วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

LALIN - ซื้อ

ปรับประมาณการกำไรปี 63-64 เพิ่มขึ้น

ประเด็นสำคัญในการลงทุน

  • กำไรงวด 3Q63 ยังเติบโตต่อเนื่อง : งวด 3Q63 บริษัทมีรายได้ 1,451 ล้านบาท +11%QoQ +19%YoY และมีกำไรสุทธิ 308 ล้านบาท -22%QoQ +29%YoY หรือ +28%QoQ +29%YoY หากไม่รวมรายการพิเศษที่เป็นกำไรจากการเวนคืนที่ดินใน 3Q63 สำหรับงวด 9M63 บริษัทมีรายได้ 4,003 ล้านบาท +18%YoY และมีกำไรสุทธิ 951 ล้านบาท +48%YoY โดยมีกำไรปกติ 795 ล้านบาท +24%YoY ทั้งบริษัทยังสามารถรักษาระดับอัตรากำไรขั้นต้นที่ 39% ใกล้เคียงกับช่วงเดียวกันของปีก่อนซึ่งสูงกว่าค่าเฉลี่ยของอุตสาหกรรมที่ระดับ 33% และมีอัตรากำไรสุทธิ 30.4% ปรับดีขึ้นจากระดับ 21.3% ในงวด 9M62 ขณะที่ฐานะการเงินยังแข็งแกร่งโดยมีอัตราส่วนหนี้สินต่อส่วนของผู้ถือหุ้น (D/E Ratio) เท่ากับ 0.73 เท่า และ Net D/E เท่ากับ 0.44 เท่า ลดลงจากระดับ 0.75 เท่า และ 0.5 เท่า ตามลำดับ ณ ปลายปี 62 ทั้งนี้กำไรงวด 9M63 คิดเป็น 79% ของประมาณการทั้งปี
  • ปรับประมาณการกำไรปี 63 เพิ่มขึ้น : ปี 63 บริษัทเปิดโครงการใหม่รวม 7 โครงการมูลค่ารวม 3 พันล้านบาท ขณะที่บรรยากาศการโอนในช่วงไตรมาสสุดท้ายเป็นไปอย่างคึกคักก่อนสิ้นสุดระยะเวลาให้สิทธิลดหย่อนค่าภาษีและค่าธรรมเนียมการโอนที่ใกล้สิ้นสุดในวันที่ 24 ธ.ค. 63 ปลายงวด 3Q63 มียอดขายรอโอน (backlog) ราว 1,000-1,100 ล้านบาทที่จะโอนในช่วง 4Q63 และปี 64  ฝ่ายวิจัยได้ปรับประมาณการรายได้และกำไรในช่วง 4Q63 เพิ่มขึ้น 17% เป็น 1,452 ล้านบาทและ 298 ล้านบาท ตามลำดับ   ส่งผลให้ประมาณการรายได้ปี 63 เพิ่มขึ้นจากเดิม 5,224 ล้านบาทเป็น 5,455 ล้านบาท เติบโต 18%  และปรับประมาณกำไรสุทธิจากเดิม 1,201 ล้านบาท เพิ่มขึ้นเป็น 1,250 ล้านบาท เติบโต 40%YoY หรือ 23%YoY หากไม่รวมรายการพิเศษ 
  • ประมาณการกำไรใหม่ปี 64 เติบโต 14% : แนวโน้มผลการดำเนินงานในปี 2564 มีโอกาสเติบโตต่อเนื่องตามแนวทางการพัฒนาที่อยู่อาศัยแนวราบให้กับลูกค้าระดับกลาง และมีแผนจะขยายพอร์ตสินค้าประเภทบ้านเดี่ยวบ้านแฝดให้มากขึ้นในปี 64  บริษัทมีแผนเปิดโครงการใหม่ ช่วงต้นปี 64 จำนวน 2 โครงการ ฝ่ายวิจัยคาดอัตราการเติบโตของรายได้ในปี 64 อย่างต่ำ 10% โดยคาดรายได้จากการโอนที่เติบโตราว 10% ทำให้ฐานรายได้แตะระดับ 6 พันล้านบาท ปรับสมมติฐานอัตรากำไรขั้นต้นดีขึ้นใกล้เคียงกับปี 63 ที่ระดับ 2% และคาดกำไรราว 1,170 ล้านบาท เติบโต 12% เมื่อเทียบกับกำไรปกติในปี 2563 และสมมติฐานอัตราส่วนค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารต่อรายได้ลดลงจาก 10%  เหลือ 9.7% จากการใช้ช่องทางโฆษณาออนไลน์มากขึ้นที่ช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายโฆษณา  ส่งผลให้ประมาณการใหม่กำไรปี 64 เพิ่มขึ้นราว 6.5% เป็น 1,246 ล้านบาท เติบโต 14%
  • คงคำแนะนำ “ซื้อ” ปรับราคาเหมาะสมเพิ่มขึ้นเป็น 80 บาท :  จากการที่บริษัทยังรักษาระดับความสามารถในการทำกำไรขั้นต้นที่ระดับสูงกว่าอุตสาหกรรมและมีฐานะการเงินที่แข็งแกร่งทำให้ฝ่ายวิจัยปรับเพิ่ม Prospect PER จากเดิม 5  เท่าเป็น 6.5 เท่าเท่ากับค่าเฉลี่ย 1SD ซึ่งต่ำกว่าค่าเฉลี่ยของหุ้นกลุ่มอสังหาริมทรัพย์ที่ระดับ 18 เท่า  จากการประเมินกำไรต่อหุ้นใหม่สำหรับปี 64 ที่ปรับขึ้นสู่ 1.35 บาทจากเดิม 1.26 บาทต่อหุ้น ได้ราคาเหมาะสมสำหรับปี 64 เท่ากับ 8.80 บาท (เดิม 6.30 บาท) ยังมีอัพไซต์จากราคาปิด พร้อมคาด yield ราว 7-8% สูงน่าสนใจเหมาะสำหรับลงทุนระยะยาวรับเงินปันผล ทั้งนี้ บริษัทจ่ายเงินปันผลระหว่างกาลหุ้นละ 0.25 บาท ขณะที่หุ้นซื้อขายที่ PER และ PBV ต่ำกว่ากลุ่ม โดยมี Yield สูงกว่ากลุ่ม จึงคงแนะนำ “ซื้อ” เพื่อรอรับเงินปันผล