ปัจจัยเดิม + ความไม่แน่นอนของปัจจัยต่างประเทศ และตลาดหุ้นสหรัฐฯ ที่ลงแรงเมื่อคืนนี้ น่าจะกดดันจิตวิทยาหุ้นไทยต่อ...
มุมมอง SET Index วันอังคาร: ฝ่ายวิจัยฯ ประเมินดัชนีฯ วันอังคารลดลงต่อ... หลังจากเมื่อวานนี้ ตลาดหุ้นไทยลงแรงกว่าตลาดหุ้นเพื่อนบ้านอย่างชัดเจน รับรู้ประเด็นการชุมนุมทางการเมืองที่ขยายวงและน่าจะยืดเยื้อกว่าที่คาด... ส่วนในวันนี้ ปัจจัยเดิม + ความไม่แน่นอนของปัจจัยต่างประเทศ และตลาดหุ้น
สหรัฐฯ ที่ลงแรงเมื่อคืนนี้ น่าจะกดดันจิตวิทยาหุ้นไทยต่อ... แม้ว่าดัชนีฯ มีโอกาสรีบาวด์จากระดับสำคัญทางจิตวิทยาที่ 1,200 จุด แต่ภาพใหญ่ของตลาดยังคงเป็น sideways down
ปัจจัยต่างประเทศ - เป็นลบเล็กน้อย: i) ทำเนียบขาวและฝั่งพรรคเดโมแครต ยังคงไม่สามารถหาข้อสรุปเกี่ยวกับมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจสหรัฐฯ รอบที่ 2 ได้ และขณะนี้เข้าใกล้เส้นตายวันที่ 20 ต.ค. ซึ่งพรรคเดโมแครตขีดเส้นกดดันให้มีการเจรจาให้เรียบน้อย มิเช่นนั้น จะไม่ทันอนุมัติภายในวันเลือกตั้ง 3 พ.ย. ii)
สถานการณ์ COVID-19 ในยุโรปยังคงรุนแรง และน่าจะส่งผลให้ตัวเลขเศรษฐกิจที่กำลังจะออกมา เช่น Markit flash PMI เดือน ต.ค. มีแนวโน้มชะลอลงจากเดือนก่อนหน้า
ปัจจัยในประเทศ - เป็นลบ: i) การชุมนุมต่อต้านรัฐบาลมีแนวโน้มยืดเยื้อออกไป (เป็นลบต่อกิจกรรมทางเศรษฐกิจและความเชื่อมั่นผู้บริโภคและภาคธุรกิจในระยะนี้) ขณะที่ในฝั่งรัฐสภานั้น ได้มีการเรียกประชุมด่วนเพื่อถกหาทางออกประเทศ ท่ามกลางการชุมนุมทางการเมือง
หุ้นเด่นวันนี้ ตามปัจจัยพื้นฐาน
เก็งกำไร TU*, ADVANC*, MEGA*
- TU* (เป้า consensus 16.8 บาท) 1) ประเมินแนวรับ 15.2 บาท / แนวต้าน 16.0 บาท และถัดไป16.5 บาท (Stop loss 15 บาท) 2) Consensus ประเมินแนวโน้มผลการดำเนินงาน 3Q63 โต +31%YoY, +5% QoQ 3) ประเมินเป็นหุ้นเน้นธุรกิจส่งออกอาหาร ทำให้ความเสี่ยงจากปัจจัยการเมืองใน
ประเทศและความเสี่ยงเรื่องเศรษฐกิจชะลอตัวตํ่า 4) PE ปี 2563 - 64 ยังไม่สูง 14 เท่า และ 13.5 เท่าตามลำดับ
- ADVANC* (เป้าพื้นฐาน 241 บาท) 1) ประเมินแนวรับ 172.5 บาท / แนวต้าน 177 บาท หาก Breakout ผ่านได้ประเมินมีโอกาสทดสอบแนวต้านถัดไป 182 บาท (Stop loss 170 บาท) 2) ประเมินเป็นหุ้นที่ได้อานิสงค์มาตรการช้อปดีมีคืนของภาครัฐฯ (มีรายได้จากการขายโทรศัพท์มือถือ โดยเฉพาะ iPhone12 ใหม่ปลายปีนี้ที่โดยปกติมีอัตรากำไรดี) ขณะที่ราคาหุ้น Laggard กลุ่มร้านค้าปลีกมือถืออย่าง COM7*, JMART 3) Dividend yield +3.7%
