14-18 ธันวาคม: ยังคงปรับตัวขึ้นแต่ผันผวนสูง
สรุปภาวะตลาด และมุมมองตลาดสัปดาห์นี้:
ในสัปดาห์ที่สั้นกว่าปกติโดยมีการซื้อขายแค่ในช่วงวันที่ 8-9 ธันวาคม ดัชนี SET ยังคงขึ้นต่อตามที่เราคาดไว้ เนื่องจากยังได้แรงหนุนจากกระแสเงินทุนไหลเข้าแม้ว่ามูลค่าของหุ้นในตลาดจะตึงตัวแล้วก็ตาม โดยความคาดหวังด้านบวกต่อวัคซีนป้ องกัน COVID-19, ภาวะเศรษฐกิจโลก และการฟื้นตัวของผลประกอบการในปี 2564 ยังคงเป็นปัจจัยที่ขับเคลื่อนหุ้นกลุ่ม cyclical และ value big-cap ให้ขึ้นต่อสำหรับภาพในสัปดาห์นี้ (14-18 ธันวาคม) ความคืบหน้าเรื่องวัคซีนจากการที่ US FDA อนุมัติให้ Pfizer-BioNTech นำวัคซีนมาใช้เป็นกรณีฉุกเฉิน และตลาดน้ำมันโลกที่แข็งแกร่งก็น่าจะหนุนให้มีเงินทุนไหลเข้าตลาดหุ้นอย่างต่อเนื่อง และดันให้ดัชนี SET ขึ้นต่ออีก แต่อย่างไรก็ตาม ดัชนีตลาดทะลุเป้าอย่างเป็นทางการปี 2564 ของเราที่ 1,360 จุดไปแล้ว และเราคาดว่าตลาดน่าจะผันผวนหนักขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อกระแสเงินทุนไหลเข้าแผ่วลงไป ทั้งนี้ นอกจากประเด็นวัคซีนแล้ว ปัจจัยภายนอกที่อาจจะส่งผลกระทบกับตลาดในช่วงนี้ได้แก่ i) ผลการประชุม FOMC ของสหรัฐในวันที่ 15-16 ธันวาคม และ ii) สถานการณ์เกี่ยวกับมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจสหรัฐ หลังจากที่ข้อเสนอล่าสุดถูกผู้นำวุฒิสภาปฏิเสธอีกครั้ง
ธีมการลงทุน ปัจจัย และกระแสข่าวสำคัญที่จะมีผลกับตลาดในสัปดาห์นี้:
การติดเชื้อ COVID-19 ในประเทศไทย: นักลงทุนต้องจับตาสถานการณ์ที่พบผู้ติดเชื้อในประเทศเพิ่มขึ้นในช่วงหลายสัปดาห์ที่ผ่านมา เนื่องจากมีการข้ามพรมแดนไทย-เมียนมาร์แบบผิดกฎหมายถึงมแม้ว่าในปัจจุบันสถานการณ์จะยังคงอยู่ในระดับที่ควบคุมได้ และส่งผลกระทบต่อดัชนี SET ไม่มากนัก แต่หากมีจำนวนผู้ติดเชื้อเพิ่มขึ้น และ/หรือมีสัญญาณว่าจะมีการระบาดแบบควบคุมไม่ได้ก็อาจจะส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจและตลาดหุ้น โดยเฉพาะเมื่อใกล้เข้าสู่ฤดูท่องเที่ยวในช่วงสิ้นปี
ทางการประเทศต่าง ๆ อนุญาตให้ใช้วัคซีนป้องกัน COVID-19 ได้เพิ่มอีก โดยรัฐบาลในยุโรปได้อนุมัติให้ใช้วัคซีนของ Pfizer-BioNTech และ Moderna ได้ แต่ที่สำคัญไม่น้อยกว่ากัน และนักลงทุนต้องจับตาอย่างใกล้ชิดก็คือผลจากการฉีดวัคซีนในช่วงต้นของ Pfizer-BioNTech ว่าจะก่อให้เกิด
ผลข้างเคียงที่รุนแรงอย่างไรบ้างหรือไม่
การประชุมเพื่อกำหนดนโยบายการเงินโลก อย่างเช่น FOMC ของสหรัฐในวันที่ 15-16 ธันวาคม หลังจากที่เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว ECB ปรับเพิ่มขนาดโครงการ PEPP ขึ้นอีก EUR5 แสนล้าน เป็น EUR1.85 ล้านล้าน ก็น่าสนใจว่าทางฝั่งของ Fed ในสหรัฐจะส่งสัญญาณอย่างไรต่อมาตรการ ‘QE infinity’ ที่ใช้อยู่ในปัจจุบัน โดยนักเศรษฐศาสตร์ส่วนใหญ่เชื่อว่า Fed จะยังคงแนวทางของมาตรการ QE เอาไว้เหมือนเดิมไปก่อนในช่วงนี้
หุ้นกลุ่ม Global cyclical, หุ้น value big caps และหุ้นที่แนวโน้มกำไรดีใน 4Q63 จะยังคงเป็นกลุ่มที่นำตลาด
ในสัปดาห์นี้ เราแนะนำให้คัดหุ้นโดยธีมดังต่อไปนี้ ธีมแรก คือหุ้นกลุ่ม global cyclical และหุ้น value big caps โดยเราเชื่อว่านักลงทุนจะยังคงเดินเหน้าเปลี่ยนกลุ่มหุ้นไปยังกลุ่ม cyclical และกลุ่ม value ต่อไปจากความคาดหวังด้างบวกต่อการฟื้นตัวของเศรษฐกิจโลกในปี 2564 เรายังคงชอบหุ้นหลักใน
กลุ่มโรงกลั่น ปิโตรเคมี และท่องเที่ยวของไทย อย่างเช่น TOP*, PTTGC* และ MINT* สำหรับหุ้นกลุ่ม value เราคาดว่ากลุ่มธนาคารและอสังหาริมทรัพย์น่าจะได้รับความสนใจจากนักลงทุน ถึงแม้ว่าราคาหุ้นในช่วงที่ผ่านมาจะวิ่งขึ้นมาแรง แต่มูลค่าในระยะยาวของหุ้นทั้งสองกลุ่มก็เหมือนจะยังมี upside เพิ่มอีกถ้าหากว่าเศรษฐกิจไทยกลับสู่ระดับปกติก่อนเกิด COVID เราเลือก BBL* และ SPALI* เป็นหุ้นเด่นในกลุ่มนี้ และธีมสุดท้าย เราเลือกหุ้น mid-cap ที่ผลประกอบการมีแนวโน้มแข็งแกร่งใน 4Q63 และจะเติบโตต่อเนื่องในปี 2564 ซึ่งในธีมนี้ เราเลือกหุ้นร้านขาย smartphone อย่างเช่น COM7* โรงภาพยนตร์อย่างเช่น MAJOR* และธุรกิจการเงินประเภท non-bank อย่างเช่น SAWAD*









