ปัจจัยแวดล้อมเดิมๆ ยังคงสร้างความคาดหวังต่อการฟื้นตัวของเศรษฐกิจในปี 2564 และน่าจะค้ำยันตลาดหุ้นให้อยู่ในระดับสูงต่อไปได้
มุมมอง SET Index: ฝ่ายวิจัยฯ ประเมินดัชนีฯ วันศุกร์ไซด์เวย์... หลังจากเมื่อวานนี้ตลาดหุ้นไทยปรับขึ้นต่อ หนุนโดยแรงซื้อหุ้นวัฎจักรเศรษฐกิจโลก และหุ้นกลุ่มท่องเที่ยว (ตามคาด) และนักลงทุนสถาบันภายในประเทศพลิกมาซื้อสุทธิอีกครั้ง... สำหรับในวันนี้ แม้ว่าตลาดหุ้นเอเชียและตลาดหุ้นไทยขาดปัจจัย
อ้างอิงจากตลาดหุ้นสหรัฐฯ เพราะตลาดการเงินสหรัฐฯ ปิดทำการในวันขอบคุณพระเจ้า แต่ปัจจัยแวดล้อมเดิมๆ ยังคงสร้างความคาดหวังต่อการฟื้นตัวของเศรษฐกิจในปี 2564 และน่าจะค้ำยันตลาดหุ้นให้อยู่ในระดับสูงต่อไปได้
ปัจจัยต่างประเทศ - เป็นกลาง: i) ตลาดการเงินสหรัฐฯ ปิดทำการในวันขอบคุณพระเจ้า ii) ในประเด็นของการพัฒนาวัคซีนนั้น ล่าสุด AstraZeneca-Oxford แถลงว่าจะทำการทดลองวัคซีนเพิ่มเติมอีก ซึ่งอาจส่งผลให้นักลงทุนบางส่วนกังวลถึงความล่าช้าของการขออนุมัติวัคซีนดังกล่าว อย่างไรก็ดี ฝ่ายวิจัยฯ มองว่าผลกระทบต่อตลาดจะมีจำกัด เนื่องจากตลาดได้คาดการณ์อยู่แล้วว่าทาง AstraZeneca จะยื่นขออนุมัติกับ FDA ในเดือน ม.ค. 2564 มิใช่ในขณะนี้
ปัจจัยในประเทศ - เป็นกลาง: สำหรับในวันนี้ ไม่มีปัจจัยภายในประเทศที่มีนัยสำคัญต่อตลาดหุ้นไทยส่วนในสัปดาห์หน้า (30 พ.ย. - 4 ธ.ค.) ติดตามตัวเลขเศรษฐกิจเดือน ต.ค. ซึ่ง ธปท. จะรายงานออกมา
หุ้นเด่นวันนี้ ตามปัจจัยพื้นฐาน
เก็งกำไร MAJOR*, WHA*, ILM
- MAJOR* (เป้าพื้นฐาน 22.2 บาท) 1) ประเมินแนวรับ 18.6 บาท / แนวต้าน 20 - 21 บาท (Stop loss 17.5 บาท) 2) วันนี้ฝ่ายวิจัยฯออกบทวิเคราะห์ปรับคำแนะนำขึ้น เป็น "ซื้อ" (เดิม "ถือ") โดยประเมินแนวโน้ม 4Q63 - 2564 จะเป็นบวกต่อเนื่องจาก i) กระแสหนังไทย "อีเรียมซิ่ง" รายได้แตะ 100 ล้านภายใน 1 สัปดาห์ ii) หนังฟอร์มใหญ่หลายเรื่องเตรียมเข้าฉายในปี 2564 (บางส่วนเลื่อนมาจากปี 2563) iii) คาดผลการดำเนินงานปี 2564 จะพลิกมาเป็นกำไร +941 ล้านบาท (จากปีนี้คาดขาดทุน -755 ล้านบาท) 3) PBV ล่าสุด 2.75 เท่า คิดเป็นเพียง -1 เท่าของส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐานในอดีต ขณะที่คาดผลการดำเนินงานปีหน้าจะ Turnaround
- WHA* (เป้าพื้นฐาน 3.0 บาท ... เป้า Consensus 3.44 บาท) 1) ประเมินแนวรับ 3.04 บาท / แนวต้าน 3.16 บาท หาก Breakout ผ่านไปได้ประเมินมีโอกาสทดสอบแนวต้านถัดไป ±3.40 บาท(Trailing stop 2.9 บาท) 2) ประเมิน Sentiment บวกจาก i) ประเด็นเรื่องข้อตกลง RCEP (บวกต่อ
การลงทุนและโลจิสติกส์) ii) ประเด็นเรื่องวัคซีนโควิด-19 ที่จะช่วยปลดล็อคทั้งการเดินทางเจรจาระหว่างประเทศและการฟื้นตัวเศรษฐกิจ 3) คาด 4Q63 จะรับรู้รายได้การขายสินทรัพย์เข้ากอง REIT และแนวโน้มประมาณการฯปี 2564 มี Upside หากประเด็นเรื่องโควิด-19 คลี่คลายได้เร็ว 4) PE ปีหน้า จะลดลงเหลือ 15.2 เท่า จากปีนี้ที่ ±18 เท่า ตามการคาดหวังการฟื้นตัวของผลการดำเนินงาน ... ข้อมูล Bloomberg consensus