- MEGA* (เป้าพื้นฐาน 40 บาท) 1) ประเมินแนวรับ 32 บาท / แนวต้าน 34 - 35 บาท ... แนะนำเล่นเก็งกำไรสั้นในแนวโน้มขาลง (Stop loss 32 บาท) 2) ฝ่ายวิจัยฯประเมินกำไร 3Q63 จะเติบโต +4%YoY, 11.9% QoQ และแนวโน้มผลการดำเนินงานจะดีต่อเนื่องใน 4Q63 (High season) 3) ประเมินธุรกิจยาและอาหารเสริมรับผลกระทบจากปัจจัยการเมืองตํ่า 4) PE ปี 2563 - 64 เท่ากับ 21.6 เท่า และ 20.7 เท่า ตามลำดับ (ค่าเฉลี่ย 24.8 เท่า)
หุ้นมีข่าว
(- MTC*, SAWAD*) 'ออมสิน'เคาะร่วมทุน ธุรกิจ'จำนำทะเบียน' (กรุงเทพธุรกิจ) บอร์ด "ออมสิน"พิจารณาร่วมทุนบริษัทประกอบธุรกิจจำนำทะเบียนรถยนต์วันนี้ หลังคัดเลือกเหลือ 1 รายจาก 10 รายที่ยื่นข้อเสนอ หากอนุมัติจะเริ่มธุรกิจได้ไตรมาสแรกปีหน้า
(+) ชาวจีนเที่ยวไทยกลุ่มแรก 41 คนลงสุวรรณภูมิวันนี้ (กรุงเทพธุรกิจ) "ททท." เผยนักท่องเที่ยวต่างชาติกลุ่มวีซ่าพิเศษ ประเดิมจากเซี่ยงไฮ้ บินตรงเข้าไทยกลุ่มแรกวันนี้ 41 คนลงสุวรรณภูมิ ส่วนกลุ่มที่ 2 ราว 100 คนจากกว่างโจว บินลงสุวรรณภูมิ วันที่ 26 ต.ค. คาดเที่ยวในประเทศ "ลอยกระทง" ไม่ตํ่ากว่า
1 ล้านคน-ครั้ง สร้างรายได้ไม่ต่ำกว่า1.4 พันล้านบาท
(-) AOT* มึน!เงินสดจ่อขาดมือ (ไทยโพสต์) รับมีใช้ถึงกลาง 64/เตรียมกู้เสริมสภาพคล่อง ทอท.อ่วม!ยอมรับสถานะทางการเงินสดใช้ได้ถึงกลางปีหน้า ลุ้นวัคซีนรักษาโควิด หวั่นหากผิดแผน ต้องเล็งกู้เสริมสภาพคล่อง-บริหารรายจ่าย พร้อมเร่งแผนซ่อมรันเวย์-แท็กซี่เวย์
(+) BPP* เล็งต่อยอดธุรกิจสหรัฐ ผุดโรงไฟฟ้าคาดต้นปี 64 ชัด (ไทยโพสต์) นายกิรณ ลิมปพยอมประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บมจ.บ้านปู เพาเวอร์ หรือ BPP* เปิดเผยว่า ขณะนี้บริษัทอยู่ระหว่างการศึกษาเพื่อเข้าซื้อกิจการ (M&A) โรงไฟฟ้าก๊าซธรรมชาติในสหรัฐ เพื่อต่อยอดธุรกิจก๊าซหลังจากที่บริษัทแม่ บมจ.
บ้านปู หรือ BANPU* ได้เข้าไปถือหุ้นในแหล่งก๊าซธรรมชาติจากชั้นหินดินดาน (เชลล์แก๊ส) 2 แหล่งในสหรัฐ ได้แก่ แหล่งบาร์เนตต์ รัฐเทกซัส และแหล่งมาร์เซลลัส รัฐเพนซิลเวเนีย
(+) AEC ปรับโครงสร้าง ยกระดับเป็นโฮลดิ้ง ซื้อ 'ไทยสมายล์บัส' (ข่าวหุ้น) บอร์ด บล.เออีซี (AEC) ไฟเขียวอนุมัติปรับโครงสร้างกิจการ เป็น Holding Company รุกขยายลงทุนธุรกิจใหม่ มูลค่ารวม 180 ล้านบาท เข้าซื้อหุ้น 100% ใน “ไทย สมายล์ บัส”(TSB) และซื้อหุ้น 9.917% ของ “คัฟเวอร์แนนท์” CVN) ทำธุรกิจผลิตเสื้อผ้าด้วยนวัตกรรมใหม่









