แนะนำ Trading Buy (โดยมีจุดขายตัดขาดทุน 3%)
คาดการณ์ตลาดหุ้นไทยวันนี้
คาดดัชนีฯ ขึ้นต่อ แนวต้าน 1400 / 1408 จุด แนวรับ 1380 / 1370 จุด แนะนำเก็งกำไร KKP TOP ERW ปัจจัยบวก คือ ผลสำรวจผู้จัดการกองทุนต่างชาติเดือน พ.ย. พบว่านักลงทุนต่างชาติมีมุมมองเชิงบวกมากขึ้นต่อการลงทุนเพิ่มในตราสารหุ้น (ลดการถือเงินสด) โดยเฉพาะการลงทุนในตลาดหุ้นเกิดใหม่ ในกลุ่มอุตสาหกรรมที่ได้รับผลกระทบรุนแรงจาก COVID-19 อาทิ กลุ่มธนาคาร กลุ่มท่องเที่ยวและการเดินทาง และมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจสหรัฐฯ รอบใหม่ มีแนวโน้มเกิดขึ้นในไม่กี่สัปดาห์ข้างหน้า ปัจจัยลบ คือ การระบาดรอบใหม่ของ COVID-19 จะส่งผลกระทบต่อรายงานภาคการผลิตและบริการเดือน พ.ย. ลดลงเป็นเดือนแรก
ประเด็นที่มีผลต่อตลาดวันนี้
1) ธปท. ไม่ได้ออกมาตรการเข้มงวดต่อกระแสเงินทุนต่างชาติ แต่สนับสนุนให้ลงทุน ตราสารหนี้และทุนในต่างประเทศได้มากขึ้น (+ตลาดหุ้นไทย กลุ่มธนาคาร)
2) ญี่ปุ่น รายงานภาคการผลิตและบริการเบื้องต้นเดือน พ.ย. ลดลงและแย่กว่าคาด (-กลุ่มยานยนต์)
3) ผลสารวจผู้จัดการกองทุนต่างชาติเดือน พ.ย. พบว่าหันมาเพิ่มน้าหนักลงทุนตลาดหุ้นเกิดใหม่ EM ในกลุ่มอุตสาหกรรมที่ได้รับผลกระทบจาก COVID-19 (+กลุ่มธนาคาร ปิโตรเคมี ท่องเที่ยว)
ตัวเลขเศรษฐกิจวันนี้
รายงานภาคการผลิตและบริการเดือน พ.ย. ของสหรัฐฯ คาด 52.5 (Vs เดือน ต.ค. 53.4) และ 55.8 (Vs เดือน ต.ค. 56.9), รายงานภาคการผลิตและภาคบริการเดือน พ.ย. ของอียู คาด 54 (เดือน ต.ค. 54.8) และ 41.8 (Vs เดือน ต.ค. 46.9) / ไทย-ดุลการค้าเดือน ต.ค. คาด +USD1.87bn (Vs เดือน ก.ย. +USD2.23bn) ส่งออกเดือน ต.ค. คาด -6.25% YoY (Vs เดือน ก.ย. -3.86% YoY) นำเข้าเดือน ต.ค. คาด -13.52% YoY (Vs เดือน ก.ย. -9.08% YoY)
Global Market Summary: วันทำการที่ผ่านมา
+ ตลาดหุ้นไทยปรับขึ้นเป็นวันที่สาม: ดัชนีฯ ปรับขึ้นตลอดการซื้อขายและมาปิดที่ใกล้ระดับสูงสุดของวันที่ 1389.34 จุด +19.92 จุด +1.45% วอลุ่ม 9.05 หมื่นล้านบาท กลุ่มอุตสาหกรรมที่ปรับขึ้น คือ ธนาคาร +4.57% บริการรับเหมาก่อสร้าง +3.2% การแพทย์ +2.69% พัฒนาอสังหาริมทรัพย์ +2.55% หุ้นบวก >4% KBANK SCB TMB TCAP BANPU WHA AWC BH PSL NER AAV TTA MAJOR STEC PORT BEC SAMART RCL
