให้คุณสมบัติของผู้ประกอบวิสาหกิจ ที่อาจได้รับความช่วยเหลือมีความเหมาะสม และครอบคลุมกลุ่มลูกหนี้ที่ยังไม่ได้รับความช่วยเหลือมากขึ้น
นอกจากนี้ ธปท.ยังได้ปรับวิธีปฏิบัติให้ผู้ประกอบวิสาหกิจสามารถยื่น ขอกู้สินเชื่อ เพิ่มเติม ซอฟท์โลน ได้ไม่เกิน 2ครั้ง จากเดิมที่กำหนดให้การขอสินเชื่อ Soft loan ได้เพียงครั้งเดียว แต่วงเงินสินเชื่อซอฟท์โลน ทั้ง 2 ครั้ง รวมกันต้องไม่เกิน 20% ของยอดหนี้คงค้าง ณ วันที่ 31 ธ.ค.2562
สำหรับสถาบันการเงินจะได้รับเงินชดเชยดอกเบี้ย ที่สถาบันการเงินไม่เรียกเก็บจากผู้ประกอบวิสาหกิจในช่วงระยะเวลา 6 เดือนแรก นับตั้งแต่ผู้ประกอบวิสาหกิจได้รับสินเชื่อในแต่ละครั้ง และการชดเชยความเสียหายจากการให้กู้ยืมซอฟท์โลน จะพิจารณาจากคุณภาพของสินเชื่อ เมื่อครบกำหนด 2 ปี นับจากวันที่ผู้ประกอบวิสาหกิจได้รับสินเชื่อซอฟท์โลน ครั้งแรก ซึ่งประกาศฉบับนี้จะมีผลบังคับใช้ตั้งแต่ 1ม.ค. 2564 เป็นต้นไป
การประกาศให้ความช่วยเหลือเกี่ยวกับซอฟท์โลน วงเงิน 5 แสนล้านบาท เริ่มมีผลบังคับใช้มาตั้งแต่ 22 เม.ย. 2563 และได้มีการดำเนินการขยายการกู้ยืมเงินดังกล่าวออกไปอีก 6 เดือน ภายใต้ประกาศฉบับที่ 2 เมื่อวันที่ 16 ต.ค. ที่ผ่านมาเพื่อประคับประคองการประกอบธุรกิจและเยียวยาผู้ประกอบวิสาหกิจที่ได้รับผลกระทบจากโควิด-19