- ILM (เป้าพื้นฐาน 19 บาท) 1) ประเมินแนวรับ 13.7 บาท / แนวต้าน 14.5 - 15.5 บาท (Trailingstop 13.5 บาท) 2) จากการประชุมนักวิเคราะห์วานนี้ ประเมินแนวโน้มผลการดำเนินงาน 4Q63 ยังดีต่อเนื่องจากการยึดกลยุทธ์ i) ลดต้นทุน ตัดรายจ่าย (ลด SG&A) และ ii) เพิ่มอัตรากำไร (ปรับ Product mix, ลดต้นทุนแรงงานผลิตเฟอร์นิเจอร์) รวมทั้งได้อานิสงส์โครงการ ช้อปดีมีคืน 3) หาพันธมิตรใหม่ i) ช่องทางออนไลน์ (NocNoc.com), ผู้รับเหมาสร้างบ้าน (Landy Home), ค้าปลีก (SCG, บุญถาวร) 4) ปรับประมาณการฯปี 2563 - 64 ขึ้น +29% และ +11.5% ส่งผลให้ PE ปี 2564 ตํ่าเพียง 18.2 เท่า
หุ้นมีข่าว
(+) SPCG ทุ่ม 2.3 หมื่นล.ลุยโซลาร์ฟาร์ม เตรียมเพิ่มทุน 179.2 ล้านหุ้นขาย PP (ผู้จัดการรายวัน 360 องศา) เอสพีซีจี จับมือ พีอีเอ เอ็นคอมฯ ลงทุนในโครงการผลิตไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ไม่น้อยกว่า 500 เมกะวัตต์ พืน้ ที่เมืองใหม่เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC) มูลค่าลงทุนไม่เกิน 23,000
ล้านบาท คาดลงนามสัญญาซื้อขายไฟฟ้า (PPA) ภายใน พ.ย.นี้ เริ่มก่อสร้างในปีหน้าและแล้วเสร็จในปี 2569 โดย SPCG เตรียมเพิ่มทุน 179.2 ล้านหุ้น เสนอขายให้นักลงทุนในวงจำกัด (PP) รวมถึงออกตราสารหนี้ไม่เกิน 5,000 ล้านบาท
(+) BAFS รุกธุรกิจใหม่ เพิ่มรายได้สู้'โควิด' (กรุงเทพธุรกิจ) "บาฟส์" ปรับแผนสู้โควิด เดินหน้ารุกธุรกิจใหม่ โรงไฟฟ้า-รถไฟฟ้าเติมน้ำมัน-ดิจิทัล หนุนรายได้เติบโต ตั้งงบลงทุนปีหน้า 1.6 พันล้านบาทสานต่อท่อน้ำมันสายเหนือ-สนามบินสุวรรณภูมิเฟส 2 ลั่นผ่านจุดต่ำสุดแล้ว
(+) RS* ลั่นไตรมาส 4 นิวไฮ 'เอ็นเตอร์เทนเมิร์ซ' หนุนรายได้พุ่ง (กรุงเทพธุรกิจ) ซุ่มทำดีลธุรกิจใหม่ ต่อยอดคอมเมิร์ซ "อาร์เอส" เดินหน้าโมเดล "เอ็นเตอร์เทนเมิร์ซ" ปั้นรายได้หมื่นล้านบาทในปี 2567 เตรียมเปิดตัวสินค้าใหม่ รังนกและอาหารเสริมเพื่อสุขภาพในไตรมาส 4 หนุนรายได้นิวไฮ ซุ่มทำดีลธุรกิจ
ใหม่สร้างโอกาสเติบโตก้าวกระโดด
(-) BBL* ต่างชาติทยอยขาย เหตุถือหุ้นเต็มลิมิต 30% (ข่าวหุ้น) แบงก์กรุงเทพ (BBL*) เผชิญเซนติเมนต์เชิงลบระยะสั้น หลังต่างชาติถือหุ้นเต็มลิมิต 30% และถือผ่าน NVDR แล้ว 23.73% เข้าใกล้ลิมิต 25% ทำให้ต้องปรับพอร์ตทยอยขายออก ยันไม่ได้เกี่ยวกับพื้นฐานของหุ้น
(+) รถไฟไทย-จีนเซ็น 5 สัญญา NWR-ITD ได้รายละ 1 งาน (ข่าวหุ้น) “ร.ฟ.ท.” เซ็นสัญญางานโยธารถไฟไทย-จีน 5 สัญญารวด วงเงินกว่า 4 หมื่นล้านบาท NWR ได้เซ็น 1 สัญญา วงเงิน 4,279 ล้านบาท ขณะที่ ITD ได้ 1 สัญญา วงเงิน 9,848 ล้านบาท เตรียมเข้าพื้นที่ก่อสร้างภายใน 90 วันจากนี้ ส่วนอีก 7 สัญญาที่เหลือ ร.ฟ.ท.ตั้งเป้าเซ็นทั้งหมดในม.ค. 64 กำหนดเปิดบริการปี 68
(+) เสี่ยนเรศช็อปดุ STARK กองทุนบัวหลวงร่วมวง (ทันหุ้น) เปิดชื่อผู้ถือหุ้น STARK พบกองทุนต่างชาติเข้าถือหุ้นด้วย ร่วมด้วยกองทุนเปิดบัวหลวง ขณะที่เสี่ยนเรศซื้อหนัก ทั้งบิ๊กล็อตและในกระดานโผล่ถือหุ้นใหญ่อันดับ 9 จำนวน 153 ล้านหุ้น ด้านชนินทร์ ชี้กองทุน-รายใหญ่ถือเพียบ พร้อมช็อปในกระดาน เหตุมั่นใจอนาคต ทั้งผลงาน การเข้า SET50 และรับวอร์แรนต์ STARK-W1








