วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

ต่างประเทศหนุน

ตลาดหุ้นวานนี้ปิดปรับตัวลงแรง ขณะที่ตลาดภูมิภาคส่วนใหญ่ที่อยู่ในแดนบวกสลับลบ คาดเป็นแรงขายทำกำไรหลังจากที่ดัชนีดีดตัวขึ้นต่อเนื่องหลายวันก่อนหน้านี้

ประกอบกับภายในประเทศยังคงมีปัจจัยกดดันจากการเมืองที่ไม่แน่นอน โดยดัชนี SET Index ปิดตลาดที่ 1,401.63 จุด -18.80 จุด -1.32% มูลค่าการซื้อขาย 1.03 แสนลบ. ต่างชาติ +393.48 บาท TFEX -3,114 สัญญา ตราสารหนี้ +4,109 ลบ.

ปัจจัยบวก

+ดัชนีดาวโจนส์ปิดเพิ่มขึ้น 454.97 จุด +1.54% ปิดทะลุ 3 หมื่นจุดครั้งแรก หลังจากปธน.ทรัมป์เริ่มกระบวนการถ่ายโอนอำนาจให้แก่ไบเดน และคาดการณ์ว่านางเจเน็ต เยลเลน อดีตประธานเฟดจะเข้าดำรงตาแหน่งรมว.คลังคนใหม่
+ราคาน้ำมันดิบ WTI ปิดพุ่งขึ้น 1.85 ดอลลาร์ +4.3% ปิดที่ 44.91 ดอลลาร์/บาร์เรล ขานรับความคืบหน้าในการพัฒนาวัคซีนต้านไวรัสโควิด-19 และทิศทางการเมืองสหรัฐที่ชัดเจนขึ้น
+เงินบาท เปิดตลาด 'อ่อนค่า'ที่ 30.38 บาทต่อดอลลาร์จากการอ่อนค่าของดอลลาร์ แต่ระยะถัดไปยังมีแนวโน้มแข็งค่าตามสกุลเงินเอเชียจากความสำเร็จของการผลิตยาต้านไวรัส
+สธ.เผยผลทดลองวัคซีนโควิดที่ไทยจองซื้อประสบความสำเร็จหวังได้รับกลางปีหน้า

ปัจจัยลบ

-Conference Board เผยดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคสหรัฐต่ากว่าคาดในพ.ย.
-อดีตผู้ว่าธปท.ระบุว่าแม้ประเทศไทยสามารถควบคุมการแพร่ระบาดของไวรัสโควิดได้ดี แต่ก็อาจได้รับผลกระทบด้านเศรษฐกิจรุนแรงกว่าหลายประเทศ เนื่องจากศก.พึ่งพาต่างประเทศค่อนข้างมาก โดยเฉพาะภาคการส่งออก และการท่องเที่ยว ซึ่งเฉพาะรายได้จากภาคการท่องเที่ยวนี้คิดเป็น 15% ของ GDP
-ความไม่แน่นอนของการเมืองภายในประเทศจากการนัดชุมนุมใหญ่วันนี้
-ดัชนีเซี่ยงไฮ้คอมโพสิตปิดลดลง 11.67 จุด -0.34%
+ดัชนีนิกเกอิปิดเพิ่มขึ้น 638.22 จุด +2.50% เช้าเปิด +302.93 จุด ตามทิศทางดาวโจนส์พุ่งทะลุ 30,000 จุด

แนวโน้มตลาดวันนี้

คาดดัชนีตลาดหุ้นไทยมีโอกาสปรับตัวขึ้นตามทิศทางตลาดต่างประเทศ หลักประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์เริ่มกระบวนการถ่ายโอนอำนาจให้แก่นายโจ ไบเดน ประกอบกับแรงหนุนจากหุ้นกลุ่มพลังงาน ตามทิศทางราคาน้ำมันดิบ WTI ที่ปรับตัวเพิ่มขึ้น คาดดัชนีเคลื่อนไหวในกรอบ 1,390-1,420 จุด

กลยุทธ์การลงทุน

• เก็งกำไร iPhone 12 วางขายในไทย 27 พ.ย.นี้ COM7 SPVI CPW JMART SYNEX
• ความคืบหน้าวัคซีนโควิด-19 MINT ERW CENTEL AWC CRC BH BDMS
• มาตรการดูแลค่าเงินบาทของ ธปท. KCE HANA DELTA CPF TU

หุ้นรายงานพิเศษ

        IRC   ซื้อ  อยู่ระหว่างจัดทำบทวิเคราะห์

•บริษัทดำเนิน 1) ธุรกิจผลิตภัณฑ์ชิ้นส่วนยางเพื่อใช้ในอุตสาหกรรมยานยนต์ซึ่งมีกลุ่มลูกค้า และ2) ธุรกิจผลิตภัณฑ์ยางที่ใช้ในรถจักรยานยนต์ซึ่งบริษัทครองส่วนแบ่งตลาดอันดับ 1 โดยมีสัดส่วนรายได้ปี 62 ที่ 56% และ 44% ตามลำดับ

•คาดกำไรปี 64 เติบโตกลับมาเติบโตอย่างมีนัยสำคัญ เนื่องจากคาดว่ายอดการผลิตรถยนต์ในเดือนต.ค.63ฟื้นตัวขึ้นตามลำดับตั้งแต่เดือนเม.ย.63 ทั้งนี้บริษัทคาดว่าการผลิตรถยนต์ช่วง พ.ย.63-ธ.ค.63 จะกลับมาผลิตในภาวะปกติจากความต้องการซื้อรถยนต์ที่เลื่อนมาจากช่วงกลางปีที่ COVID-19 ระบาดและหยุดการผลิตไปในเดือนเม.ย.63-พ.ค.63 ทั้งนี้สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศคาดว่าการผลิตรถยนต์ปี 64 จะกลับมาเพิ่มขึ้น 12%YoY สู่ 1.57 ล้านคัน (ยังคงต่ำกว่ายอดผลิตในปี 60 และ 61 ที่ 1.99 และ 2.17 ล้านคัน)

