วันอาทิตย์ ที่ 18 ตุลาคม 2569

Login
Login

"สุพัฒนพงษ์" ปลุกลงทุนปี64 เล็งตั้งทีมปฎิบัติการเชิงรุก  เคาะแผนเดินทางนักธุรกิจ

“สุพัฒนพงษ์”ปลุกบรรยากาศลงทุนปี 64 เตรียมตั้งทีมปฏิบัติการเชิงรุกชักจูงการลงทุนจากทั่วโลกหวังเปลี่ยนโครงสร้างรายได้ประเทศลดการพึ่งพาส่งออก-ท่องเที่ยวหันทำงานจากอุตฯเป้าหมายแทน ด้าน“ดนุชา” มั่นใจเศรษฐกิจฟื้นตัวชวนเอกชนลงทุนเพิ่ม 4 ด้านรับโอกาส

นายสุพัฒนพงษ์ พันธ์มีเชาว์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน เปิดเผยในงานสัมมนา“ยุทธศาสตร์เศรษฐกิจปี 2564” จัดโดยไทยเครือไทยรัฐว่า จากการที่เศรษฐกิจไทยเริ่มฟื้นตัวเป็นลำดับจากผลกระทบโควิด-19 ดังนั้น ในปี 2564 ที่จะถึงนี้ถือว่าเป็นปีแห่งความหวัง และมีโอกาสมากในทางเศรษฐกิจของประเทศโดยเฉพาะในการเตรียมความพร้อมที่จะชักจูงการลงทุนจากต่างประเทศเข้ามายังประเทศไทย 

โดยรัฐบาลได้เตรียมความพร้อมของโครงการต่างๆ ไว้รองรับทั้งวีซ่าสำหรับนักธุรกิจ การพิจารณาลดระยะเวลากักตัว รวมถึงการให้วีซ่าระยะยาว 10 ปีสำหรับนักลงทุนที่เข้ามาซื้ออสังหาริมทรัพย์ในประเทศ โดยรายละเอียดต่างๆจะเข้าสู่การพิจารณาของที่ประชุมศูนย์บริหารสถานการณ์เศรษฐกิจจากการแพร่ระบาดของโควิด-19 (ศบศ.) ในวันที่ 18 พ.ย.นี้ด้วย 

ทั้งนี้ คาดว่าผลการชักจูงการลงทุนในปี 2564 จะทำให้เกิดการเข้ามาลงทุนในอุตสาหกรรมต่างๆ จริงในปี 2565 เพื่อเปลี่ยนโครงสร้างเศรษฐกิจและพอร์ตฟอริโอรายได้ของประเทศจากการพึ่งพาการส่งออก และท่องเที่ยวอย่างเดียวให้มีรายได้จากอุตสาหกรรมอื่นๆมากขึ้นโดยเฉพาะอุตสาหกรรมเป้าหมาย 

“เราต้องการดึงดูดอุตสาหกรรมใหม่ๆ ให้มาลงทุนอย่างจริงจัง และจะตั้งทีมปฏิบัติการเชิงรุก ดึงดูดนักลงทุนเข้ามาในไทย รวมทั้งให้เอกชนช่วยกันด้วย คาดว่าในไตรมาส2 ปีหน้า น่าจะมีผู้ลงทุนขนาดใหญ่เข้ามาแน่”

โดยล่าสุดในรายงานของทูต 10 ประเทศไทยถือว่าเป็น 1 ใน 10 ประเทศที่น่าลงทุนมากที่สุด จึงต้องร่วมมือกันทุกฝ่ายเนื่องจากเป็นโอกาสที่ดีที่สุดที่จะมีโอกาสฟื้นฟูเศรษฐกิจและชักชวนการลงทุนเข้ามาในประเทศได้

 

นายดนุชา พิชยนันท์ เลขาธิการสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) กล่าวว่า เศรษฐกิจของไทยได้ผ่านจุดต่ำสุดไปแล้วในช่วงไตรมาสที่ 2/2563 ดังนั้น ในช่วงที่เศรษฐกิจเริ่มมีสัญญาณฟื้นตัวชัดเจนจึงเป็นเวลาที่ภาคเอกชนควรจะมีการเร่งรัดลงทุนมากขึ้นเพราะในปัจจุบันระดับการลงทุนของเอกชนในประเทศต่ำมากหลังจากปี 2540 หากภาคเอกชนช่วยลงทุนได้มากขึ้นก็จะช่วยผลักดันเศรษฐกิจของประเทศในช่วงหลังโควิด-19 ได้

โดยมีข้อเสนอให้เอกชนลงทุนหรือมีส่วนร่วมช่วยเหลือให้เกิดการลงทุนใน 4 ลักษณะได้แก่ 1.การลงทุนพัฒนาทักษะแรงงานของพนักงาน และบุคคลากรในองค์กรเพื่อให้มีความพร้อมรับการเปลี่ยนแปลงหลังจากโควิด-19

2.การลงทุนเพิ่มประสิทธิภาพเครื่องจักร ในโรงงาน การปรับเปลี่ยนเครื่องจักรเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต การเปลี่ยนเครื่องจักรให้ทันสมัยเพื่อลดต้นทุนการผลิต และเพิ่มโอกาสในการทำธุรกิจในอนาคตโดยเพิ่มระบบดิจิทัล หรือปรับเปลี่ยนให้สอดคล้องกับนโยบายของรัฐที่มีการสนับสนุนเช่น นโยบายรถยนต์ไฟฟ้า (EV) เป็นต้น 

160518510450

3.การลงทุนเพื่อรองรับโอกาสที่เกิดจากการควบคุมการแพร่ระบาดของโควิด-19 ในประเทศไทยได้ดี โดยภาคเอกชนอาจลงทุนสร้างหรือปรับปรุงอาคาร หรือโรงแรมให้เป็นที่กักตัวทางเลือก (alternative state quarantine) ที่จะรองรับนักท่องเที่ยวหรือนักธุรกิจที่จะเข้ามากักตัวในประเทศไทยตามการเปิดประเทศที่จะมีมากขึ้นหลังจากมีแนวทางในการออกวีซ่าชนิดพิเศษ special  visa (STV) ไว้รองรับแล้ว

และ 4.การใช้เครือข่าย พันธมิตรของภาคธุรกิจที่มีคู่ค้าและพันธมิตรอันดีให้เข้ามาลงทุนในประเทศไทย โดยเฉพาะกลุ่มที่อยู่ในอุตสาหกรรมเป้าหมายและมีการลงทุนในระยะยาว ซึ่งจะช่วยให้ระดับการลงทุนและการสร้างงานในประเทศเพิ่มมากขึ้นได้