- ตลาดหุ้นโลกปิดคละ: ตลาดหุ้นสหรัฐฯ ปิดร่วง เพราะวิตกการระบาด COVID-19 จำนวนมากจะกระทบต่อเศรษฐกิจสหรัฐฯ และรมว. คลัง มนูชิน จะไม่ต่อโครงการเงินกู้ของเฟด วงเงิน 4.5 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ที่จะสิ้นสุดสิ้นปีนี้ DJ -0.75% (-219.75 จุด) S&P500 -0.68% Nasdaq -0.42% ส่วนตลาดหุ้นยุโรปกลับมาปิดบวก DAX +0.39% CAC40 +0.39% FTSE +0.2% ได้แรงหนุนจากหุ้นที่เกี่ยวข้องกับราคาสินค้าโภคภัณฑ์ นำโดยกลุ่มน้ำมันและก๊าซ
+ น้ำมันดิบและทองคำปิดบวก: ตลาดน้ำมันดิบปิดบวก Brent +76 เซนต์ ปิดที่ USD44.96/บาร์เรล WTI +41 เซนต์ ปิดที่ USD42.15/บาร์เรล หลังรายงานจำนวนแท่นขุดเจาะน้ำมันลดลง 5 แท่น เหลือ 231 แท่น (ทั้งสัปดาห์ ราคาน้ำมันดิบเพิ่มขึ้น +5% WoW) ส่วนทองคำกลับมาฟื้นตัว USD10.90 ปิดที่ USD1,872.40/ออนซ์ ขานรับสหรัฐฯ เตรียมออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจรอบใหม่
ประเด็นสำคัญ
+/- USA: มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ-รมว.คลัง มนูชิน เผยว่าจะมีการร่างมาตรการฯ ฉบับใหม่ร่วมกับพรรคเดโมแคตรต ในไม่กี่สัปดาห์ข้างหน้า แต่ส่งสัญญาณว่าจะมีวงเงินไม่สูง
+ มาตรการดูแลค่าเงินบาทของธปท.: ธปท. ออก 3 มาตรการ แต่ไม่ได้ออกมาตรการเข้มงวดต่อกระแสเงินทุนต่างชาติ ส่วนใหญ่เน้นการสนับสนุนให้ลงทุนตราสารหนี้และ ทุนในต่างประเทศได้มากขึ้น
+ Vaccine: Pfizer บริษัทยาสหรัฐฯ ยื่นเรื่องต่อสานักงานอาหารและยาสหรัฐฯ (US FDA) เมื่อสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา เพื่อขออนุมัติการใช้วัคซีนต้าน COVID-19 กรณีฉุกเฉิน
- USA: เศรษฐกิจ-JP Morgan คาดเศรษฐกิจสหรัฐฯ 1Q21E หดตัว -1% QoQ โดยได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของ COVID-19 และมาตรการล็อกดาวน์ในสหรัฐฯ ก่อนที่จะปรับสูงขึ้นใน 2Q-3Q21E โดยได้รับปัจจัยหนุนจากการแจกจ่ายวัคซีนต้าน COVID-19 และการออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจสหรัฐฯ
– Japan: รายงานภาคการผลิตและบริการเดือน พ.ย. เบื้องต้น ลดลงและต่ำกว่าคาด เป็น 48.3 (Vs คาด 49.4 และเดือน ต.ค. 48.7) และ 46.7 (Vs คาด 49.1 และเดือน ต.ค. 47.7) ตามลำดับ
+ FTSE: รายงานทบทวน FTSE All World Index มีผลในวันที่ 18 ธ.ค. และเพิ่ม STGT ในการคำนวณ (ตามคาด)
กลยุท์ธการลงทุน แนะนำ Trading Buy (โดยมีจุดขายตัดขาดทุน 3%)
หุ้นแนะนำรายสัปดาห์: PTG RS COM7
หุ้นแนะนำเก็งกำไร: KKP TOP ERW
Derivatives: แนะปิดสถานะ Short S50Z20C875 ออกไปก่อน (ติดตามรายละเอียดเพิ่มใน KTZ-D Report)