•ความเห็น เราคาดว่าผลประกอบการของ IRC ได้ผ่านจุดต่ำสุดไปแล้วใน 3Q63 (เม.ย.63-มิ.ย.63) และคาดว่าจะเห็นการฟื้นตัวของผลประกอบการต่อเนื่องจนถึง 2Q64 (ม.ค.64-มี.ค.64) เราจึงแนะนำ ซื้อ

หุ้นมีข่าว

(+/-) TASCO (ราคาเหมาะสม 19.03 บาท) แจ้งโรงกลั่นในมาเลเซียยังดำเนินการปกติ ชี้ยังมีน้ำมันดิบกลั่นได้จนถึงสิ้นไตรมาส 2/64 แม้หยุดซื้อน้ำมันดิบจากเวเนซุเอลา ตามคาร้องขอจาก US State Department ณ สิ้นเดือนพ.ย.นี้ โบรกฯ คาดผลงานไตรมาส 4/63-ไตรมาส 1/64 ยังแข็งแกร่ง เหตุยังมีวัตถุดิบใช้เพียงพอถึงไตรมาส 2/2564 (ที่มา ข่าวหุ้น)

(-) AOT (Bloomberg Consensus 57.69 บาท) ปิดงบปี 63 มีกำไรสุทธิ 4,320.68 ล้านบาท ลดลง 82.74% จากปีก่อน เหตุโควิด-19 กระทบหนักผู้โดยสารวูบ 48.80% เที่ยวบินลด 42.51% ฉุดรายได้หายไปกว่า 3.1 หมื่นล้านบาท แต่ค่าใช้จ่ายรวมลดลงช่วยพยุงกำไร เหตุค่าตอบแทนการใช้ประโยชน์ในที่ราชพัสดุลดลงเกือบ 2,000 ล้านบาท แถมงดโบนัสพนักงาน (ที่มา ข่าวหุ้น)

(+) EPG (Bloomberg Consensus 6.39 บาท) แย้มงวดบัญชี Q3/2564 เติบโตต่อเนื่อง รับออเดอร์ฟื้นตัวพร้อมตอกย้ำทั้งปี 2564 รายได้ตามเป้า 9 พันล้านบาท อานิสงส์พอร์ตลูกค้าขยายตัว แจงบาทแข็ง ราคาน้ำมันที่ขยับเพิ่มไม่กระทบธุรกิจ ระบุช่วงที่ผ่านมาได้มีการสารองวัตถุดิบในระดับที่ต่ำไว้ล่วงหน้า ด้านโบรกเกอร์ ฟันธงครึ่งหลังกำไรอลังการ แนะสอย เป้าหมาย 7.80 บาท (ที่มา ทันหุ้น)

(+) PRM (Bloomberg Consensus 12.37 บาท) มองปีหน้าเศรษฐกิจฟื้นตัว ปักธงรายได้ปี 2564 เติบโต 10-12% ชูเรือ FSU ความต้องการสูง ทุ่มงบลงทุนกว่า 2 พันล้านบาท ขยายกองเรืออีก 3-5 ลา เปิดโอกาสร่วมทุน-ซื้อกิจการต่อยอด ฟากโบรกคาดไตรมาส 4/2563 กลับมาโตต่อได้ทั้งจากไตรมาสก่อนและจากช่วงเดียวกันปีก่อน ทั้งปีคาดมีกำไรแตะ 1.2 พันล้านบาท เคาะเป้าหมาย 12.50 บาท (ที่มา ทันหุ้น)

ปัจจัยจับตา

ในประเทศ

สัปดาห์ที่ 4 สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) รายงานภาวะเศรษฐกิจการคลัง ภาวะเศรษฐกิจภูมิภาค ดัชนีความเชื่อมั่นอนาคตเศรษฐกิจภูมิภาคสำนักงานเศรษฐกิจอุตสาหกรรม(สศอ.)แถลงดัชนีอุตสาหกรรม

30 พ.ย. ธปท.รายงานภาวะเศรษฐกิจ

2 ธ.ค. ศาลรธน.จะลงมติและอ่านคำวินิจฉัยกรณีนายกฯอาศัยบ้านพักทหาร

ต่างประเทศ

25 พ.ย. สหรัฐเปิดเผยจำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานยอดสั่งซื้อสินค้าคงทน GDP 3Q63 (ประมาณการครั้งที่ 2) รายได้และการใช้จ่ายส่วนบุคคล ดัชนีราคาการใช้จ่ายเพื่อการบริโภคส่วนบุคคล (PCE) ยอดขายบ้านใหม่ ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภค สต็อกน้ำมันรายสัปดาห์ คณะกรรมการกำหนดนโยบายการเงินของธนาคารกลางสหรัฐ (FOMC) (เช้าวันที่ 26 พ.ย.) เปิดเผยรายงานการประชุมวันที่ 4-5 พ.ย.

30 พ.ย. การประชุมของรมว.คลังยูโรโซน

30 พ.ย. – 1 ธ.ค. การประชุมของกลุ่มโอเปคพลัสพิจารณายืดระยะเวลาปรับลดกาลังการผลิตออกไป