วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

สร้างสมดุลโมเมนตัมของเงินไหลเข้าและบริหารความเสี่ยง ด้วยการเลือกหุ้นรายตัว

ทิศทางเงินทุนไหลเข้าเอเชียยังเป็นบวก

– ตลาดหุ้นเอเชียและเกิดใหม่ (EM) มีโอกาสปรับตัวขึ้นได้โดดเด่นกว่ายุโรปและสหรัฐฯ เนื่องจาก 1) ได้รับผลกระทบจากการระบาดของโควิดที่ต่ำกว่า หรือควบคุมสถานการณ์ได้ดีกว่า 2) ประมาณการกำไรบจ.ผ่านจุดต่ำสุด และเริ่มเห็นสัญญาณเชิงบวกของการปรับประมาณการกำไรขึ้น สนับสนุนโดยการทยอยปรับ GDP ของประเทศต่างๆขึ้น 3) ความคืบหน้าของวัคซีนและการรักษาโควิด ทำให้ความน่าสนใจของหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีลดลง และทำให้ธุรกิจแบบดั้งเดิมที่ได้รับผลกระทบหนักจากโควิด เริ่มมองเห็นแสงสว่างที่ปลายอุโมงค์ และเป็นเป้าหมายการซื้อของนักลงทุน เนื่องจากสถานะที่ยังมีการถือครองต่ำ (under-owned) และมูลค่า (valuation) ที่ถือได้ว่ายังไม่แพง

ติดตามตัวเลขส่งออกต.ค. ซึ่งอาจสนับสนุนการปรับเพิ่ม GDP – ตลาดคาดการณ์ตัวเลขส่งออกต.ค.ที่ -5% จากก.ย.ที่ -3.86% ทั้งนี้ทิศทางของเศรษฐกิจเอเชียที่ได้รับผลกระทบจากโควิดต่ำกว่าภูมิภาคอื่น คาดทำให้มีโอกาสที่ตัวเลขส่งออกจะติดลบน้อยกว่าที่ตลาดคาด และเป็นปัจจัยบวกหนุนการปรับประมาณการ GDP อีกทางหนึ่ง

เก็งประชุมเฟดธ.ค.ยังไม่เพิ่มขนาดของงบดุล แต่เน้นควบคุมอัตราผลตอบแทนพันธบัตร ซึ่งเราคาดจะหนุนการเก็งกำไรในกลุ่มอสังหาริมทรัพย์ กองทุนโครงสร้างพื้นฐานและกองรีทส์ กลุ่มสื่อสาร ดังนั้นเพื่อรับมือกับความผันผวนในระยะสั้น เราแนะนำนักลงทุนควรมีหุ้นในกลุ่มปลอดภัยส่วนหนึ่ง หุ้นที่น่าสนใจได้แก่ AP, SPALI, LH, CPNREIT, DIFF, JASIF, BTSGIF, SUPER, SSP, WHAUP, EASTW, ADVANC, INTUCH // น่าสนใจเก็งกำไรแบบกำหนจุดตัดขาดทุน AGE, BIZ, SO, ETC, SABUY, ACE

SET50 ที่ผลตอบแทน YTD Laggard สุด 25 ลำดับ: BANPU, TCAP, TMB, EGCO, KTB, MINT, KBANK, TOP, DTAC, TRUE, SCB, AWC, IRPC, VGI, BBL, WHA, BH, PTTEP, IVL, GPSC, BTS, RATCH, LH, BDMS, TISCO, SAWAD

ภาพรวมกลยุทธ์ โมเมนตัมเป็นบวก แต่การเข้าทดสอบใกล้ 1,400 จุด ทำให้ควรบริหารความเสี่ยงจากความผันผวนช่วงสั้นด้วยการเลือกหุ้นที่ยังปรับขึ้นน้อย (Laggard) การเก็งกำไรเน้นเลือกรายตัว ขณะที่หากย่อแรงจะเป็นโอกาสเลือกซื้อที่ดี// หุ้นแนะนำวันนี้ เก็งกำไร CPF*, AGE*, WHA*, TTA*

แนวรับ 1,370จุด / แนวต้าน : 1,400 จุด สัดส่วน : เงินสด 60% : พอร์ตหุ้น 40%

ประเด็นการลงทุน

ยังเหลือเครื่องมือกระตุ้นเศรษฐกิจ – รมต.คลัง สตีเวน มนูชิน เผยว่าธนาคารกลางสหรัฐฯ ยังคงมีเครื่องมือทางการเงินเหลืออยู่อีกมากในการนำมากระตุ้นเศรษฐกิจ

เวิลด์แบงก์ขานรับนโยบายผ่อนปรนชำระนี้ – จากที่ประชุม G20 โดยขยายเวลาการพักชำระหนี้ให้กับกลุ่มประเทศยากจน ไปจนถึง 30 มิ.ย. 64 จากเดิมที่จะสิ้นสุดลงสิ้นปี 63

G20 หนุนทุกประเทศเข้าถึงวัคซีนต้านโควิดอย่างเท่าเทียม –และจะร่วมมือกันใช้มาตรการลดผลกระทบทางเศรษฐกิจที่เกิดจากการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19

ครม.สหรัฐฯชุดใหม่ – ว่าที่ประธานาธิปดีสหรัฐฯ คนที่ 46 โจ ไบเดน เตรียมประกาศรายชื่อคณะรัฐมนตรีชุดใหม่ ในวันพรุ่งนี้ โดยมีโอกาสที่อดีตประธานเฟด เจเน็ต เยลเลน จะได้รับการเสนอชื่อให้ดำรงตำแหน่งรมว.คลัง

ธปท.เปิดมาตรการลดแรงกดดันค่าเงินบาท – ธปท.เปิดมาตรการลดแรงกดดันค่าเงินบาทและแก้ปัญหาเชิงโครงสร้างตลาดอัตราแลกเปลี่ยน ประกอบด้วย 1) เปิดให้คนไทยฝากเงินต่างประเทศได้อย่างเสรี (FCD), 2) ปรับเกณฑ์ลงทุนหุ้นต่างประเทศ, 3) ลงทะเบียนตัวตนเพื่อซื้อขายตราสารหนี้

ถกสัมปทานรถไฟฟ้าสีเขียว 26 พ.ย. - กมธ.คมนาคม สภาฯ เตรียมพิจารณาสัมปทานรถไฟฟ้าสายสีเขียวพร้อมเรียก กก.ตามมาตรา 44 ให้ข้อมูล 26 พ.ย.นี้

ประเด็นติดตาม: 23 พ.ย. – EU manufacturing PMI เดือน พ.ย., 24 พ.ย. – US consumer confidence, 25 พ.ย. – TH industrial production / US GDP 3Q20

(* หมายถึง หุ้นทางกลยุทธ์ ซึ่งอาจมีคำแนะนำต่างกับพื้นฐาน หรือที่ไม่ ได้อยู่ในการวิเคราะห์ของ UOBKH ซึ่งนักลงทุนควรพิจารณาตั้งจุดตัดขาดทุน 3-5% ของราคาที่เข้าซื้อ)